AFTER2K Network : Thai Magic The Gathering Community
September 11, 2010, 09:45:46 am *
Welcome, Guest. Please login or register.
Did you miss your activation email?

Login with username, password and session length
News: เจ้าของร้านคนไหนต้องการมีบอร์ดร้านเป็นของตัวเอง เพื่อประกาศงานแข่ง หรือ ประกาศขายของ ปักหมุดกระทู้ คิดค่าบริการไม่แพงคร้าบ ปีละ 1,500 เท่านั้น ติดต่อผมได้ที่ ripmilla@after2k.net นะครับ
 
  Home   Forum   Help Search Shop Login Register Chat  


Pages: [1]   Go Down
  Print  
Author Topic: ปล่อยตกเลยครับ ปลดปักมุกที่ครับ  (Read 2621 times)
0 Members and 2 Guests are viewing this topic.
-[พ่อหมา]-
Trade Count: (0)
Mage
***
Offline Offline

Posts: 494
49.00 Mana

View Inventory
Send Money to -[พ่อหมา]-

"Lunifer"


« on: November 16, 2008, 10:45:55 am »

คัดมาจากคุณDarkness_call แห่ง webboard thaicybergames ขอขอบคุณครับ

Prince Arthas Menethil
อาชีพ เจ้าชายแห่ง Lordaeron , Human Paladin
สังกัด Alliance , Knight of the Silver Hand
อายุ 24 ขวบ
- โอรสองค์เดียวของกษัตริย์ Terenas Menethil ผู้มีอุดมกาณ์ แต่ยังหุนหันพลันแล่น หนุ่มน้อยผู้ใฝ่ฝันจะเป็นกษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่แห่ง Lordaeron ต่อจากบิดา
ในวัย 19 ขวบเขาถูกฝึกหัดให้เป็น Paladin โดย Uther the Lightbringer  ซึ่ง Arthas  รัก Uther เสมือนลุงคนหนึ่ง และอยากจะเป็นทหารผู้กล้าที่ได้ต่อสู้กับพวก Orc ในช่วงสงครามครั้งที่ 2 เช่นเดียวกับ Uther  เขามีความนับถือแสงศักดิ์สิทธิ์และไม่ต้องการสิ่งใดมากไปกว่าการคุ้มครองประชนอันเป็นที่รักของเขาให้พ้นอันตราย


Uther the Light bringer
อาชีพ ผู้นำของ Knight of the Silver Hand , Human Paladin
สังกัด Alliance
อายุ 64 ขวบ
-  Uher เป็น Paladin คนแรกที่ได้ก่อตั้ง Knight of the Silver Hand  จากสงครามครั้งแรกถึงครั้งที่ 2 เขาเป็นทหารผ่านศึกที่กล้าหาญ ถือว่าเป็นนักรบผู้เก่งกาจที่สุด
ในประวัติศาสตร์ของมนุษย์  Uther ไม่เคยเหนื่อยหน่ายในหน้าที่ปกป้องผืนแผ่นดินทั่วราชอาณาจักร Lordaeron จากการคุกคามของพวกอมนุษย์และความไม่สงบในสังคม ความต้องการของเขาเพียงแค่ได้เห็น Arthas ลูกศิษย์คนโปรด เป็นผู้คู่ควรกับมงกุฎของบิดา ทำให้เขาต้องอยู่ห่างการการเกษียณและรับบำนาญ


Muradin Bronzebeard
อาชีพ  ผู้ก่อตั้ง Ambassador แห่ง Ironforge , Dwarvern นักสำรวจแร่
สังกัด Alliance
อายุ 221 ขวบ
- น้องชายคนกลางของกษัตริย์ Magni แห่ง Ironforge ในยุคอันมืดมนช่วงสงครามครั้งที่ 2 Muradin ทำหน้าที่ติดต่อประสานงานกับ Lordaeron และอาณาจักรคนแคระKhaz Modan Muradin สนิทกับหนุ่มน้อย Arthas และสอนวิธีต่อสู้ด้วยดาบอันเชี่ยวชาญทุกชนิดให้ แม้ว่า Muradin  แทบไม่มีโอกาสไปเยี่ยม Khaz Modan หรือ Lordaeron อีก แต่เขาเป็นผู้สนับสนุนอย่างเหนียวแน่นของกลุ่ม Alliance

Illidan Stromrage
อาชีพ  Night Elf  Demon Hunter
สังกัด ไม่มี (ต่อมาได้เป็น Lord of Outland)
อายุ  15,032 ขวบ
- Illidan เป็นหนึ่งในไม่กี่คนที่ไม่ได้เกิดในตระกูลเอลฟ์สูงที่หัดเวทมนตร์ แม้ว่า Furion พี่ชายของเขาจะเตือนว่าเวทมนนตร์คือพลังที่ชั่วร้าย แต่ Ilidan ก็ไม่เชื่อฟัง
ด้วยพรสวรรค์ทำให้ Illidan สามารถศึกษาเวทมนตร์ของเอลฟ์ชั้นสูงจนแตกฉาน จนถึงขนาดสร้าง  Well of Ethernity ขึ้นมาได้แม้ว่า Illidan จะใช้พลังทมิฬของเขาช่วยเหลือพี่ชายต่อสู้กับปีศาจแห่ง Burning Legion แต่ในท้ายที่สุดเขาก็ได้หักหลังพี่ชายและเหล่าเอลฟ์ทั้งมวล ด้วยการร่วมมือกับราชินี Azshara
(เหตุผลจะไปกล่าวถึงในเนื้อเรื่องนะครับ เดี๋ยวยาว)


Malfurion Stromrage
อาชีพ  Night Elf  Arch Druid
สังกัด Sentinels
อายุ  15,032 ขวบ
- Furion เป็น Night Elf  คนแรกที่ต่อต้านราชินีชั่วร้าย และการบูชาปีศาจในตระกูลสูง เขาพร้อมน้องชาย Ilidan และ  Cenarius กึ่งเทพทำสงครามต่อต้าน Burning Legionในช่วงสงครามดึกดำบรรพ์ เขาเป็นคนแรกที่ละทิ้งเวทมนตร์และเอาทฤษฎี Druidism มาใช้ เขาเป็นผู้นำเกี่ยวกับวิญญาณของ Night Elf และทำหน้าที่คุ้มครองวัฒนธรรมอันเปราะบางของประชาชน

Tyrande Whisperwind
อาชีพ  Night Elf  Priestess of the Moon , ผู้นำของ Sentinel
สังกัด Sentinel
อายุ  13,836 ขวบ
[color=DarkSlateBlue]- เจ้าหญิงของ Night Elf  ในสมัยก่อนและเป็นนักบวชหญิงชั้นสูงแห่งเทพีจันทรา Elune ในยุคที่ผ่านมา นางช่วย  2 พี่น้อง Stromrage  ในการสู้รบเพื่อปกป้อง Kalimdor จาก Burning Legion  Tyrande เป็นนักรบที่ดุเดือดและเก็บความแค้นเอาไว้ในใจเพราะการแบกรับภาระในการป้องกันแผ่นดินของนางในขณะที่พวก Druid เข้าญาณ ความรักที่ไม่มีวันตายต่อ Furion ทำให้เธอแข็งแกร่งและกล้าหาญที่จะเผชิญหน้าอันตรายโดยลำพังในการปกป้อง จากการโจมตีใดๆก็ตา
Jaina Proudmoore
อาชีพ Human Socceress ,สายลับพิเศษแห่ง Dalaran
สังกัด  Alliance
อายุ 23 ขวบ
- หนึ่งในแม่มดที่มีพรสวรรค์มากที่สุดลูกศิษย์ของ Antonidas เป็นสาวน้อยที่สดใสอยากรู้อยากเห็น และมุ่งมั่นที่จะเพิ่มพลังและความรู้ในเวทมนตร์อย่างต่อเนื่อง บิดาของเธอ พลเรือเอก Proudmoore แห่ง Kul Tiras เป็นผู้กล้าหาญที่ยิ่งใหญ่คนหนึ่งในสงครามครั้งที่2 ทำให้เธอรู้สึกกดดันมาตลอดที่จะใช้ชีวิตด้วยการอาศัยบารมีของบิดา ในอดีตเธอเคยมีช่วงเวลาที่หวานชื่นกับเจ้าชาย Arthas

Kelthuzad
อาชีพ Human Necromancer ผู้นำลัทธิ Cult of the Damned
สังกัด Scourge
อายุ 58  ปี
- Kelthuzad เป็นหนึ่งในพ่อมด ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแห่ง Dalaran เขาเป็นเพื่อนสนิทกับ Antonidas แต่ด้วยความกระหายพลังที่ยิ่งใหญ่ทำให้เขาศึกษาศิลปะแห่งวิชาภูตผี จนถูกขับออกจากสมาคมพ่อมดด้วยกัน จึงเป็นจุดเริ่มต้นให้ Kelthuzad เดินทางไป Northrend เพื่อพบกับ Lich King Kelthuzad มอบวิญญาณของเขาให้กับ Lich King Nerzhul แลกกับชีวิตอมตะและพลังเวทย์ดำที่มหาศาล จากนั้นจึงได้รับมอบหมายให้มาประกาศ ความเทพของ Lich King ให้มวลมนุษย์ได้รับรู้ ด้วยการก่อตั้งลัทธิ Cult of the Damned

Thall
อาชีพ Ocr Shaman ผู้นำแห่ง Orc
สังกัด Horde
อายุ  24 ปี
- Thall เป็นบุตรชายคนเดียวของ Durotan หัวหน้าเผ่า Orc ซึ่งถูกลอบสังหารในสงครามครั้งที่ 1 ทหารมนุษย์พบ Thall เมื่อยังเป็นทารก จึงได้เลี้ยงดูเป็นทาสและนักต่อสู้ เมื่อได้รับการสอนวิชาการสู้รบทำให้ Thall อยากเป็นอิสระและอยากพบกับเหล่าOrc ด้วยกันจึงทำให้Thall หลบหนีจากค่ายกักกันของมนุษย์เพื่อไปตามหาเส้นทางชีวิตของตน

Grom  Hellscream
อาชีพ Orc Warrior หัวหน้ากลุ่ม Warsong
สังกัด Horde
อายุ   46 ปี
- Grom เป็นหัวหน้ากลุ่ม Orc คนสุดท้ายที่รอดชีวิตจาก Draenor เคยนำกลุ่มWarsong เอาชนะมนุษย์นับครั้งได้ ไม่ใช่นับครั้งไม่ถ้วน มันเป็นออร์คกลุ่มแรกที่เคราะห์ร้ายจากปีศาจ ทำให้มันดิ้นรนด้วยความบ้าคลั่งและกระหายเลือดภายในใจ จนได้มาพบกับ Thall ซึ่ง Grom เชื่อว่าจะเป็นผู้ที่พามันและประชาชนพ้นจากอิทธิพลของปีศาจได้

Archimonde
อาชีพ Eradar Overlord
สังกัด Burning Legion
อายุ   ไม่จำกัด (Eternal)
- Achimonde ผู้มัวหมอง เป็นปีศาจรุ่นแรกที่รวบรวมมาสนับสนุน Sargeras เมื่อ Burning Legion เป็นรูปเป็นร่างขึ้นมา Achimonde โหดร้าย ซาดิสส์ โรคจิต และ
ไร้หัวใจแต่เจ้าเล่ห์เพทุบายและมองการณ์ไกล มันใช้คาถา Warlock ไร้ขีดจำกัดยากที่ใครจะต่อต้านได้ ในในจริงแล้วเขาพยายามที่จะเป็นเทพและใช้พลังแข่งกับ SArgeras หลังจากรอคอยมาหนึ่งพันปี เขาก็พร้อมบุกAzeroth  แม้ว่าจะได้รับมอบหมายให้บุกในนาม Sargeras แต่เขาก็มีแรงกระตุ้นในใจ (ตูต้องเทพ)


Admiral Daelin Proudmoore
อาชีพ  Supream Comander of  Alliance Navy พลเรือเอกของพันธมิตร,กษัตริย์ของนคร Kus Tiras
สังกัด Alliance , Kus Tiras
อายุ  ไม่ยอมบอก
- หนึ่งในวีรบุรุษของ Alliance ในสงครามครั้งที่ 2  Daelin แม่ทัพเรือผู้เกรียงไกรบิดาของ Jaina Proudmoore ชายผู้ที่เกลียดพวกออร์คยิ่งกว่าไส้เดือนหรือกิ่งกือ Daelin สนิทสนมและจงรักภักดีต่อ Sir  Lothas อย่างมาก งานอดิเรกของเขาคือฆ่าเหล่าออร์ค แล้วตัดหัวเสียบประจาน! คำพูดติดปากของเขาคือ "Death to the Blackbloods!"
Lord Aduin Lothar
อาชีพ  Supream Comander of  Alliance  ผบ.ทบ. ของ Alliance
สังกัด Alliance, kingdom of Azeroth
อายุ  ไม่ปรากฏ (ประมาณ 80+)
- แม่ทัพผู้ยิ่งใหญ่ของ Alliance ขุนพลผู้มากด้วยฝีมือและประสบการณ์ รบกับพวกออร์คตั้งแต่สงครามครั้งแรกและครั้งที่ 2  Lord Aduin มีดาบประจำกายที่น่าเกรงขาม นามว่า Quel,zaram

Antonidas
อาชีพ Human Archmage ,หัวหน้า Kirin Tor แห่ง Dalaran
สังกัด Kirin Tor, Alliance
อายุ 71 ขวบ
- Antonidas Archmage หัวหน้าสภานักเวทย์ Kirin Tor ผู้น่าเลื่อมใสและเป็นหนึ่งในบรรดาพ่อมดที่มีอานุภาพมากที่สุดในโลก ด้วยวัยชราทำให้สุขภาพทดทอย แต่เขาก็มี Jaina Proudmoore ศิษย์เอกคอยเป็นหูเป็นตาแทนให้ เขาหวังที่จะเห็น Jaina เป็นนักเวทย์ที่ยิ่งใหญ่แห่ง Dalaran ในอนาคต

Mannaroth
อาชีพ Demon King ราชาแห่ง Pit Lord
สังกัด Burning Legion
อายุ Eternal
- Mannaroth ฉายาจอมทำลายล้าง คือสิ่งมีชีวิตที่มีแต่ความเกลียดชัง พยาบาท บ้าคลั่งและเมายาบ้า มันเป็นสุดยอดเครื่องจักรในการทำลายล้างสิ่งมีชีวิต มันทำทุกวิถีทางที่จะทำลายและสังหารทุกอย่างที่ขวางหน้าเพียงอย่างเดียว คาดว่ามันมีพันธะสัญญาเลือดกับเผ่า Orc ที่มันคือแหล่งที่มาของความกระหายเลือดและความชั่วร้าย หลังจากรอคอยมา 10,000 ปีเพื่อกลับคืนมาและสิ้นสุดงานที่มันค้างไว้ในช่วงสงครามแห่งโบราณกาล

Tichondrius The Darkener
อาชีพ Dreadlords of  Nathrezim
สังกัด Burning Legion
อายุ ไม่ปรากฏ
- Tichondrius เป็น Dreadlords ผู้ซื่อสัตย์ที่หลงใหลในเงามืดและความเจ็บปวด มันได้รับมอบหมายจาก Kil’Jaeden ให้ทำหน้าที่เฝ้ารักษาความสงบ Lich King หรือ Nerzhul ซึ่งมันเชื่อว่าต้องทรยศ Legion อย่างแน่นอน Tichondrius เป็นทหารที่ดีมาก แม้จะขัดกับอารมณ์ส่วนตัวแต่เขาก็ยังปฏิบัติหน้าที่ด้วยการวางแผนอย่างถูกต้องและรัดกุม


King Terenas Menethil

Cenarius

Goddess Elune

Malorne the Waywatcher

Kil'jaeden

Magus Medivh

Maiev Shadowsong

Sargeras

Ner'zhu

Gul'dan

« Last Edit: January 04, 2009, 01:51:12 am by "Lunifer"-[Programer]- » Logged



-[พ่อหมา]-
Trade Count: (0)
Mage
***
Offline Offline

Posts: 494
49.00 Mana

View Inventory
Send Money to -[พ่อหมา]-

"Lunifer"


« Reply #1 on: November 16, 2008, 10:47:04 am »

บทนำ

            ไม่มีใครล่วงรู้แน่ชัดว่าจักรวาลเกิดขึ้นได้อย่างไร บางทฤษฎีกล่าวว่าการระเบิดอันเลวร้ายของจักรวาลส่งผลให้โลกหมุนตัวออกไปสู่ความยิ่งใหญ่ของ Great Dark โลกที่จะต้องแบกรับรูปแบบสิ่งมีชีวิตที่แตกต่างอันน่ากลัวและน่าพิศวง อีกทฤษฎีหนึ่งเชื่อว่าจักรวาลที่มีอยู่ถูกสร้างขึ้นทั้งหมดโดยหนึ่งเดียวที่มีแก่นแท้ของพลังทั้งมวล ถึงแม้ว่าแหล่งกำเนิดที่แท้จริงของจักรวาลอันสับสนวุ่นวายเพื่อนำแบบแผนมาสู่โลกต่างๆและทำให้แน่ใจว่าอนาคตจะปลอดภัยสำหรับสิ่งมีชีวิตที่ดำเนินตามรอยเท้าของพวกเขา
            ไททั่น เทพขนาดมหึมาผิวเหมือนโลหะจากจักรวาลอันไกลโพ้น ก้าวออกมาทำหน้าที่บนโลกที่พบเห็น พวกเขากำหนดรูปแบบในโลกของพวกเขาด้วยการยกภูเขาขึ้นและขุดทะเลกว้าง พวกเขาหายใจจนเกิดเป็นท้องฟ้าและพ่นอากาศมาสู่สิ่งมีชีวิต พวกเขาคิดไปไกลว่าจะทำให้โลกที่พวกเขาสร้างปราศจากความวุ่นวายของพวกเขาล้วนเป็นสิ่งที่ไม่อาจเข้าใจได้โดยละเอียด พวกเขามอบพลังให้กับเผ่าพันธุ์ดึกดำบรรพ์เพื่อดูแลผลงานและยึดมั่นในหลักคุณธรรมในโลกของพวกเขาแต่ละแห่ง
            ในช่วงยุคแรกของการสร้างโลก ไททั่น ที่อยู่ในการปกครองของกลุ่มย่อยชั้นสูงในนามว่า Pantheon ได้นำคำสั่งมาสู่โลกหนึ่งร้อยล้านดวงที่กระจัดกระจายอยู่ทั่ว Great Dark Beyond เนื่องจาก Pantheon ที่มีเมตตากำลังแสวงหาผู้คุ้มกันโลกที่เคยสร้างขึ้นมาและเคยต่อต้านการโจมตีจากความชั่วร้ายแก่นแท้แห่ง Twisting Nether ซึ่งมีขนาดใหญ่กว่าปกติมาแล้ว Nether คือมิติแห่งเวทมนตร์ที่สับสนไร้ตัวตนแท้จริงซึ่งเชื่อมโลกจำนวนมากมายในจักรวาลเข้าด้วยกัน และเป็นที่อยู่สำหรับสิ่งมีชีวิตชั่วร้ายเหมือนผีสิงมากมายนับไม่ถ้วนซึ่งเพียงพยายามที่จะทำลายและกลืนกินพลังงานของสิ่งมีชีวิตที่อาศัยในจุกรวาลอย่างตะกละตะกลามเท่านั้นเอง ไททั่น ผู้มีใจบริสุทธิ์และยึดถือประโยชน์ของผู้อื่นไม่สามารถจินตนาการภาพปีศาจหรือความชั่วร้ายในรูปต่างๆได้ และดิ้นรนค้นหาวิธียุติการคุกคามที่แน่นอนของปีศาจด้วย


Sargeras และการทรยศ       
           เพื่อปกป้องโลกจากพวกปีศาจร้าย Twisting Nether พวก Pantheon จึงเลือก Sargeras นักรบที่เก่งที่สุดของพวกเขามาทำหน้าที่เป็นแนวหน้าป้องกัน Sargeras ยักษ์ชั้นสูง ได้ปกป้องโลกมาเป็นเวลานานมากแล้วถ้าเขาเจอปีศาจที่ใดเขาก็จะทำลายมันออกไปให้หมด Sargeras ได้พบกับเผ่าผีสิงที่มีอานุภาพ 2 เผ่า ทั้ง2เผ่าต้องการพลังและครอบงำจักรวาลทั้งคู่ Eredar เผ่าเจ้าเล่ห์เพทุบายของหมอผีนับถือปีศาจ ใช้มนต์ดำทำให้โลกส่วนหนึ่งที่มันรุกรานตกเป็นทาส เผ่าพื้นเมืองในโลกเหล่านั้นถูกแปลงโฉมด้วยพลังอันยุ่งเหยิงของ Eredar และกลายเป็นปีศาจด้วยตนเอง แม้ว่าพลังแทบจะไร้ขีดจำกัดของ Sargeras จะมากมายเกินพอที่จะกำจัด Eredar ผู้ชั่วร้าย แต่เขาประสบปัญหาอย่างร้ายแรงจากการล่อลวงของสัตว์ร้ายและปีศาจครอบงำทั้งหลาย ไททั่น ที่ยิ่งใหญ่ได้โดนพลังแห่งความมืดครอบงำทีละเล็กทีละน้อย Sargeras พยายามกำจัดมนต์ดำมาตลอดเวลาโดยไม่คำนึงถึงความไม่สบายใจที่มีมากขึ้นของเขา เมื่อความสับสนและหดหู่ของเขาดำดิ่งลง Sargeras ถูกบังคับให้ต่อสู้กับอีกกลุ่มที่ตั้งใจรบกวนแบบแผนของไททั่น Nathrezim เผ่าทมิฬของปีศาจดูดเลือด(รู้จักในนามว่า Dreadlords) ออกเดินทางเพื่อพิชิตโลกแห่งหนึ่งที่อาศัยอยู่ด้วยการครอบครองพลเมืองของโลกและเปลี่ยนพวกเขาให้กลายเป็นเงา Dreadlord
        จอมวางแผนชั่วช้าได้เปลี่ยนแปลงประเทศทั้งหมดให้ต่อต้านกันเองด้วยการทำให้พวกเขาเกลียดอย่างไม่มีเหตุผลและขาดความไว้ใจแม้ Sargeras จะเอาชนะ Nathrezim ได้อย่างง่ายดายแต่การล่อลวงของมันมีผลกับเขาอยู่ลึกๆ Sargeras ผู้ประเสริฐ ไม่สามารถจัดการกับความกลัวที่รุมเร้าและความสิ้นหวังซึ่งครอบงำความรู้สึกของตนได้ Sargeras เริ่มเชื่อว่าแบบแผน ที่พวก ไททั่น สร้างขึ้นมาคือสิ่งเหลวไหล เขาเริ่มจะโดนพลังแห่งความมืดความงำมากขึ้น แม้ว่าเพื่อนพ้อง ไททั่น พยายามแนะนำข้อผิดพลาดและปลอบโยนอารมณ์พุ่งพล่านของเขา แต่ก็ไม่ทำให้เขากำจัดพลังความมืดภายในตัวเขาได้และ Sargeras ก็ถลันออกจากกองทหารไปตลอดกาล เขาออกค้นหาจุดหมายของตนเองในจักรวาล แม้ว่า Pantheon จะโศกเศร้ากับการจากไปของเขา แต่ไม่มีใครรู้ว่าพี่น้องของตนจะไปได้ไกลแค่ไหน เมื่อความมืดครอบงำเขาไปจนหมดแล้ว เขาเริ่มคิดว่า ไททั่น คือผู้รับผิดชอบความล้มเหลวในสิ่งที่เขาสร้างขึ้น ในที่สุด Sargeras ก็ได้ก่อตั้งกองทัพที่ไม่สามารถหยุดมันได้ กองทัพที่จะทำให้จักรวาลลุกเป็นไฟ Sageras ได้ปลดปล่อย Eredar และ Nathrezim พวกปีศาจเจ้าเล่ห์ได้เสนอตัวเป็นทาสของเขาพร้อมกับสาบานว่าจะรับใช้เขาไปตลอดกาล Sargeras ต้องการทหารเอก 2 คนเพื่อมาเป็นผู้นำให้แก่กองทัพปีศาจ Kiljaeden ได้รับเลือกให้ค้นหาเผ่าพันธุ์ที่ชั่วร้ายที่สุกในจักรวาลและล่อลวงมาสู่ความมืด ของ Sargeras ส่วนคนที่ 2 คือ Archimonde ได้รับเลือกให้นำกองทัพมหึมาเข้าต่อสู้กับพวกที่ต่อต้าน Sargeras ก้าวแรกของ Kiljaeden คือการทำให้พวก Dreadlords ตกเป็นทาสภายใต้พลังอันร้ายกาจของมัน พวก Dreadlords ทำหน้าที่เป็นสุดยอดผู้คุ้มกันและสายลับไปทั่วจักรวาล Kiljaeden ได้เลือกหนึ่งในบรรดา Dreadlords คือ Tichondrius เป็นทหารที่สมบูรณ์แบบ ส่วน Archimonde ยังมอบอำนาจการเป็นสายลับให้กับตัวเองมันหวังที่จะรวบรวมเผ่าพันธุ์ที่มีการต่อสู้ชั้นยอด ซึ่งจะกำจัดพระเจ้าออกไปทั้งหมด ด้วยการเรียกเผ่า Pit Lords กับMannaroth ผู้นำของพวกมัน
Sageras รู้ว่ากองทัพต่างๆของเขารวมตัวกันและพร้อมที่จะทำตามบัญชาของเขา เขาจึงปล่อยกองทัพที่เร่าร้อนสู่ความกว้างใหญ่ไพศาลของ Great Dark เขาเรียกกองทัพของเขาว่า Burning Legion จนถึงวันนี้ยังไม่แน่ชัดว่าโลกกี่ดวงที่พวกมันกลืนกินและเผาผลาญไปในสงครามอันไร้ศีลธรรมทั่วจักรวาล


คำสั่งแห่ง Azeroth
           ไททั่น ยังคงเดินทางจากโลกหนึ่งไปสู่อีกโลกหนึ่งเพื่อกำหนดรูปแบบโลกของเขา โดยไม่รู้เรื่องภารกิจของ Sargeras ที่จะทำลายผลงานของพวกเขาที่สร้างขึ้นมา ระหว่างการเดินทางพวกเขาได้พบโลกที่มีขนาดเล็กซึ่งมีชื่อว่า Azeroth พวก ไททั่น มอบอำนาจให้เผ่าต่างๆจำนวนหนึ่งเพื่อให้โลกเป็นรูปร่างขึ้นมา พวกเขาสร้างคนแคระขึ้นมาจากก้อนหิน พวกเขาสร้างยักษ์ขนาดใหญ่แต่มีจิตใจอ่อนโยนเพื่อขุดทะเลและยกผืนดินขึ้นจากก้นทะเล เป็นเวลาหลายยุคหลายสมัยที่พวก ไททั่น ย้ายและก่อผืนดินเป็นรูปเป็นร่าง จนในที่สุด เหลืออยู่เพียงทวีปเดียวที่สมบูรณ์แบบ ที่ศูนย์กลางของทวีปพวก ไททั่น สร้างทะเลสาปแห่งพลังงานที่เป็นประกายระยิบระยับ ทะเลสาปนี่ถูกตั้งชื่อว่า Well of Eternity จะต้องเป็นแหล่งกำเนิดของชีวิตสำหรับโลก พลังงานของมันจะหล่อเลี้ยงกระดูกของโลกและมอบพลังให้กับชีวิตเพื่อให้รากในผืนดินอุดมสมบูรณ์ ตลอดเวลา พืช ต้นไม้ สัตว์ประหลาด และสิ่งมีชีวิตของสสรพสิ่งเริ่มงอกงามบนทวีป พวก ไททั่น ตั้งชื่อทวีปว่า Kalimdor ดินแดนแห่งแสงดาวชั่วนิรันดร์ เมื่อแน่ใจว่าโลกใบนี้เป็นระเบียบเรียบร้อยแล้ว ดังนั้นงานของพวกเขาก็สิ้นสุดลงพวก ไททั่น เตรียมลาจาก Azeroth แต่ทว่า ก่อนที่พวกเขาจะจากไปก็ได้ตัดสินใจมอบพลังให้กับมนุษย์ที่เพิ่งเกิดขึ้นครั้งแรกในโลกเพื่อระวังพวกปีศาจร้ายจะมาบุก Kalimdor สมาชิกที่เหลือแต่ละคนของเผ่า Pantheon กระตุ้นพลังเพื่อสร้างมังกรยิ่งใหญ่ทั้ง 5 Alexstrasza ผู้ตรึงชีวิต Malygos ผู้ถักทอคาถา Ysera แห่งความฝัน Nozdormu แห่งกาลเวลา และ Neltharion ผู้ปกป้องปฐพี มังกรทั้ง5ได้รับพลังมหาศาลจากพวก ไททั่น และจะปกป้องโลกตลอดไป พวก ไททั่นได้ทิ้ง Azeroth เพราะมังกรต่างๆพร้อมจะทำหน้าที่แทนพวกเขาแล้ว น่าเสียดายที่โลกใบเล็กที่เพิ่งเป็นรูปเป็นร่างขึ้นมาได้ถึงหู Sagerasซะแล้ว

[color=DarkSlateGray]Kaldorei กับ สระน้ำแห่งนิรันดร์
           ราวหมื่นปีก่อนที่เหล่า Orc และ Human เปิดฉากรบกันในสงครามครั้งแรก โลกแห่ง Azeroth เป็นมหาทวีปเพียงหนึ่งเดียวซึ่งถูกรอบล้อมด้วยทะเลอันกว้างใหญ่ไร้ที่สิ้นสุด ผืนแผ่นดินที่รู้จักกันในนาม Kalimdor ถือเป็นแหล่งกำเนิดของสิ่งมีชีวิตหลายเผ่าพันธุ์ ทั้งหมดต่างแก่งแย่งกันเพื่อความอยู่รอดท่ามกลางโลกอันโหดร้ายนี้ ณ ใจกลางมหาทวีปแห่งนี้มีทะเลสาบปริศนาแห่งพลังงานซึ่งต่อมาถูกขนานนามว่า สระน้ำแห่งนิรันดร์ ถือเป็นหัวใจของเวทมนตร์และธรรมชาติของโลก ขณะนั้น มีกลุ่มชนโบราณรูปร่างคล้ายมนุษย์ที่ออกหากินในเวลากลางคืน ได้เดินทางไปยังริมสระน้ำแห่งนิรันดร์อันน่าหลงใหลนี้ กลุ่มชนผู้เร่ร่อนได้ถูกพลังลึกลับของสระน้ำดึงดูดไว้ และพวกเขาได้สร้างบ้านอย่างเรียบง่าย ขึ้นมาบริเวณริมสระอันเงียบสงบนี้ เมื่อเวลาผ่านไป พลังแห่งสระน้ำได้ส่งผลต่อเผ่าพันธ์แปลกหน้า มันทำให้พวกเขาแข็งแกร่ง เฉลียวฉลาด และเป็นอมตะพวกเขาเรียกตัวเองว่า Kaldorei หมายถึง บุตรแห่งดวงดาว และเพื่อเป็นการเฉลิมฉลองที่พวกเขามาอาศัยอยู่ที่นี้ พวกเขาได้สร้างอนุสรณ์และวิหารขนาดใหญ่ขึ้นรายล้อมรอบสระแห่งนี้ Kaldorei หรือที่รู้จักกันในเวลาต่อมาว่า Night Elf ได้ถือเอา Elune ธิดาแห่งดวงจันทร์เป็นสิ่งสักการะสูงสุด และเชื่อว่าในเวลากลางวัน นางจะหลับไหลอยู่ใต้ผืนน้ำ นักบวชและหมอดู Night Elf ยุคแรกต่างพากันศึกษาพลังอันลึกลับของสระน้ำแห่งนี้อย่างไม่มีสิ้นสุด เมื่อสังคม Night elf ได้เติบโตขึ้นจนมีประชากรนับแสน มีสิ่งเดียวที่จะเบนความสนใจของพวกเขาได้ นั่นคือมังกรโบราณผู้ทรงพลังนั่นเอง พวกมันช่วยป้องกันดินแดนจากการคุกคามได้เป็นอย่างดี พวก Night Elf เชื่อกันว่ามังกรคือ ผู้พิทักษ์โลก และควรปล่อยให้พวกมันอยู่โดยลำพังจะดีที่สุด ในเวลาต่อมา ความอยากรู้ของ Night Elfนำพวกเขาไปพบและเป็นมิตรกับสิ่งอันทรงพลังมากมาย หนึ่งในนั้นคือ Cenarius กึ่ง Night Elf กึ่ง เทวดา แห่งป่ายุคแรก Cenarius ผู้เมตตาพอใจในพวก Night Elf และได้สอนพวกเขาให้รู้จักกับโลกแห่งธรรมชาติ เหล่าNight Elf ได้พัฒนาการใช้ชีวิตในป่าแห่ง Kalimdor และสนุกสนานกับการใช้ชีวิตให้สอดคล้องกับธรรมชาติ เมื่อยุคสมัยที่ดูจะไร้จุดจบได้ผ่านไป อารยธรรมของพวก N ight Elf ได้แผ่ขยายออกไปทั้งด้านอาณาเขตและวัฒนธรรม ประเพณีวิหาร ถนนหนทางและที่พักอาศัยของพวกเขาได้ขยายอาณาเขตออกไปทั่วบริเวณทวีปอันมือมิดแห่งนี้ ราชินี Azshara ผู้เลอโฉมแห่ง Night Elf ได้สร้างพระราชวังอันงดงามและใหญ่โตขึ้นบริเวณสระน้ำและให้บริวารผู้ใกล้ชิดอาศัยอยู่ในหอที่ประดับประดาด้วยอัญมณี บริวารของนางซึ่งเรียกว่า Highborne ปฏิบัติตามคำบัญชาของนางทุกอย่าง และเชื่อว่าพวกเขาต้องยิ่งใหญ่กว่าพี่น้องที่มีสถานะด้อยกว่า แม้ว่า Azshara รักประชาชนของนางเท่าๆกันก็ตาม แต่ Highborne ก็ถูกพวกขี้อิจฉาเกลียดชังอยู่อย่างเงียบๆ เพื่อเป็นการแบ่งเบาการศึกษาพลังของบ่อน้ำของนักบวช Azshara ได้ให้พวก Highborne ช่วยค้นหาความลับของสระแห่งนี้ และเปิดเผยความจริงให้โลกได้รู้ เหล่า Highborne ได้แต่หมกมุ้นอยู่แต่กับงานของตน และศึกษาเรื่องของสระนี้อย่างไม่รู้จักคำว่าเหนื่อย จนกระทั่งพวกเขาสมารถพัฒนาความสามารถในการถ่ายเทและควบคุมพลังงานของสระได้สำเร็จ ขณะที่พวกเขากำลังดำเนินการทดลองไปอย่างขมักเขม้น Highborne ก็พบว่าพวกเขาสมารถใช้พลังที่พบนี้ สร้างสรรค์ หรือทำลายได้อย่างสบาย Highborne ตั้งใจว่าจะมอบชีวิตให้พลังแห่งสระนี้ แม้ว่าพวกเขารู้ดีว่าหากใช้อย่างขาดความรับผิดชอบพลังนี้อาจจะมีอันตรายอย่างมาก แต่ Azshara และเหล่า Highborne ของนางก็เริ่มต้นฝึกเวทมนตร์เหล่านี้ทันที Cenarius และเหล่า Night Elf ผู้รอบรู้ได้เตือนว่าผลของการเล่นกับศาสตร์แห่งเวทมนตร์จะได้รับแต่หายนะเท่านั้น แต่ Azshara กับบริวารของนางก็ยังคงฝึกฝนพลังงานอย่างไม่ฟังคำเตือนของผู้หวังดี เมื่อพลังของพวกเขาเพิ่มมากขึ้น ก็เกิดความเปลี่ยนแปลงที่เห็นได้ชัดกับ Azshara และ Highborne ได้เพิ่มความกระด้างและทารุณกับชาว Night Elf ราชินีครั้งหนึ่งที่เคยงดงาม เริ่มห่างเหินจากบุคคลอันเป็นที่รัก และไม่สุงสิงกับใคร นอกจากเหล่านักบวช Highborne ผู้ซื่อสัตย์ของเธอเท่านั้น นักศึกษาหนุ่มนาม Malfurion Stormrage ผู้ซึ่งใช้เวลาส่วนใหญ่หมดไปกับการศึกษาผลกระทบจากสระน้ำนี้ Malfurion ได้เริ่มสงสัยถึงพลังอันร้ายกาจที่เปลี่ยน Highborne และราชินีที่รักของเขา แม้ว่าเขาไม่ตระหนักถึงการมาของปีศาจร้าย แต่เขาก็รู้ดีว่าชีวิตของพวก Night Elf ไม่มีทางเหมือนเดิมได้อีกแล้ว
[/color]

สงครามแห่งโบราณกาล
           การใช้เวทมนตร์อย่างขาดความยั้งคิดของ Highborne ได้ทำให้พลังงานไหลวนออกจากสระน้ำแห่งนิรันดร์ และเข้าสู่ความมืดเบื้องบน การหลั่งไหลของพลังงานนี้ได้ส่งกระแสคลื่นไปยังโลกใต้พิภพอันบิดเบี้ยวและสามารถรู้สึกได้โดยจิตใจอันชั่วช้า Sargeras ผู้เป็นปรปักษ์กับสิ่งมีชีวิตทั้งมวล และเป็นผู้นำหายนะมาสู่โลก ได้สัมผัสถึงการไหลของพลังงานนี้ จึงได้มายังโลกแห่ง Azeroth และรู้สึกถึงพลังอันไร้ขีดจำกัดของสระน้ำแห่งนิรันดร์ Sargeras เป็นปีศาจผู้ไม่รู้จักพอ ได้ตกลงที่จะทำลายโลกที่กำลังเติบใหญ่นี้ และยึดเอาพลังงานมาเป็นของตัวเอง Sargeras ได้รวบรวมกองทัพปีศาลจำนวนมหาศาลของตนขึ้น ตั้งชื่อกองทัพว่า Burning Legion และมุ่งตรงไปยังโลกแห่ง Azeroth ทันที กองทัพ Legion อื่ออึงไปด้วยเสียงกรีดร้องของปีศาจนับล้านๆตัว พวกมันมาจากสุดขอบจักรวาล และมีความคิดเดียวคือการเอาชนะเท่านั้น Archimonde ผู้สามานย์ และ Mannaroth ผู้ทำลายล้าง ซึ่งเป็นนายทหารของ Sargeras ต่างก็จัดเตรียมทาสจากนรกของพวกมันให้พร้อมสำหรับการโจมตี
            ราชืนี Azshara ซึ่งถูกครอบงำโดยเวทมนตร์ของตนเอง ได้ตกเป็นเหยื่อของพลังอันไม่อาจต้านทานของ Sargeras และยินยอมให้มันเข้าสู่โลกของนาง แม้กระทั่งบริวาร Highborne ของนางก็มิอาจขัดขืนต่อพลังเวทมนตร์นี้ และเริ่มบูชา Sargeras ดุจดั่งเทพเจ้า และเพื่อเป็นการแสดงความจงรักภักดีต่อ Legion พวก Highborne ก็เสนอให้ราชินีเปิดประตูวนขนาดใหญ่ที่อยู่ภายใต้สระน้ำแห่งนิรันดร์ออก เมื่อทุกอย่างเตรียมพร้อมแล้ว Sargeras ก็เริ่มเข้าบุก Azeroth เหล่านักรบปีศาจของ Burning Legion ได้เคลื่อนทัพสู่โลกผ่านทางสระน้ำแห่งนิรันดร์ และเข้ายึดเมืองที่กำลังหลับไหลของ Night Elf พวก Legion ซึ่งนำโดย Archimonde และ Mannoroth เคลื่อนทัพไปทั่ว Kalimdor โดยทิ้งไว้เพียงแต่ซากของสิ่งก่อสร้าง ปีศาจร้ายได้เรียกไฟนรกมาเผาผลาญวิหารอันงดงามแห่ง Kalimdor นักฆ่าผู้กระหายเลือด Doomguard ได้ย่ำไปทั่ว Kalimdor และสังหารทุกคนที่ขวางทางอย่างโหดร้าย แม้นักรบผู้กล้าแห่ง Kaldorei จะเข้าปกป้องแผ่นดินของตนแต่ก็ต้องพ่ายแพ้แก่ความบ้าคลั่งของกองทัพ Burning Legion อยู่ดี

Logged

-[พ่อหมา]-
Trade Count: (0)
Mage
***
Offline Offline

Posts: 494
49.00 Mana

View Inventory
Send Money to -[พ่อหมา]-

"Lunifer"


« Reply #2 on: November 16, 2008, 10:47:50 am »

โลกที่ถูกตัดขาด
            Malfurion Stormrage รู้ว่าต้องหาความช่วยเหลือเพื่อพลเมืองของเขาโดยเร็ว Illidan Stormrage น้อยชายของเขาซึ่งได้อยู่ในกลุ่ม Highborne และเพื่อเป็นการดึงให้ Illidan ละทิ้งจากอันตรายที่ครอบงำเขาอยู่ Malfurion จึงตั้งใจจะไปหา Cenarius และระหว่างทางเขาได้รวบรวมกำลังเพื่อต่อต้านกองทัพ Legion นักบวชหญิง Tyrande Whisperwind ผู้งดงามได้เข้าร่วมด้วย แม้ว่าทั้ง Malfurion และ Illidan ต่างก็หลงรักหญิงคนนี้อยู่ แต่หัวใจของนางมอบให้กับ Malfurion คนเดียว
            Illidan ผู้อาภัพเกิดมาก็ต้องอยู่ภายใต้ร่มเงาของพี่ชายที่เป็นผู้ที่รักของคนอื่นมาตลอด อิจฉาความรักของคู่นี้ยิ่งนัก Illidan อกหักและหันไปศึกษาเวทมนตร์อย่างบ้าคลั่งทำให้เขาค่อยๆตกอยู่ใต้อำนาจเวทย์ดำทีละน้อย ต้องพยายามควบคุมตัวเองและความกระหายพลังจากสระน้ำอยู่ตลอด  Cenarius ซึ่งอาศัยอยู่ในบึงจันทราอันศักดิสิทธิ์แห่งเทือกเขา Hyjal Cenarius ยินดีช่วยเหลือ Night Elf ด้วยการค้นหามังกรโบราณและนำพวกมันมาช่วยอีกแรง เหล่ามังกรซึ่งนำโดย Alexstrasza มังกรแดงตัวมหึมายอมมาช่วยพวกเขาต่อต้านเหล่าปีศาจ Cenarius เรียกเล่าวิญญาณแห่งผืนป่า ,รวบรวมกองทัพต้นไม้ และนำพวกมันมาสู้กับ Legion ขณะที่เหล่า Night Elf คอยคุ้มกันวิหารแห่ง Azshara และสระน้ำแห่งนิรันดร์ การต่อสู้นั้นดุเดือดมาก ผู้เข้มแข็ง Furion และพรรคพวกก็พบว่าก็พบว่าไม่อาจเอาชนะ Legion ได้ด้วยความแข็งแกร่งเพียงอย่างเดียว
            ขณะที่มหาสงครามเกิดขึ้นทั่วเมืองหลวงแห่ง Azshara แต่ราชินีผู้หลงผิดกลับเฝ้าแต่รอคอยการมาถึงของ Sargeras จ้างแห่ง Legion เตรียมการที่จะเข้าสู่โลกผ่านทางสระน้ำแห่งนิรันดร์นี้ ขณะทีเงามืดอันมหึมาของพวกมันเข้าใกล้มาทุกที Azshara ก็ได้รวบรวมบริวาร Highborne ที่ทรงพลังที่สุดของนางเข้าด้วยกันเพื่อสร้างทางผ่านที่ใหญ่พอสำหรับ Sargeras Malfurion รู้ดีว่าสระน้ำแห่งนิรันดร์เป็นทางเชื่อมให้ปีศาจเข้ามาสู่โลกได้ จึงคิดจะทำลายมันเสีย ด้าน Tyrande เล็งเห็นถึงผลดีจากความคิดของ Malfurion จึงบอกให้ Cenarius และสหายมังกรของพวกเขาทำลายวิหารของ Azshara และหาทางปิดสระน้ำนี้ให้ได้ ด้าน Illidan รู้ดีว่าการทำลายสระนี้ จะทำให้เขาไม่อาจใช้เวทมนตร์ได้อีกจึงหนีออกจากกลุ่ม และไปเตือนเหล่า Highborne ถึงแผนการของ Malurion ด้วยความบ้าคลั่งพลังเวทมนตร์ และที่คนที่เขารักกลับไปชอบพี่ ทำให้ Illidan ไม่รู้สึกผิดกับการทรยศต่อ Malfurion และแปรพักตร์เข้ากับ Azshara และ Illidan สัญญาว่าจะปกป้องสระน้ำด้วยชีวิต
            เพื่อให้ Sargeras สามารถก้าวข้ามมาโลกได้ ราชินีจึงจำเป็นต้องขยายประตูมิติให้กว้างพอ ในขณะเดียวกันกองทัพแห่ง Elune และพันธมิตรก็ได้รุกคืบหน้าเข้ามาใกล้ ขณะที่ประตูมิติกำลังจะเปิดได้สำเร็จ และเงาของ Sargeras กำลังผ่านผิวน้ำขึ้นมา หนึ่งในมังกรผู้พิทักดิ์ Netharion มังกรแห่งผืนดิน จึงได้ยอมเสียสละร่างกายของตนเองเข้ารับพลังด้านมืด จนกลายร่างเป็นมังกร Deathwing ผู้มีไฟนรกอยู่ท่วมกายนำทัพมังกรผู้ติดตามที่เหลือจู่โจมเข้าสู่ใจกลางของกองทัพ Legion จนสามารถบุกเข้าไปในวิหารได้


เทือกเขา Hyjal และของขวัญจาก Illidan
            เกือบ 8 ส่วน 10 ของแผ่นดิน Kalimdor ได้ถูกแยกออกทิ้งไว้เพียงผืนทวีปขนาดเล็กที่ถูกล้อมรอบด้วย ทะเล ณใจกลางทะเลแห่งใหม่นี้ ที่ที่เคยเป็นตำแหน่งของสระน้ำแห่งนิรันดร์ ได้เกิดพายุขึ้น และพลังงานอันปั่นป่วนซึ่งไม่เคยอยู่หนึ่ง รู้จักกันในชื่อว่า Maelstrom มันเป็นเครื่องเตือนใจให้ระลึกถึงความหายนะครั้งรุนแรงที่สุด และยุคสมัยใหม่กำลังจะเริ่มต้นขึ้น! เหล่า Night Elf ที่เหลือรอดมาจำนวนหนึ่ง ได้รวมตัวกันและสร้างแพแบบเรียบง่ายล่องไปตามทางทีอยู่ข้างหน้า และด้วยความเมตตาของเทพ Elune ทำให้ Malfurion Tyrande และ Cenarius ต่างก็ปลอดภัยจากภัยธรรมชาติครั้งนี้ เหล่า Night Elf ได้นำพาพวกพ้องที่รอดตายไปสร้างเมืองแห่งใหม่ ขณะที่กำลังเดินทางอยู่ พวกเขาก็ได้สำรวจซากของวิกฤตครั้งนี้ และได้ตระหนักว่า กิเลสของพวกเขา นำมาถึงความหายนะแก่โลก แม้ว่า Sargeras และ Legion ของมันจะถูกกำจัดออกจากโลกได้
แต่ Malfurion และพวก Night Elf ก็รู้ซึ้งถึงการแลกเปลี่ยนครั้งใหญ่ ที่ทำให้โลกย่อยยับ ส่วนพวก Azshara และเหล่า Highborne ของนางได้ถูกฝังอยู่ก้น Maelstorm แต่ก็มีพวก Highborne บางส่วนที่ปลอดภัย แม้ว่า Malfurion จะไม่ไว้ใจพวก Highborne ก็ตาม แต่เขาก็ไม่กังวลเพราะไม่มีพลังของสระน้ำเหลืออยู่แล้ว ขณะที่เหล่า Night Elf ที่เหนื่อยล้าก็มาถึงฝั่งของแผ่นดินจนได้ พวกเขาก็พบว่า เทือกเขา Hyjal ยังปลอดภัย Malfurion และเหล่า Night Elf ได้ปีนขึ้นไปยังยอดเขา เพื่อหาที่ตั้งถิ่นฐานใหม่ เมื่อพวกเขาลงไปยังลุ่ม ที่อยู่กลางเขา พวกเขาก็พบกับสระน้ำบ่อเล็กๆ อันเงียบสงบ แต่ที่น่าตระหนักคือ น้ำในสระแปดเปื้อนไปด้วย เวทมนตร์ !
            Illidan ซึ่งรอดตายจากหายนะเช่นกันได้ไปถึงยอดเขา Hyjal ก่อน ได้เทน้ำจากบ่อน้ำแห่งนิรันดร์ลงไปทำให้สระน้ำแห่งนี้แปดเปื้อนไปด้วยเวทมนตร์ อย่างรวดเร็ว แต่เขาก็ตกใจเมื่อ Malfurion ไล่ตามมาทัน และได้อธิบายถึงความหายนะของเวทมนตร์นี้ แต่ Illidan ไม่ฟัง สองพี่น้องจึงเข้าต่อสู้กัน ด้วยพลังที่ไร้ขีดจำกัดของ Sargeras ทำให้ Malfurion ได้รับบาดเจ็บสาหัสและล้มลง Illidan เกิดความลังเลที่จะสังหารพี่ชายของตนจึงหยุดชะงักไป  ทำให้ Cenarius ที่ตามมา ใช้สกิล Root (รากไม้ยึด) จับ Illidanเอาไว้ได้ และกำลังจะสังหารแต่ Malfurionได้ร้องขอไว้ และได้นำ Illidan ไปกักขังในห้องใต้ดินที่มืดมิดใต้เขา Hyjal ตลอดกาล โดยให้ Maive Shadowsong เป็นผู้ควบคุม
            หลังจากนั้นกลับมาที่บ่อน้ำแห่งนิรันดร์ที่ Illidan สร้างขึ้นใหม่ พวก Night Elf กลัวว่าการทำลายสระน้ำแห่งนี้จะทำให้เกิดหายนะขึ้นอีก จึงตัดสินใจปล่อยมันไว้อย่างนั้น โดยที่ Malfurion ประกาศว่าจะไมฝึกฝนเวทมนตร์อีกเลย แต่พวกเขาก็เริ่มศึกษาศาสตร์โบราณของพวก Druid แทน ซึ่งจะช่วยให้พวกเขา ฟื้นผืนป่าอันเป็นที่รักบนเขา Hyjal ได้อีกครั้ง


ทสนทนาระหว่าง Malfurion กับ Illidan หลังจบการต่อสู้

Malfurion : Illidan เจ้าคิดผิดจิงๆ ที่จริงแล้วข้าไม่ต้องการที่จะทำกับเจ้าแบบนี้
Illidan : ........
Malfurion : ข้าเคยเตือนเจ้าหลายครั้งแล้ว ว่าพลังเวทมนตร์นั้นจะทำลายชีวิตเจ้า
Illidan : มันไม่ใช่อย่างนั้นท่านพี่
Illidan : พลังของข้า ไม่ได้ทำลายชีวิตข้า........ท่านต่างหากที่เป็นคนทำลายชีวิตของข้า
Malfurion : ........


World Tree และความฝันสีมรกต
             หลายปีผ่านไป เหล่า Night Elf ต่างทำงานกันอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อยเพื่อสร้างบ้านเมืองขึ้นมาอีกครั้ง พวกเขาสร้างบ้านใหม่ขึ้นท่ามกลางความเขียวขจีของต้นไม้ เวลานั้น พวกมังกรที่รอดมาจากหายนะครั้งใหญ่ Alexstrasza,Ysera และ Nozdormu พากันมายังที่โล่งอันเงียบสงบของพวก Druid Malfurion ซึ่งกลายเป็น Druid ชั้นสูง ได้เข้ามาพูดคุยกับมังกร และเล่าเรื่องสระน้ำแห่งใหม่ให้พวกมันฟัง เหล่ามังกรตกใจ และกล่าวว่า ตราบใดที่สระน้ำยังอยู่ พวก Legion อาจจะกลับมาทำลายโลกอีกได้ Malfurion กับมังกรทั้ง 3 ต่างคิดวิธีเพื่อไม่ให้ พวก Legion ค้นพบเส้นทางมายังโลกอีก Alexstrasza ผู้ให้ชีวิต ได้วางผลต้นโอ้กไว้ใจกลางสระน้ำ ผลต้นโอ้กนี้เมื่อถูกพลังเวทมนตร์ ก็เติบโตขึ้นเป็นต้นไม้ใหญ่ รากของมันงอกมาจากสระน้ำในสระ และร่มไม้อันเขียวชอุ่มขชองมันได้สูงเสียดหมู่เมฆบนฟ้า ต้นไม้อันมหึมานี้จะเป็นสัญลักษณ์ แห่งความสัมพันธ์ ระหว่าง Night ELf กับธรรมชาติที่จะคงอยู่ชั่วนิรันดร์ เหล่า Night Elf ขนานนามต้นไม้โลกของพวกเขาว่า Nordrassil ซึ่งหมายถึง มงกุฎแห่งสวรรค์ และ Nozdormu ได้ให้พรกับ World Tree ว่าตราบใดที่ ต้นไม้ต้นนี้ยังอยู่ เหล่า Night Elf จะไม่รู้จักแก่ หรือล้มเจ็บเป็นอันขาด


เนรเทศ High Elf
           หลายศตวรษผ่านไป Night Elf ได้เติบใหญ่ขึ้น และแผ่ขยายออกไปทั่วทั้งป่าที่พวกเขาเรียกว่า Ashenvale สิ่งมีชีวิตหลายเผ่าพันธ์ต่างปรากฏตัวขึ้นอีกครั้ง ภายใต้การเมตตาของ Druid เหล่า Night Elf ต่างก็มีความสุขกับยุคแห่งสันติภาพ อย่างไรก็ตาม พวก Highborne ที่รอดมาได้ ก็กำลังฟื้นตัวอย่างต่อเนื่องเช่นกัน พวกมันเซ็งจิตกับการสูญเสียพลังเวทมนตร์ไป แต่พวกมันก็ยังคงหลงใหล กับพลังเวทมนตร์ และการฝึกฝนเวทมนตร์ได้เริ่มต้นอีกครั้ง Dath'Remar ซึ่งเป็นผู้นำของเหล่า Highborne เขาพูดจาเยาะเย้ยถากถางพวก Druid ตามที่สาธารณะต่างๆ โดยเรียกพวกเขาว่าพวกขี้ขลาด ที่ไม่กล้าใช้เวทมนตร์ที่เป็นของพวกมัน Malfurion กับพวก Druid ไม่สนใจคำกล่าวของ Dath'Remar และเตือนเหล่า Highborne ว่าการใช้เวทมนตร์จะนำมาซึ่งแต่หายนะ ระหว่างนั้นพวกเขาไม่ได้ระวังตัว Dath'Remar และสมุน ได้ปล่อยพายุเวทมนตร์ อันร้ายกาจซัดใส่ Ashenvale เพื่อบังคับให้พวก Druid ล้มเลิกความคิดนี้เสีย พวก Druid ไม่อาจฆ่าเพื่อนร่วมเผ่าได้ จึงตัดสินใจเนรเทศ พวก Highborne ที่เป็นภัยเหล่านี้ออกไปจากดินแดนของตน Dath'Remar กับพวกต่างยินดียิ่งนักที่ไม่ได้อยู่ร่วมกับพวกหัวโบราณได้ (ดูมานด่า) และสร้างเรือพิเศษ ล่องออกไปในทะเล และล่องเรือมายังทางทิศตะวันออกที่เรียกว่า Lordaeron พวกมันวางแผนที่จะสร้าง Quelthalas อาณาจักรเวทมนตร์ ของตัวเองขึ้นมา และไม่ยอมรับกฏของพวก Night Elf ที่ต้องบูชาดวงจันทร์ หรือหากินในเวลากลางคืน นับแต่นั้นมา พวกมันก็เป็นที่รู้จักกันในชื่อ High Elf


Sentinels กับการเฝ้าระวังอันยาวนาน
            เมื่อเหล่าญาติ ผู้ดื้อรั้นได้จากไป พวก Night Elf ได้ให้ความสนใจกับการรักษาเมืองมากขึ้น ขณะที่ เหล่า Druid ใกล้จะถึงฤดูจำศีลของพวกมันอีกแล้ว Tyrande ซึ่งกลายเป็นนักบวชหญิงคนแรกแห่ง Elune ได้ขอให้ Malfurion คนรักของเธอ ไม่ให้ไปยัง Emerald dream ของ Ysera แต่เขาจะเป็นจริงๆที่ต้องไปยังที่นั้น และได้บอกลา Tyrande และสัญญาว่าจะกลับมาหาคนที่รัก Tyrande ถูกทิ้งไว้เพื่อป้องกัน Kalimdor จากอันตรายต่างๆ เธอได้รวบรวมพี่น้องสตรี Night Elf ของเธอขึ้นเป็นกองทัพที่แข็งแกร่ง นักรบหญิงผู้กล้าหาญ ได้รับการฝึกฝนมาอย่างดี พวกเธอเป็นที่รู้จักกันในชื่อ Sentinel แม้ว่าพวกเธอจะชอบลาดตระเวน ป่าอันเงียบสงบเพียงลำพัง แต่เมื่อใดที่มีเหตุฉุกเฉิน พวกเธอจะเรียกกำลังเสริมออกมาได้ทันที ด้านสิ่งมีชีวิตกึ่งเทพอย่าง Cenarius ก็ยังคงช่วยพวก Night Elf รักษาความเรียบร้อยในเมืองอยู่เสมอ แม้แต่ Dryad ลูกของ Cenarius ก็ปรากฏกายออกมาบ่อยขึ้นด้วย แม้ว่าภารกิจในการรักษาความสงบของ Ashenvale จะทำให้ Tyrande แทบไม่มีเวลาว่าง แต่เธอก็รู้สึกเหงาเพราะไม่มี Malfurion คนรักของเธออยู่ด้วย หลายศตวรรษ ผ่านไป เธอคิดว่า เหล่า Burning Legion กำลังวางแผนที่จะล้างแค้นเหล่า Night Elf และโลกแห่ง Azeroth อย่างแน่นอน

ำเนิด Guardian of tirisfal
Aegwyn ผู้พิชิต Sargeras
            หลังจากที่ Azeroth ได้รู้จักกับหายนะที่ เหล่า Burning Legion ได้ฝากไว้  Guardian of tirisfal จึงถือกำเนิดขึ้นโดยการร่วมมือกันระหว่างมนุษย์  High Elf และ เผ่า Gnom เพื่อสร้างสุดยอดจอมคาถามาทำหน้าที่ปราบปรามเหล่าปีศาจร้ายที่เหลือรอดจากสงครามคราวก่อน ซึ่งหนึ่งในนั้นคือ Magna Aegwyn เด็กหญิงเพียงคนเดียวในบรรดาลูกศิษย์ทั้ง 5 ของ Magna Scavell   เธอสามารถเรียนรู้เวทมนตร์ทั้งหมดจากบันทึกของ Metre ไฮเอลพ์ผู้สูงศักดิ์ในอดีต ซึ่งเป็นตำราที่ Magna ทุกคนต้องเรียนรู้ได้สำเร็จในเวลา 1 ปีเท่านั้น หลังจากผ่านการทดสอบมากมาย เธอก็ได้รับเลือกให้เป็น Guardian of tirisfal ในที่สุดถึงแม้ Aegwyn จะเป็นมนุษย์ แต่หลังจากได้ศึกษาเวทย์ชั้นสูงทำให้มีอายุยืนยาว หลังผ่านไป 500 ปี ณ ดินแดน Northend  อันหนาวเหน็บ Magna Aegwyn ก็ได้พบกับร่างจำแลงของราชันย์ปีศาจ Sargeras
            ด้วยความช่วยเหลือจากมังกรผู้พิทักษ์แห่ง Azeroth ทำให้เธอสามารถเอาชนะ Sargeras ได้ และได้นำร่างของผู้นำกองทัพ Burning Legion ไปเก็บไว้ใน Tomb of Sargeras วิหารแห่งเวทมนตร์ที่เหล่ามังกรนำไปโยนทิ้งไว้ ในทะเล Great Sea อีกที เพื่อไม่ให้ร่างของ Sargeras ซึมซับพลังของ Twisting Nether ได้  Aegwyn คิดว่าเธอสามารถกำจัดจอมปีศาจที่ชั่วร้ายที่สุดของจักรวาลไปได้.......แต่มันไม่ได้เป็นเช่นนั้นกองทัพ Legion รู้ดีว่าโลกใบนี้ได้รับพลังจากเทพ Titan มากเกินไป และคงยากที่จะเอาชนะมังกรผู้พิทักษ์ได้ การโจมตีจากภายในจึงเริ่มขึ้น

Logged

-[พ่อหมา]-
Trade Count: (0)
Mage
***
Offline Offline

Posts: 494
49.00 Mana

View Inventory
Send Money to -[พ่อหมา]-

"Lunifer"


« Reply #3 on: November 16, 2008, 10:48:29 am »

กำเนิดใหม่ Sargeras ในร่างมนุษย์
            ชัยชนะของ Aegwyn คือจุดเริ่มต้นของหายนะ 45 ปีก่อนการเชื่อมต่อ Sargeras แกล้งแพ้ต่อเธอและฝังร่างตัวเองไว้ในครรภ์ของนาง Aegwyn กลับสู่ Guardian of tirisfal ในท่าทีที่เปลี่ยนไป ด้วยพลังด้านมืดในตัวบังคับให้เธอเดินทางลงไปทางใต้  จนได้พบกับ Nielas Aran ชายผู้ศึกษาเวทย์ที่หล่อเข้าขั้นเทพและยังสติปัญญาดีอีกต่างหาก เหมาะกับการให้กำเนิดใหม่ของจอมมาร Sargeras
            Aegwyn ได้ตามจีบจน Nielas Aran หลงรักเธอจนหมดใจ 8 ปีหลังสงคราม แผนที่ Sargeras วางเอาไว้จึงเริ่มต้น Medivh บุตรชายของ Aegwyn จึงถือกำเนิดขึ้นมา Nielas Aran ผู้น่าสงสาร หลังจากคลอดบุตรแล้ว Aegwyn ก็ได้ทอดทิ้งสามีและบุตรของเธอไปในคืนนั้น โดย Aegwyn ได้ผนึกพลังของ Medivh ไว้ให้เป็นเด็กธรรมดาจนกว่าจะถึงวัยอันสมควร  ตามความต้องการของ Sargeras เพราะการกำเนิดของ Medivh เพื่อเหตุผลเดียว คือเปิดประตูให้กองทัพ Horde บุกมาทำลาย Azeroth นั้นเอง

The Horde กับการล่อลวง
            อีกหนึ่งแผนการของ Sargeras คือการล่อลวงให้พวกออร์ค แห่งโลก Draenor หรือเรียกอีกชื่อว่า Outland  อันเป็นดินแดนที่เอลฟ์มอบให้ ออร์ค ได้อยู่อย่างสงบสุขกับพวก Draenei แม้เหล่าออร์คจะชื่นชอบการต่อสู้ รบเก่ง และมีร่างกายที่แข็งแรง แต่พวกเขาก็รักสันติและใช้ชีวิตกับธรรมชาติ คงมีแต่วิถีชีวิตแบบโบราณที่ค่อนข้างป่าเถื่อน
            และด้วยแผนที่ถูกวางเอาไว้ Kiljaeden สมุนมือขวาของ Sargeras จึงได้เข้าพบกับผู้นำของกลุ่ม Horde ซึ่งก็คือ Nerzhul พ่อมดชั้นสูงของเผ่าออร์คโดย Nerzhul ได้ทำสัญญาลับๆ กับ Kiljaeden (เป็นการทำสัญญาเลือดแบบเดียวกับ Ghost Rider) ในการฝึกฝนและเตรียมให้กองทัพ The Horde ทำสงครามทำลายล้าง Azeroth และด้วยความร่วมมือของ Guldan ศิษย์เอกของ Nerzhul เมื่อถูกปลุกปั่นโดย Mannaroth ราชา Pit Lord จอมทำลาย กองทัพ The Horde ผู้บ้าคลั่งก็ได้บุกโจมตี Draenei (Gondar) เพื่อนบ้านทันที


สองผู้นำของ The Horde
            เดิมที Nerzhul เป็นพ่อมดออร์คที่ได้รับความนับถือจากเผ่าเป็นอย่างมาก แต่ลึกๆเขาก็อิจฉาพวก Draenei ที่มีพลังอำนาจมากกว่า และเมื่อเขาได้พบกับ Kiljaeden ทำให้เขารู้จักมนต์ดำ แม้เป็นศาสตร์ต้องห้ามแต่ Nerzhul ก็พร้อมจะศึกษาและเผยแพร่สู่Shaman คนอื่นๆเพื่อไม่ให้น้อยหน้าพวก Draenei
            Guldan ศิษย์เอกของ Nerzhul ด้วยความสามารถที่เต็มเปี่ยมและความชั่วร้ายที่มีอยู่อย่างเหลือล้น ทำให้เขาได้รับความไว้วางใจจาก Kiljaeden มากกว่าตัว Nerzhul เสียอีก เมื่อได้รับข้อเสนอจาก Kiljaeden ว่าจะให้เขามีพลังมากเท่า Eredar Worlock ที่เป็นที่สุดแล้วของผู้ใช้เวทย์มนดำ Guldan จึงตกลงแบบไม่ยั้งคิด ซึ่งทำให้พวกออร์คตกเป็นทาสของ Burning Legion ในภายหลัง


ปีศาจอวตารในร่างเด็กน้อย
            กลับมาที่ Nielas Aran อีกครั้ง เมื่อ Aran รู้ว่าความรักของ Aegwyn กับเขาเป็นเพียงคำหลอกลวง  Medivh คือสิ่งปลอบโยนจิตใจเพียงอย่างเดียวที่เขามี แต่เมื่อ Aran สัมผัสได้ถึงความชั่วร้ายที่ซ่อนอยู่ในตัวลูกชายก็แทบทำให้เขาหัวใจสลาย เขาร่ำร้องหาความตายและทนทุกข์ทรมานอยู่ทุกค่ำคืน

พลังจอมมารฟื้นคืน
           วันที่พลังของ Medivh ถูกปลุกฟื้นขึ้นก็มาถึง วันนึง Medivh ในวัยเด็กหนุ่มได้ร้องครวญครางด้วยความเจ็บปวด เมื่อ Nielas Aran แตะตัวลูกชายพลังงานมหาศาลก็ถาโถมออกมา ทำให้ 2 พ่อลูกสลบไปกว่า 1 วันเต็มๆ และต้องให้นักบวช กว่า 100 คนช่วยบริกรรมคาถายื้อชีวิตไว้ เมื่อตื่นขึ้นมาพบว่าลูกปลอดภัย ผู้เป็นพ่อทางหนึ่งก็ดีใจ แต่อีกใจก็รู้สึกเป็นทุกข์กว่าเก่า เพราะบัดนี้ พลังของ Sargeras ในร่างบตรชายได้ถูกปลุกขึ้นมาแล้ว หลังจากที่พลังงานในร่างถูกปลุกขึ้น Medivh ต้องอยู่ในสภาพหลับลึกเป็นเวลายานถึง 6 ปี ทันทีที่ Medivh ลืมตาขึ้น ภาพความทรงจำในอดีตของ Sargeras ก็แวบเข้ามาในหัว เขาจึงคิดหาทางที่จะชักนำกองกำลัง The Horde เข้าสู่ Azeroth ทันที
           Nielas Aran ตรอมใจจนเสียชีวิตลงในเวลาต่อมา แต่วิญญาณของเขายังห่วงหาลูกและภรรยาทำให้ต้องว่ายเวียนต่อไป ก่อนจะไปสิงสู่อยู่ในหอพระคัมภีร์ของ Guardian ที่ Karazhan อันเป็นหอคอยที่  Medivh สร้างขึ้นในภายหลัง
           100ปีต่อมา Aegwyn รู้สึกสำนึกผิดที่ทอดทิ้งชายที่รักเธออย่างแท้จริง แต่มันคงสายเกินไปแล้ว สำหรับ Nielas Aran


The Dark Portal
           ปี 583  Medivh ได้ลักลอบเปิดประตูมิติ Dark Portal  บานแรกขึ้น อันเป็นประตูที่เชื่อมต่อระหว่าง Azeroth กับ Draenor (Outland) เข้าด้วยกันก่อนที่ Medivh จะติดต่อกับ Guldan และได้ทำสัญญาไว้ที่หอคอย Karazhan ว่าเขาจะบอกที่ตั้งของ Tomb of Sargeras ให้แลกกับ Guldan ต้องนำทัพออร์คเข้ามาทำลายล้าง Azeroth ในอีก 5 ปีข้างหน้า ในระหว่างนี้เหล่ามนุษย์ผู้ใช้เวทมนตร์แห่งนคร Dalaran ได้ส่งเด็กหนุ่มวัย 17 ปีชื่อ Khadgar มาเป็นศิษย์ของ Medivh ที่หอคอย Karazhan โดยที่เขาเองก็ไม่รู้ว่า อาจารย์ผู้สุภาพ เงียบขรึม และอ่อนโยนของเขา แท้จริงแล้วเป็นอวตารของปีศาจ!


เปิดฉากมหาสงครามครั้งที่ 1
           ทันทีที่พร้อม Guldan ได้กรีฑาทัพ Orc เข้าบุก Azeroth ทันทีซึ่งอาณาจักรที่ใกล้ประตูมิติที่สุดก็คือ Stromwind เหล่ามนุษย์ได้ต่อสู้อย่างสุดความสามารถที่ป้อมปราการของอาณาจักร ทัพ Orc ล้มตายเป็นอันมากและต้องถอยทัพ แต่บังเอิญ Guldan ได้พบกับ Blackhand แม่ทัพของThe horde พอดีจึงได้ร่วมมือกัน ซึ่งทัพ The horde ประกอบด้วย Goblins Ogres และ Trolls ผู้โหดร้าย

เพื่อนรักหักเหลี่ยมโหด
           ในวัยเด็ก Medivh ขณะพักอยู่ที่ Northshire Abbey เขามีเพื่อนซี้อยู่ 2 คน คือเจ้าชาย  Llane Wrynn แห่งนคร  Stromwind และ Anduin Lothar  ที่เติบโตมาด้วยกันทั้ง 2 คนไม่รู้เลยว่าเพื่อนรัก Medivh เป็นผู้อยู่เบื้องหลังการรุกรานของ The horde
เจ้าชาย  Llane Wrynn เติบโตขึ้นเป็นกษัตริย์ที่มากความสามารถ ส่วน Anduin Lothar  ได้สมัครเข้าสู่กองทัพ Azeroth และได้ก้าวขึ้นเป็นแม่ทัพใหญ่ของกองทัพอัศวินแห่ง Azeroth อย่างรวดเร็ว
           เมื่อความจริงถูกเปิดเผย Khadgar ได้ล่วงรู้ความลับของอาจารย์และได้นำมาบอกกับ Lothar เจ้าของฉายา Lion of Azeroth จึงได้นำกำลังไปสังหาร Medivh ที่หอคอย Karazhan ทันที


« Last Edit: November 16, 2008, 01:17:14 pm by "Lunifer" » Logged

-[พ่อหมา]-
Trade Count: (0)
Mage
***
Offline Offline

Posts: 494
49.00 Mana

View Inventory
Send Money to -[พ่อหมา]-

"Lunifer"


« Reply #4 on: November 16, 2008, 10:49:18 am »

Stromwind แตก
           การตายของ Medivh ไม่อาจหยุดยั้งการบุกของกองทัพ The horde ได้ภายใต้การนำของ Blackhand แม่ทัพเหล่า Orc ได้บุกตะลุยอย่างบ้าคลั่ง จนกองทัพ Azerothแตกพ่ายไปทุกแห่ง หนำซ้ำกษัตริย์ Llane Wrynn ก็ถูกลอบสังหารโดยมือสังหารหญิงลูกครึ่งออร์ค-มนุษย์ Garona  (ประวัติจะกล่าวถึงในภายหลัง)
           Lord Anduin Lothar  ไม่มีทางเลือกอื่นใด อาณาจักร Stromwind ที่เปรียบเสมือนสัญลักษณ์ในการคงอยู่ของมวลมนุษยชาติไม่สามารถต้านทานการบุกของ กองทัพ The horde ได้อีกต่อไป เพื่อให้ไม่เกิดความเสียหายมากไปกว่านี้ สิงโตแห่ง Azeroth จึงจำเป็นต้องอพยพผู้คนถอยร่นสู่ Lordaeron เป็นอันจบสงครามครั้งที่ 1

Doom Hammer ยึดอำนาจ
          หลังจากกองทัพ The Horde สามารถยึดครองอาณาจักร Stromwind ได้แล้วในขณะที่ Blackhand แม่ทัพนอนหลับอยู่ในแคมป์ หนึ่งในขุนศึกของ Blackhand ชื่อ Orgrim DoomHammer ได้ทำการลอบสังหารแม่ทัพของตนเองและตั้งตนเป็นผู้นำของ The Horde แทน (ชั่วจิงๆ)
          ส่วน Guldan เองเมื่อ Medivh ตายเขาเองก็แทบไม่เหลือพลังอำนาจอีกต่อไป กองทัพ The Horde ที่เคยอยู่ในกฎและมีอาญาทัพเป็นเครื่องยึดถือ กลับกลายเป็นกลุ่มกองโจรอันชั่วร้ายที่ทำร้ายทุกอย่างที่ขวางหน้า ทำให้นคร Stromwind ไม่เหลือเศษซากของอดีตที่เคยรุ่งเรืองอีกต่อไป


กำเนิดพันธมิตรแห่ง Lordaeron
          Lord Anduin Lothar  ได้อพยพผู้คน ลูกเด็กเล็กแดงทั้งหมดที่เหลือ สู่นคร Lordaeron และพบว่า กองทัพ The Horde ได้เริ่มรุกราน และ ปิดล้อมดินแดนต่างๆทั่ว Azeroth ไปหมดแล้ว ไม่ว่าจะเป็นนคร Quel’Tharas ของเหล่าไฮโซเอลฟ์ Khaz Modan  ของพวกดวอร์ฟ (คนแคระ) ด้วยหัวอกเดียวกัน พันธมิตรแห่ง Lordaeron จึงได้ถูกจัดตั้งขึ้น โดยมีสมาชิกดังนี้

1. Lordaeron นำโดย กษัตริย์ Terenas Menethil ที่ 2
2. Azeroth (Stromwind) นำโดย Lord Anduin Lothar
3. Dalaran นำโดย Antonidas ตัวแทนสภา Kirin Tor
4. Kul Ti ras นำโดย Lord Admiral Daelin Proudmoore
5. Gilneas นำโดย Genn Greymane
6. Alterac นำโดย Lord Aiden Perenolde
7. Stromgarde นำโดย Thoras Trollbane
8. Quel’Tharas นำโดย กษัตริย์ Anasterian Sunstrider (บิดาของ Kael Bloodmage)
9. Khaz Modan นำโดยกษัตริย์ Magni Bronzebeard


Aliance Strike Back
เปิดฉากสงครามครั้งที่ 2           
          กษัตริย์ Terenas Menethil ที่ 2 ได้นำทัพพันธมิตรแห่ง Lordaeron ที่มีกำลังพลมากมายมหาศาลเข้าจู่โจมกองทัพ The Horde ใน Azeroth ทันที แม้เดิมทีเหล่าพันธมิตรที่ต่างเผ่าพันธุ์จะไม่เคยร่วมมือร่วมใจกันมาก่อน ต่างคนต่างอยู่ในอาณาเขตของตนก็ตาม แต่เมื่อรวมพลังกัน มนุษย์ผู้ไร้เขี้ยวเล็บ แต่เปี่ยมด้วยความกล้าหาญ เหล่าคนแคระที่รูปร่างแคระแกร็น แต่แข็งแกร่งกำยำและมีเทคโนโลยีดินปืนที่ก้าวหน้ากว่าเผ่าอื่นๆ เมื่อร่วมกับเวทมนตร์ชั้นสูงและความปราดเปรียวว่องไวของนักรบไฮเอลฟ์ทำให้กองกำลังพันธมิตรแห่ง Lordaeron พร้อมแล้วที่จะโต้กลับการรุกรานของกองทัพ The Horde ที่มีดีแค่ความป่าเถื่อน ทำศึกโดยไร้แผนการรบและระเบียบวินัย

เหล่าพันธมิตรต่างคิดว่าสงครามครั้งที่ 2 นี้จะเป็นจุดจบของพวกออร์ค แต่แท้จริงแล้วนี่กลับกลายเป็นบทเริ่มต้นแห่งไฟสงครามที่สร้างความหายนะให้กับดินแดน Azeroth

« Last Edit: November 16, 2008, 01:23:55 pm by "Lunifer" » Logged

-[พ่อหมา]-
Trade Count: (0)
Mage
***
Offline Offline

Posts: 494
49.00 Mana

View Inventory
Send Money to -[พ่อหมา]-

"Lunifer"


« Reply #5 on: November 16, 2008, 10:52:26 am »

The Horde รวมพลัง
          หลังจาก Orgrim DoomHammer ได้สังหาร Blackhand แม่ทัพคนเก่า และได้ทำลายสภา Shadow Council ที่ทำหน้าที่ปกครองกองทัพ Orc ลง  Doom Hammerได้ยื่นข้อเสนอพันธมิตร(แกมบังคับ)ให้กับ Guldan ที่กำลังบาดเจ็บหนักให้ร่วมมือกันทำลาย Azeroth จากนั้น DoomHammer ได้ติดต่อกับเผ่าอื่นๆเพื่อตอบโต้การรวมตัวกันของพันธมิตรแห่ง Lordaeron
          Guldan ได้สร้าง Death Knight ขึ้นมารับใช้กองทัพ The Horde โดยปลุกศพอัศวินแห่ง Stromwind ที่ได้ตายลงในสงครามขึ้นมา และยังได้ปลุก Teron Gorefiend หนึ่งในนักรบของ Shadow Council ที่ถูก Doom Hammer สังหารขึ้นเป็นแม่ทัพของกองกำลัง Death Knight นักรบ Undead เหล่านี้แข็งแกร่งและไร้ซึ่งความกลัว เป็นกองทัพที่เก่งที่สุดของ The Horde
          DoomHammer ใช้เงินจำนวนมหาศาลจ้างนักรบ Goblin ที่ถือคติ “ถ้าคุณมีเงิน คุณก็เป็นเพื่อนเรา”  เข้าร่วมทัพ The Horde นักรบพวกนี้มีวิทยาการที่ทันสมัยและถนัดการรบโดยใช้ระเบิดพลีชีพ ขณะเดียวกัน DoomHammer ยังได้รวบรวมกองทัพมังกรอันเป็นลูกหลานของราชินีมังกรแดง Alexstrasza โดยใช้ Demon Soul ที่เกิดจากเกล็ดของ Neltharion มังกรผู้พิทักษ์ที่ยอมกลายเป็น Death Wing ในสงครามแห่งโบราณกาล เพื่อควบคุมมังกรให้ออกรบด้วย
          และสุดท้าย DoomHammer ได้ติดต่อลับๆกับเผ่า Troll ที่เคยยิ่งใหญ่ก่อนถูกมนุษย์และไฮเอลฟ์แย่งดินแดนไปจนล่มสลาย DoomHammer ได้ช่วยเหลือ Zul’Jin ผู้นำของเผ่า Troll ที่ตกเป็นเชลยของไฮเอลฟ์  และสัญญาว่าจะยกดินแดน Quel’Tharasที่เคยเป็นของเผ่า Troll คืนให้ เผ่า Troll  ที่เกลียดเอลฟ์เป็นทุนเดิมอยู่แล้วจึงได้เข้าร่วมทัพ The Horde

The Horde เดินหน้าบุกตะลุย
          หลังจากยึดดินแดน Azeroth ได้แล้ว ทัพ The Horde ได้แบ่งกำลังออกเป็นกองทัพบกและกองทัพเรือ โดยกองทัพบกได้บุกตี Khaz Modan ของพวกคนแคระ โดยผ่านทางเขา Blackrock ขึ้นมา ส่วนทัพเรือยกทัพมาจากซากปรัก ของ Stromwind เพื่อไปยึดเกาะ Zuldare, Tol Barad และ Crestfall เพื่อจัดทัพเรือที่นั้น ก่อนยกพลขึ้นบกที่ชายแดนทิศใต้ของ Lordaeron
          จากการบุกทางทัพบกของ ทัพ The Horde สามารถยึด Loch Modan และ Dun Morogh ไว้ได้ แต่ไม่สามารถเข้ายึด Ironforge เมืองหลวงของ Khaz Modanได้เนื่องจาก เหล่าดวอร์ฟได้ปิดอุโมงค์ใต้ดินและอาศัยปราการธรรมชาติป้องกัน
           ดังนั้น DoomHammer จึงเบนทัพขึ้นเหนือและยึด Dun Algaz, Dun Modr และGrim Batol เป็นฐานของกองทัพบก  กองทัพพันธมิตรที่ออกจาก Stromgarde หน่วยแรกก็ได้เผชิญหน้าทัพ The Horde ที่วิหาร Thandol Span ก่อนที่จะแตกพ่ายต้องถอยร่นเข้าสู่วิหารไป
           ด้านกองทัพเรือของ The Horde ที่ยกพลขึ้นบกสามารถเคลื่อนขบวนเข้าสู่  Lordaeron ได้เนื่องจาก Lord Aiden Perenolde แห่ง Alterac  ผู้ขี้ขลาด ยอมเปิดประตูเมืองให้ The Horde รุกเข้าทางทิศตะวันออกของ Lordaeron รวมถึงเข้ายึดนคร Silvermoon ของพวกเอลฟ์ ทำให้ Guldan ได้ High Elven Runestone ที่สามารถนำมาสร้าง Ogre Magi และทัพ Death Knight ให้เพิ่มมากขึ้น

Stand and Fight
           พันธมิตรแห่ง Lordaeron สามารถหยุดยั้งการรุกคืบของกองทัพ Horde ไว้ด้วยการบุกตี Zuldare ทำให้ทัพ The Horde ต้องหันมาตั้งรับบ้าง และด้วยความช่วยเหลือของเอลฟ์เจ้าของพื้นที่ กองทัพเรือของ The Horde ถูกตอบโต้อย่างหนักจนต้องถอยกลับเพื่อไปตั้งรับที่ Tol Barad และ Crestfall
           ส่วนกองทัพบก The Horde ก็ถูกไล่ตีจนต้องถอยร่นกลับมาที่ Khaz Modan อีกครั้ง การสู้รบแบบแตกหักในสมรภูมิที่ราบสูง Arathi ทำให้ทั้ง 2ฝ่ายได้รับการสูญเสียอย่ามหาศาล หน่วยทหารแนวหน้าของพันธมิตรแห่ง Lordaeron ได้ปีนค่ายเข้ายึดป้อมปราการ Tol Barad กลับคืนมาได้เป็นอันดับแรก ก่อนใช้ Dun Algaz และ Dun Modr เป็นฐานในการปลดปล่อย Khaz Modan


Death Knight และการมาของวีรบุรุษ
           ที่สมรภูมิรบ Khaz Modan นี่เองกองทัพ Death Knight หน่วยแรกของ Guldan ได้เคลื่อนพลมาถึงสมทบกับพวก The Horde ทันที ทำให้ความสูญเสียของพันธมิตรเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล เพราะ อัศวิน Death Knight พวกนี้แม้จะถูกตัดหัวขาด ก็ยังสามารถแกว่งดาบรบได้อยู่ ทำให้ทัพพันธมิตรตัดสินใจตั้งรับอยู่แต่ในป้อมปราการ และส่งกำลังส่วนหนึ่งไปปลดปล่อยดินแดนทางเหนือ นำโดย Uther The Lightbringer พร้อมคณะ Knight of the Silver Hand ไปช่วยเหลือเหยื่อผู้เคราะห์ร้ายจากภัยสงครามครั้งนี้


ปลดปล่อย Khaz Modan
           Lord Anduin Lothar ได้รับรายงานว่าพวกออร์คที่แตกพ่ายได้ไปรวมตัวกันที่ Grim Batol ที่เป็นค่ายหน้าด่านของกองกำลังป้องกัน Khaz Modan เขาจึงนำทัพพันธมิตรเข้าบุกโจมตี ค่าย Grim Batol จนแตก DoomHammerไม่มีทางเลือกจึงตัดสินใจทิ้งไพ่ใบสุดท้ายโดยการละทิ้ง Khaz Modan และยกพลขึ้นทางเหนือเพื่อเสี่ยงบุกยึดดินแดนหลักของ Azeroth
           เมื่อทราบข่าว Lord Lothar จึงได้ส่ง Uther the Lightbringer พร้อมคณะ Knight of the Silver Hand ขึ้นไปต้านทาน แม้ว่าจะถูก Lord Aiden Perenolde แห่ง Alterac ผู้รักตัวกลัวตายเป็นกำลังเสริมให้ The Horde ตีขนาบกองทัพพันธมิตร แต่ Uther ก็สามารถป้องกันและโต้กลับจนทัพ The Horde ต้องล่าถอยกลับไป
« Last Edit: November 16, 2008, 01:23:25 pm by "Lunifer" » Logged

-[พ่อหมา]-
Trade Count: (0)
Mage
***
Offline Offline

Posts: 494
49.00 Mana

View Inventory
Send Money to -[พ่อหมา]-

"Lunifer"


« Reply #6 on: November 16, 2008, 10:52:59 am »

สมรภูมิ Blackrock Spire
           DoomHammer หมดสิ้นหนทาง เขารวบรมไพร่พล Orc ที่ดีที่สุด พร้อมตั้งรับอย่างสุดกำลังตามหน้าผาของเทือกเขา Blackrock Spire
Lord Lothar รู้ดีว่าศึกครั้งนี้ใหญ่หลวงนัก และคงหลีกเลี่ยงกับความสูญเสียไม่ได้ ขณะเดียวกันพวก The Horde ก็อันตรายเกินไปที่จะปล่อยให้เพ่นพ่านในดินแดน Azeroth ในคืนวันเพ็ญของฤดูหนาว Lord Lothar จึงทุ่มกำลังทั้งหมดบุกยึดยอดเขา

การปะทะกันของ 2 ขุนพล
           การรบใต้เทือกเขา Blackrock ดำเนินไปด้วยความดุเดือดและรุนแรง ต่างฝ่ายต่างก็เสียไพร่พลไปเป็นจำนวนมาก DoomHammer รอโอกาสที่ Lord Lothar แตกกลุ่มจากกองทัพตัวเอง แล้งจึงสั่งให้ยอดทหารฝีมือดีของ Orc เข้ารุมทำร้าย
           แม้จะสูงวัยแต่ Lord Anduin Lothar ก็ยังแข็งแกร่ง เขากวัดแกว่งดาบ Quel’Zaram สังหารยอดทหาร Orc ที่ดาหน้าเข้ามาไม่หยุด ล้มตายไปเป็นอันมาก DoomHammer เห็นว่า Lord Anduin Lothar ตายยาก ตายเย็นเป็น Die Hard 4.0 มันจึงรอโอกาสที่ Lord Lothar ไม่ทันระวังและหันหลัง ทำการ Backstab ทันที
(ตุ๋ยนั่นเอง) ทำให้  Lord Anduin Lothar พลีชีพกลางสมรภูมิรบอย่างกล้าหาญ และเป็นที่มาของฉายา Orgrim DoomHammer The Backstab อีกด้วย


จุดจบของ สงครามครั้งที่ 2
           DoomHammer คิดว่าเมื่อสิงโตแห่ง Azeroth เสียท่ากองทัพพันธมิตรน่าจะระส่ำระสาย แต่ทว่า Turalyon นายทหารคนสนิทของ Lord Lothar ได้คว้าดาบ Quel’Zaram และสวมเกราะเปื้อนเลือดของ Lord Lothar รวบรวมพี่น้องที่บาดเจ็บและเสียใจเพื่อตอบโต้การโจมตีที่ชั่วร้าย กองทหารของ Turalyon ภายใต้ธงที่ขาดวิ่นของ ทั้งLordaeron และ Azeroth ได้สังหารกองกำลังที่เหลืออยู่ของ DoomHammer ตายไปเป็นจำนวนมากด้วยความเคียดแค้น ไม่มีอะไรเหลืออีกแล้วสำหรับ Orc ผู้รอดชีวิตที่ต้องถอดเสื้อเกราะทิ้ง และวิ่งหนีเอาชีวิตรอดตรงไปยัง ปราการด่านสุดท้ายของพวกมัน นั่นคือ ประตูมิติ Dark Portal

Guldan สิ้นชีพ
           ข้ามมาที่ฝั่ง Guldan ผู้กระหายอำนาจ ในระหว่างที่ กองกำลัง The Horde ปะทะกับกองทัพพันธมิตร เขาได้ใช้ช่วงเวลานี้ออกเดินทางตามหาที่ตั้งของ Tomb of Sargeras  ที่มันเชื่อว่าเก็บงำความลับของพลังขั้นสูงเอาไว้ โดยไม่นึกถึงหน้าที่ที่ต้องกระทำต่อ DoomHammer เป็นการชี้ชะตากรรมพรรคพวก Orc ของตนให้กลายเป็นทาสของ Burning Legion เรียบร้อยแล้ว Guldan ยก Tomb of Sargeras ตั้งขึ้นจากใต้ทะเลได้สำเร็จ แต่เมื่อมันเปิดวาล์วโบราณที่เต็มไปด้วยน้ำ ก็พบเพียงปีศาจเมายาบ้าที่รอมันอยู่  เพราะความไม่ยั้งคิดของ Guldan ทำให้มันถูกฉีกร่างออกเป็นชิ้นๆโดยปีศาจที่ถูกยั่วยุซึ่งมันเป็นคนปล่อยออกมาเอง เมื่อผู้นำตายไปทำให้กลุ่มสภา Shadow Council  ของมันล่มสลายไปด้วย


DoomHammer จนมุม
           กลับมาที่กองกำลังพันธมิตรในชั่วโมงการรบที่ 11 Turalyon  และนักรบของเขาติดตามพวกออร์คที่หลบหนีผ่านบึงอันเน่าเปื่อย Swamp of Sorrows จนเข้าไปใน Blasted Lands อันเป็นที่ตั้งประตูมิติ ณ.ที่แห่งนั้น ตรงฐานของประตูขนาดมหึมา พวก Horde ที่อ่อนล้า และAlliance ที่ห้าวหาญได้ปะทะกัน Turalyon ทำลายประตูมิติได้สำเร็จ ทำให้ทางที่เชื่อมต่อพวกออร์คไปยัง Draenor ที่เป็นที่อยู่ของพวกมันถูกตัดขาดเมื่อถูกตัดกำลังเสริมและปิดทางกลับบ้าน ในที่สุด Horde ก็ยอมแพ้เบื้องหน้า Allianceผู้โกรธกริ้ว ส่วน DoomHammer ก็ถูกจับและถูกส่งตัวไปพิพากษาที่ Lordaeron เป็นอันสิ้นสุดสงครามครั้งที่ 2

Shaman Ner’Zhul ผู้ไม่ยอมแพ้
                ถึงแม้ Guldan จะตาย และ DoomHammer จะถูกจับ แต่กลุ่ม Orc ที่เหลืออยู่ภายใต้การนำของ Ner’Zhul Shamanเฒ่ายังไม่ยอมแพ้ และได้รวบรวม Clan ของออร์คที่เหลือขึ้นมาใหม่ และ Ner’Zhul ต้องการที่จะสร้างประตูมิติ Dark Portal ขึ้นมาอีกครั้งเพื่อบุกโจมตี Azeroth ด้วยความร่วมมือของ Teron Gorefiend แม่ทัพกองกำลัง Death Knight รวมถึง Clan ของพวกออร์ค  ทั้ง  Bleeding Hollow, Shattered Hand ,Warsong และ Shadowmoon ของ Ner’Zhul เองเพื่อเตรียมรบกับ Azeroth

กุญแจแห่ง Dark Portal
                Ner’Zhul ได้ทำการหาสิ่งสำคัญ 4 อย่างที่จำเป็นต่อการเปิดประตู Dark Portal อีกครั้ง อันประกอบด้วย กะโหลกของ Guldan ศิษย์นรกของเขาที่มีพลังใช้เปิด Dark Portal อย่างที่ 2 คือ The Book of  Medivh หนังสือเวทย์ของ Medivh ที่บอกวิธีการสร้างประตูมิติ โดย Ner’Zhul ได้แอบเนียนไปหยิบมาจากห้องสมุดใน Stromwind อย่างที่ 3 คือ  The Jeweled Scepter of Sargeras  คฑาประดับเพชรที่  Aegwyn ฝังที่เกาะ Shattered  lsles ตอนฝังร่าง Sargeras และอย่างสุดท้าย The Eye of Dalaran ที่ Ner’Zhul วาน Teron Gorefiend ไปจิ๊กจากนคร Dalaran มาให้เพื่อใช้รักษาโลกแห่ง Dalaran ไม่ให้เสียหายจากการเชื่อมต่อ เมื่อได้ของทั้ง 4 แล้ว Ner’Zhul จึงได้ดำเนินการเปิดประตูมิติ Dark Portal


การคาดการณ์ของ King Terenas
                กษัตริย์ Terenas แห่ง  Lordaeron คาดว่าพ่อมดเฒ่า Ner’Zhul ต้องวางแผนที่จะรุกราน Alliance อีกแน่ๆ พระองค์จึงได้ส่งกองทัพเข้าสู่ Draenor เพื่อยุติการคุกคามจากพวกออร์คให้สิ้นซาก กองกำลัง Alliance นำโดย Khadgar ศิษย์ของ Medivh และนายพล Turalyon ได้กรีฑาทัพเข้าไปยัง Draenor โดยทันที


Dark Portal  ถูกเปิด
                เมื่อกองกำลังของ Khadgar และขุนพล Turalyon ได้เดินทางมาถึง Draenor ทันทีที่ทราบข่าว Ner’Zhul จึงได้ส่ง Grom Hellscream ผู้นำกลุ่ม Warsong และ Kilrogg Deadeye จากกลุ่ม Bleeding Hollow มาสกัดกองกำลัง Alliance จอมเวทย์ Khadgar และนายพล Turalyon  ได้ปะทะกับทัพของ Grom Hellscream และ Kilrogg Deadeye ในสมรภูมิที่ร้อนจัด  ในขณะเดียวกัน Ner’Zhul ได้ดำเนินการเปิดประตูมิติ แม้กองทัพพันธมิตรจะได้รับการสนับสนุนจาก Ranger Alleria ชาวเอลฟ์ Kurdran นักรบแห่ง Khaz Modan และ Danath ทหารผ่านศึกผู้เก่งกาจ แต่ก็ไม่สามารถหยุดยั้ง Ner’Zhul ในการเปิดประตูมิติ Dark Portal ไปสู่โลกอื่นได้


ก้าวข้ามประตูทมิฬ
                ขณะที่เฒ่า Shaman เชื่อมต่อประตูเวทมนตร์อันปั่นป่วนได้สำเร็จ ทันทีที่ก้าวข้ามประตูมิติ Dark Portal  ในเสี้ยววินาทีนั้น Ner’Zhul เกิดความหวาดหวั่นเนื่องจากมันพบความจริงที่ว่า Dark Portal  ไม่ได้ถูกสร้างขึ้นเพื่อเชื่อมต่อดินแดน Draenor เข้ากับ Azeroth เท่านั้น แต่มันยังเป็นประตูมิติในการขนถ่ายพลังอำนาจจากดวงดาวอันไกลโพ้นเข้ามาอีกด้วย!
หนีสุดชีวิต!
                พายุอาถรรพ์ทีน่ากลัวอันเกิดจากพลังงานของประตูบรรจบกันเริ่มฉีกโลกแห่ง Draenor ออกเป็นชิ้นๆ ขณะที่กองกำลังของ Khadgar และนายพล Turalyon  ได้ผลักดันพวกออร์คกลับไปยังโลกอันโหดร้าย ดินแดน Draenor ก็เริ่มบิดงอ เมื่อรู้ว่ากลุ่มสู้รบจะไปถึงประตูไม่ทันเวลา Ner’Zhul  จึงได้ทอดทิ้งพวกเขาไปอย่างเห็นแก่ตัวและหลบหนีไปพร้อมกับผู้ติดตามชั้นสูงของตน พวกมันผ่านพ้นประตูที่สร้างขึ้นใหม่นี้ได้ อย่างปลอดภัย
                ด้านGrom Hellscream และ Kilrogg Deadeye รู้แล้วว่าแผนชั่วของ Ner’Zhul จะทำให้เผ่าของตนทั้งหมดพบกับหายนะ จึงรวบรวมไพร่พลออร์คที่เหลือหนีผ่านประตูมิติกลับไปหาญาติใน Azeroth ขณะที่วิ่งอยู่ Grom Hellscream ก็ทำการตัดเส้นทางหนีของกองทัพ Alliance ไปด้วย (แสบจิงๆ) ทันทีที่ Grom Hellscream วิ่งข้ามประตูมิติไป ประตูทมิฬนั้นก็ได้ระเบิดขึ้นเบื้องหลังมันทันที ทำให้พวกมันและออร์คที่เหลืออยู่ที่ Azeroth ไม่สามารถกลับไปที่ Draenor ได้อีกแล้ว

การเสียสละของผู้กล้า
                ทางด้าน Khadgar และนายพล Turalyon  ต่อสู้อย่างเต็มกำลังกับกลุ่ม Hordeที่เหลือ ณ. Dark Portal  อันสุดท้ายเพื่อที่จะนำสมาชิกกลับสู่ Azeroth ให้ได้ แต่ภูเขาไฟขนาดยักษ์เริ่มประทุและฉีกทวีปต่างๆของ Draenor ออกจากกัน ทะเลเดือดผุดขึ้นและแผ่นดินแยกออก ทำให้เกิดระเบิดอย่างรุนแรงมหาศาล
                ทั้งที่รู้ว่าพวกตนจะติดอยู่บนโลกที่แห้งแล้งและเลวร้ายนี้แต่ Khadgar ตัดสินใจอย่างไม่คำนึงถึงตัวเอง จัดการปิด Dark Portal  ด้วยกะโหลกของ Guldan เพื่อไม่ให้ Azeroth ได้รับอันตรายจากการระเบิดอันรุนแรงของ Draenor ซึ่ง Khadgar ก็ทำสำเร็จในการปิดประตูมิติและช่วย Azeroth เอาไว้ได้ มีผู้ได้ยินแต่เพียงเสียงตะโกนครั้งสุดท้ายว่า  “For Azeroth” แต่ทว่านับจากนั้นก็ไม่มีใครทราบชะตากรรมของ Khadgar และนายพล Turalyon  อีกเลย

The Pact of Kiljaeden
                Ner’Zhul และผู้ติดตามได้หนีเข้าสู่ Twisting Nether ซึ่งพ่อมดเฒ่ารู้สึกว่าตนเองโชคดียิ่งนักที่รอดชีวิตมาจาก Draenor (หลังจากเหตุการณ์ครั้งนี้ ได้ถูกเรียกชื่อใหม่ว่า Outland) ขณะที่ Ner’Zhul กำลังกระโดดโลดเต้นด้วยความดีใจที่หนีรอด Kiljaeden ก็ปรากฏร่างขึ้นเบื้องหน้าของ Ner’Zhul
                Kiljaeden ซึ่งเคยสาบานว่าจะล้างแค้น Ner’Zhul เนื่องจาก พ่อมดเฒ่าเคยท้าทายอำนาจของเขา พร้อมกับด่าบุพการี ซึ่ง Kiljaeden ยอมไม่ได้ เขาพร้อมลูกสมุนที่บ้าคลั่งได้โจมตีคณะของ Ner’Zhul จนแตกสิ้น  เหลือแค่เฒ่า Shaman เพียงคนเดียว
                Ner’Zhul เมื่ออยู่ต่อหน้า Kiljaeden ก็เปรียบเสมือนมดกับไดโนเสาร์ Kiljaeden จัดการฉีกร่าง Ner’Zhul เป็นชิ้นๆอย่างช้าๆเพื่อให้เฒ่า Shaman ได้รับความทุกข์ทรมาณอย่างไร้ความปราณี และได้กักวิญญาณของ Ner’Zhul ให้มีชิวิตต่อไปและไม่บุบสลาย ปล่อยให้ Ner’Zhul รับรู้ถึงความเจ็บปวดในการถูกฉีกออกอย่างแรงของร่างกายเขา (ซาดิสท์มาก) ถึงแม้เฒ่า Shaman จะวิงวอนต่อจอมปีศาจให้ปลดปล่อยวิญญาณของตนไปและยอมรับความตาย แต่ Kiljaeden ตอบอย่างเกรี้ยวกราดว่า “แกด่าพ่อข้า” และบอกอีกว่าสัญญาเลือดที่ Ner’Zhul ได้ทำกับเขายังคงมีความผูกพันอยู่

   
สนธิสัญญาครั้งใหม่
                ความล้มเหลวของพวกออร์คในการพิชิต Azeroth ตามที่ Burning Legion ต้องการ กดดันให้ Kiljaeden ต้องสร้างกองทัพขึ้นมาใหม่เพื่อกระจายความวุ่นวายออกไปทั่วทุกแห่งของอาณาจักร คราวนี้ Kiljaeden จะยอมแพ้อีกไม่ได้
                ความทุกข์ทรมานของวิญญาณที่ปราศจากความช่วยเหลือของ Ner’Zhul Kiljaeden ได้ให้โอกาสเขาครั้งสุดท้ายเพื่อรับใช้  Burning Legion มิฉะนั้น จะต้องทุกข์ทรมานอย่างไม่รู้จบ เป็นอีกครั้งหนึ่งที่ Ner’Zhul ยอมรับข้อตกลงของปีศาจโดยขาดความยั้งคิด

Logged

-[พ่อหมา]-
Trade Count: (0)
Mage
***
Offline Offline

Posts: 494
49.00 Mana

View Inventory
Send Money to -[พ่อหมา]-

"Lunifer"


« Reply #7 on: November 16, 2008, 10:53:40 am »

กำเนิด Lich King
                วิญญาณของ Ner’Zhul ถูกบรรจุไว้ภายในก้อนน้ำแข็งที่แกร่งจนกลายเป็นเพชรที่สร้างขึ้นมาโดยเฉพาะที่นำมาจากแดนอันไกลโพ้นใน Twisting Nether
Ner’Zhul รู้สึกว่าจิตสำนึกของตนแผ่ขยายออกไป 10,000 ทบคดโค้ง (ผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่ามันกว้างแค่ไหน) ตามพลังอันยุ่งเหยิงของปีศาจ Ner’Zhul กลายเป็นสิ่งมีชีวิตที่เหมือนผี ที่มีพลังซึ่งไม่อาจจะหยั่งรู้ได้ ทำให้ Orc ที่รู้จักกันว่าคือ Ner’Zhul ได้สลายไปตลอดกาลและ Lich King จึงถือกำเนิดขึ้น


รับมอบภารกิจ
                อัศวินที่ภักดี Ner’Zhul ผู้เสียชีวิต และบริวาร warlock ยังถูกแปลงร่างโดยพลังอันยุ่งเหยิงของปีศาจ ร่างผู้ถูกคาถาชั่วร้ายจะปริออกเป็นชิ้นๆและสร้างขึ้นมาใหม่กลายเป็นโครงกระดูก ทัพ Undead จึงได้เกิดขึ้น
                เมื่อถึงเวลา Kiljaeden ได้อธิบายภารกิจให้ Lich King ฟัง โดย Lich King ต้องแพร่กระจายโรคระบาดแห่งความตาย ไปทั่ว Azeroth เพื่อสลายอารยธรรมของมนุษย์ไปตลอดกาล ทุกคนที่เสียชีวิตจากโรคระบาดจะลุกขึ้นกลายเป็น Undead และวิญญาณของพวกเขาจะผูกพันกับอำนาจจิตอันแข็งแกร่งของ Lich King ตราบชั่วนิรันดร์ Kiljaeden สัญญาว่า ถ้า Ner’Zhul บรรลุภารกิจในการขจัดมนุษย์ชาติให้หมดไปจากโลก เขาก็จะเป็นอิสระจากคำสาปและได้รับร่างใหม่ที่สมบูรณ์

Tichondrius The Darkener ผู้คุมความประพฤติ Lich King
                ถึงแม้ Ner’Zhul จะยอมตกลงทำสัญญา แต่ Kiljaeden ก็ยังคงข้องใจในความภักดีของ Lich King ดังนั้นเพื่อทำให้มั่นใจในความประพฤติของ Lich King Kiljaeden จึงได้เรียก Tichondrius The Darkener แวมไพร์ Dreadlord ผู้คุ้มกันที่มีพลังกล้าแข็งและเหลี่ยมจัดที่สุด รักความท้าทาย หลงใหลในความรุนแรง มาควบคุม Ner’Zhul เพื่อให้แน่ใจว่า Ner’Zhul จะปฏิบัติภารกิจทมิฬที่ได้รับมอบหมายให้บรรลุผลสำเร็จ
   

Icecrown และ Frozen Throne
                Kiljaeden ขว้างเกร็ดน้ำแข็งของ Ner’Zhul กลับไปยังโลกแห่ง Azeroth ผลึกแก้วพุ่งผ่านท้องฟ้ายามราตรีและพุ่งเข้าชนทวีปขั้วโลกอันรกร้างแห่ง Northrend  ฝังตัวอยู่ใน Icecrown ที่มืดมนซึ่งเกิดขึ้นจากน้ำแข็ง  ผลึกแก้วเย็นจัดคดและเป็นรอยปริเพราะการพุ่งลงมาอย่างแรง คล้ายกับกลายเป็นราชบัลลังก์ พร้อมกับวิญญาณพยาบาทของ Ner’Zhul สถิตอยู่ภายใน จากการกักตัวอยู่ใน Frozen Throne ทำให้ Ner’Zhul เริ่มครอบคลุมจิตสำนึกมากมายมหาศาลและเข้าถึงจิตใจของผู้ที่อาศัยอยู่ตามธรรมชาติของ Northrend เขาทำให้จิตของสิ่งมีชีวิตพื้นเมืองมากมายตกเป็นทาส คนแคระน้ำแข็ง เวนดิโก้ที่ดุร้าย ถูกดึงเข้าสู่เงามืดที่เติบโตขึ้นเรื่อยๆ
                Lich King  พบว่าพลังทางกายภาพของตนไม่มีขอบเขตจำกัดและได้ใช้ในการสร้างกองทัพขนาดย่อมประจำคุ้มกันเขาวงกตอันคดเคี้ยวของ Icecrown ต่อมาNer’Zhul ได้ค้นพบถิ่นฐานของมนุษย์ที่อยู่ห่างออกไปบนชายแดนของ Dragon flight เขาจึงได้ตัดสินใจทดสอบพลังและโรคร้ายของตนกับมนุษย์เหล่านี้

แพร่กระจายโรคระบาด
                Lich King  ใช้พลังจิตส่งโรคระบาดที่ไม่มีวันทำลายได้ออกมาสู่ดินแดน Dragon flight ภายในเวลา 3 วัน มนุษย์ทุกคนในที่อาศัยก็สิ้นใจ และภายในระยะเวลาอันสั้น ชาวบ้านที่เสียชีวิตเริ่มลุกขึ้นมาเป็นซากศพเดินได้ (Zombie)
                Ner’Zhul สามารถหยั่งรู้ถึงวิญญาณแต่ละดวงราวกับเป็นวิญญาณของตนเอง เสียงที่แหบแห้งของความแค้นภายในใจทำให้ Lich King ยิ่งเพิ่มอิทธิพลให้กับตนเองมากยิ่งขึ้น เขาพบว่าการควบคุมการเคลื่อนไหวและทิศทางของซากศพเดินได้ให้เป็นตามความต้องการมันช่างเป็นเรื่องที่ง่ายดายยิ่งนัก
หลายเดือนผ่านไป Lich King ยังคงแพร่กระจายโรคร้ายของตนต่อไป ทำให้มนุษย์ที่อาศัยอยู่ใน Northrend ทุกคนกลายเป็นกองทัพ Undead ที่เติบโตขึ้นทุกวัน
Ner’Zhul  รู้ทันทีว่าเวลาแห่งการทดสอบที่แท้จริงใกล้เข้ามาแล้ว

The War of Spider
               เป็นเวลา 10 ปีที่ยาวนานที่ Lich King ได้สร้างฐานกำลังของตนใน Northrend ป้อมปราการขนาดใหญ่ผุดขึ้นมาเหนือ Icecrown และประจำการโดยกองทหาร Undead ที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ แต่ขณะที่ Lich King ขยายอิทธิพลออกไปบนแผ่นดินอยู่นั้น ได้ประสบกับปัญหาบางประการ
               อาณาจักรใต้ดินโบราณ Azjor-Nerub ที่เป็นที่อยู่ของเหล่าชนเผ่าแมลง เมื่อเห็นผลึกน้ำแข็งยักษ์ ที่ Icecrown ก็รู้โดยทันทีว่าสิ่งนี้ต้องนำภัยพิบัติมาสู่พวกมันอย่างแน่นอน


Nerubian จู่โจม
               Quraji แมงมุมเจ้าเหนือหัวชาว Nerubian ไม่รอช้า เขาได้ส่ง Anubarak จอมทัพของนักรบ Nerubian  นำกำลังเข้าโจมตี Icecrown อย่างหนัก เพื่อหยุดยั้งความพยายามในการครอบงำจิตของ Lich King
               นับว่าเป็นอุปสรรคอย่างยิ่งต่อ Ner’Zhul เมื่อเขาพบว่าเผ่า Nerubian ที่ดุร้ายมีภูมิคุ้มกันโรคระบาดของเขา อีกทั้งยังป้องกันอิทธิพลจากการสะกดจิตของเขาได้อีกด้วย แม้นักรบ Nerubian จะมีลักษณะคล้ายแมงมุม แต่นักรบชั้นสูงอย่าง Anubarak Cypt Lord จะมีลักษณะคล้ายแมลงเต่าทองขนาดใหญ่


Lich King VS Anubarak
               สงครามอันยาวนานระหว่าง Lich King กับเหล่า Nerubian ได้เริ่มต้นขึ้น Anubarak ได้ใช้ยุทธวิธีการรบแบบ จรยุทธ  (Hit and Run) คอยหลบอยู่ในโพรงดินและบุกขึ้นมาโจมตีฐานลาดตระเวนต่างๆของ Undead จนได้รับความเสียหายอย่างหนัก ในขณะที่ Lich King ได้สร้าง Necrolyte ขึ้นมาต่อกร
               ถึงแม้เหล่า Nerubian จะเข้มแข็งแต่ก็จำเป็นต้องล่าถอย เนื่องจาก ด้วยกำลังที่น้อยกว่า ทำให้ Anubarak จึงต้องถอยทัพกลับ Azjor-Nerub


Tichondrius ร่วมรบ
               เมื่อเห็นว่า Lich King ได้รับความยากลำบากในการต่อกรกับเหล่า Nerubian Tichondrius จึงได้นำกำลังของตนเข้าช่วยเหลือ Ner’Zhul ในการกวาดล้างเหล่า Nerubian จอมมาร Lich King ได้ปลุกซากศพของนักรบแมงมุมที่ตายในสงครามขึ้นมาเป็นกองกำลังของตน เมื่อพร้อมแล้วกองทัพ Undead ร่วมกับ กองกำลังของ Tichondrius จึงได้บุก Azjor-Nerub


Arak’Aman ทรยศ
              เหล่ากองกำลัง Nerubian ได้ต่อสู้อย่างสุดความสามารถภายใต้ป้อมปราการของอาณาจักร Azjor-Nerub ซึ่ง Lich King ประสบความยากลำบากอย่างมากในการที่จะถอนรากถอนโคนเหล่า Nerubian
              Lich King  ซึ่งกำลังถอดใจต่อการต้านทานของกองกำลัง Nerubian แต่แล้ว Arak’Aman หนึ่งใน Cypt Lord แม่ทัพที่หวังจะมีชีวิตอมตะ นำเลือดของ Nerubian นับพันเข้าสวามิภักดิ์ต่อ Lich King  และได้ทำการเปิดป้อมปราการให้ กองทัพ Undead เข้ามาใน Azjor-Nerub

Quraji เสียชีวิต
              ด้วยความช่วยเหลือของ Arak’Aman ทำให้ Lich King บุกเข้า Azjor-Nerub ได้สำเร็จ Tichondrius ผู้บ้าระห่ำและนักรบ Undead ได้ทำลายวิหารใต้ดินถล่มลงมาทับศีรษะของ Quraji แมงมุมเจ้าเหนือหัวชาว Nerubian เสียชีวิต (อย่างน่าอนาท)
              ด้าน Anubarak แม่ทัพ Cypt Lord ได้นำกำลัง Nerubian ที่มีอยู่ต้านทานทัพ กองทัพ Undead อย่างสุดความสามารถ แต่เมื่อนักรบ Nerubian ตายลง 1 ตัว กองทัพ Undead ก็เพิ่มขึ้น 1 ตน ที่สุดแล้วก็เหลือเพียง Anubarak เพียงตัวเดียว


Anubarak ตาย
              Anubarak สู้กับทัพ Undead จำนวนมหาศาลที่หลั่งไหลเข้ามาไม่หยุด แม้จะเก่งกาจเพียงใด แต่ Anubarak ก็ไม่สามารถสู้กับกำลัง 1 ต่อ 100,000 ของ Undead ได้ Anubarak เสียชีวิตลง และถูก  Lich King   ชุบชีวิตขึ้นมาเป็นส่วนหนึ่งของกองทัพ Undead เพื่อเตรียมการรุกราน Azeroth ต่อไป


War of Spider ยุติ
             ในที่สุดสงครามของ Lich King ในการต่อสู้กับชาว Nerubian ก็ยุติลง ด้วยการเอาชนะโดยการลดปริมาณของชาว Nerubian ลง  Lich King ได้นำเอารูปแบบสถาปัตยกรรมของ Azjor-Nerub ที่มีลักษณะเด่นมาใช้กับป้อมปราการและสิ่งปลูกสร้างของตน
             ตอนนี้ Lich King พร้อมแล้วและเริ่มเตรียมการสำหรับภารกิจที่แท้จริงในโลก การเข้ามาถึงดินแดนมนุษย์ด้วยจิตสำนึกอันยิ่งใหญ่ของตน  Ner’Zhul ได้เรียกวิญญาณทมิฬต่างๆที่จะต้องเชื่อฟังเขาออกมา

Archmage Kelthuzad
             มีบุคคลที่เปี่ยมด้วยพลังเพียงน้อยนิดที่กระจายอยู่ทั่วโลก ซึ่งได้ยินการเรียกทางจิตของ Lich King หนึ่งในนั้นคือ Archmage Kelthuzad  หนึ่งในสมาชิกรุ่นเยาว์ของ Kirin Tor ซึ่งเป็นคณะกรรมาธิการปกครองของ Dalaran
             จากเรื่องเล่าของการสู้รบระหว่างมนุษย์ และออร์ค ในสงครามทั้ง 2ครั้ง ทำให้ Kelthuzad ได้รู้ถึงเรื่องราวการใช้เวทมนตร์แห่งการทำลายล้าง เขาได้ใช้เวลาหลายปีตั้งแต่หนุ่ม ค้นหามรดกวิชาเวทย์จากสงครามที่ผ่านมา รวมทั้งพยายามมองหาพลังอำนาจที่ยิ่งใหญ่โดยไม่เกี่ยงว่าเวทย์นั้นจะเป็นด้านของแสงสว่างหรือความมืดก็ตาม จากการศึกษาศาสตร์แห่งด้านมืดนี้เองทำให้  Kelthuzad ถูกขับออกจากสภา Kirin Tor เขาจึงหันหลังให้กับ Dalaran นับจากนั้น


The Call of Lich King
             ในคืนวันหนึ่ง Kelthuzad ได้ยินเสียงเรียกที่เปี่ยมด้วยอำนาจจาก Northrend ขณะนอนหลับทำให้ Kelthuzad  พยายามที่จะสื่อสารกับเสียงลึกลับที่เรียกหาเขาเมื่อทราบที่มาของเสียง Lich King  เขาดีใจมากและเชื่อว่า Ner’Zhul นี่แหละที่จะสามารถเพิ่มพลังอำนาจของเขาให้เพิ่มมากขึ้นได้ ดังนั้น Kelthuzad จึงได้ออกจาก Dalaranเขาขายที่ดินผืนใหญ่  เครื่องใช้ต่างๆ  รวมทั้งที่นาและกระบือ เพื่อใช้เป็นค่าใช้จ่ายในการเดินทางไป Northrend


การเดินทางของ Kelthuzad
             Kelthuzad ได้ออกเดินทางโดยลำพังผ่านระยะทางอันแสนไกลทั้งบนบกและในทะเล และต้องพบกับอุปสรรคต่างๆมากมาย แต่ด้วยความสามารถของเขา ในที่สุด Kelthuzad ก็ได้มาถึงชายฝั่งที่หนาวเหน็บแห่ง Northrend จนได้ ระหว่างที่ได้สำรวจเกาะ เขาก็ได้พบกับอาณาจักร Azjor-Nerub ซึ่งได้รับความเสียหายจากการทำสงครามกับ Lich King  ทำให้ Kelthuzad เห็นพลังและความโหดร้ายของ Ner’Zhul เขาจึงเชื่อว่าการเป็นมิตรกับ Lich King ไม่เพียงเป็นคนฉลาดเท่านั้นแต่ยังได้รับพลังที่มหาศาลอีกด้วย


เข้าพบ Lich King
             หลังจากเร่ร่อนเตะฝุ่นในดินแดนรกร้างอยู่พักใหญ่ Kelthuzad ก็ได้พบกับหอคอยมงกุฎน้ำแข็ง Frozen Throne ที่บรรจุร่างของ Lich King เอาไว้
เขาตกตะลึงเมื่อกองทัพ Undead จำนวนมหาศาลที่คุ้มกัน Frozen Throne ได้ยอมเปิดทางให้ Kelthuzad ผ่านเข้าไปได้โดยง่าย Kelthuzad เดินทางลึกเข้าไป และพบทางขึ้นสู่ยอดของปราสาทน้ำแข็ง จนได้พบกับ Lich King
             เขาได้หมอบราบอยู่เบื้องหน้า Frozen Throne และถวายวิญญาณให้กับจ้าวแห่งความตาย

ภารกิจของ Kelthuzad
             Lich King ยินดียิ่งนักที่ได้ Archmage Kelthuzad นักเวทย์จาก Dalaran มาเป็นกำลังให้ โดยเขาได้มอบพลังอมตะ ไม่แก่ ไม่ร่วงโรยเป็นข้อแลกเปลี่ยนกับ Kelthuzad ในความจงรักภักดี Kelthuzad ผู้กระหายในความรู้และพลังอวิชชาได้ยอมรับภารกิจที่ยิ่งใหญ่ของตนเป็นครั้งแรก โดยการก่อตั้งลัทธิ Cult of the Damned ที่นับถือ Lich King เป็นพระเจ้า
             Lich King ได้คงความเป็นมนุษย์ของ Kelthuzad ให้อยู่ต่อไปเพื่อช่วยให้ Archmage บรรลุภารกิจของตน

ลัทธิ Cult of the Damned
             Kelthuzad กลับสู่ Lorderon ในเครื่องแต่งกายที่ปลอมแปลง เขาใช้ทรัพย์สมบัติในการซื้อเสียง และใช้ความหล่อเพื่อรวบรวมชายหญิงที่มีความต้องการคงความหนุ่ม สาวและมีชีวิตอันเป็นนิรันดร์ โดยใช้ชื่อลัทธิว่า Cult of the Damned
             Kelthuzad  ให้สัญญาว่าสมาชิกในนิกายของเขา จะได้นั่งกิน นอนกินอย่างสุขสบายและมีชีวิตที่เป็นอมตะไม่ร่วงโรย หากนับถือ Lich King เป็นเทพเจ้า เป้าหมายในการบิดเบือนศรัทธาแห่ง Holy Light ของประชาชนไปสู่ความเชื่อเงามืดของ Lich King เป็นไปอย่างง่ายดายโดยไม่คาดคิด เมื่อเวลาผ่านไปกลุ่มของผู้เข้าลัทธิมีมากขึ้นเรื่อยๆ ใน 3 ปีต่อมา Lich King จึงได้บัญชาให้ Kelthuzad ทำตามแผนขั้นต่อไป

Born to be The Scourge
             จากความสำเร็จของ Kelthuzad ใน Lorderon ดังนั้น Lich King จึงได้เตรียมพร้อมขั้นสุดท้ายสำหรับการรุกรานมนุษยชาติ การบรรจุพลังงานโรคระบาดของเขาเข้าสู่อุปกรณ์ชนิดหนึ่ง ที่เรียกว่าหม้อต้มโรคระบาด โดย Lich King ได้สั่งให้ Kelthuzad ลำเลียงหม้อต้มไปยัง Lorderon ซึ่งพวกเขาจะต้องหลบซ่อนอยู่ภายในหมู่บ้านต่างๆที่ถูกลัทธิครอบงำ หม้อต้มต่างๆได้ทำหน้าที่เป็นเครื่องผลิตโรคระบาด และส่งโรคร้ายแพร่ออกไปทั่วพื้นที่เพาะปลูกตามเมืองต่างทางทิศเหนือของ Lorderon
             แผนของ Kelthuzad สำเร็จด้วยดี หมู่บ้านมากมายทางทิศเหนือของ Lorderon ได้รับเชื้อโดยทันที เช่นเดียวกับที่เกิดขึ้นที่ Northrend  ประชาชนที่ติดโรคร้ายได้ล้มตายลง และลุกขึ้นเป็นทาสโดยเต็มใจของ Lich King ผู้นับถือลัทธิ Cult of the Damned ต่างกระหายที่จะตายลงและลุกขึ้นอีกครั้งเพื่อรับใช้เจ้าแห่งความตาย
             ผู้นับถือลัทธิต่างร่าเริงกับชีวิตอมตะหลังฟื้นจากความตาย เมื่อโรคระบาดแพร่ออกไป ผีดิบ Zombie ก็เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ Kelthuzad มองดูกองทัพที่กำลังเติบโตขึ้นของ Lich King และขนานนามให้มันว่า Scourge ในไม่ช้าทัพ Zombie เหล่านี้จะเดินทัพไปยังประตูเมือง Lorderon และกำจัดมนุษยชาติให้สิ้นไปจากโลกนี้


ร่างที่เหมาะสม
             ถึงแม้ Tichondrius จะพอใจที่ภารกิจของ Lich King ได้เริ่มขึ้นแล้ว แต่ Ner’Zhul เองได้ครุ่นคิดอยู่ภายใน Frozen Throne ที่มืดสลัว เขาปรารถนาที่จะเป็นอิสระจากคุกน้ำแข็งแห่งนี้ Lich King รู้ว่า Kiljaeden ไม่ปล่อยเขาให้พ้นจากคำสาปแน่นอน เนื่องจากยังโกรธที่ Ner’Zhul เคยด่าบุพการีของ Kiljaeden ไว้ อีกทั้งด้วยอำนาจที่ยิ่งใหญ่ของ Lich King ทำให้ปีศาจจอมมารต้องทำลายเขาลงทันที่ที่ภารกิจสิ้นสุดลง
             เขายังมีทางรอดอีกทางหนึ่ง ทางรอดเดียวที่จะหลบหนีไปจากคำสาปของ Kiljaeden นั้นก็คือ เขาสามารถหาร่างที่เหมาะสม ใครบางคนที่ฉลาดน้อย เคราะห์ร้าย หลอกง่ายและอยู่ระหว่างความมืดและแสงสว่าง เขาจะครอบครองร่างนั้นและหนีออกไปจาก Frozen Throne ไปตลอดกาลดังนั้น Ner’Zhul จึงได้ส่งกระแสจิตของตนออกไปเพื่อหาร่างที่สมบูณร์แบบ (ทายซิใครเอ่ย)
Logged

-[พ่อหมา]-
Trade Count: (0)
Mage
***
Offline Offline

Posts: 494
49.00 Mana

View Inventory
Send Money to -[พ่อหมา]-

"Lunifer"


« Reply #8 on: November 16, 2008, 10:55:53 am »

Orc ผู้หลงทาง
             การก้าวข้ามประตุ Dark Portal ไม่เพียงทำให้ NerZhul ผู้นำของเหล่าออร์คสิ้นชีพ แต่ยังทำให้กองทัพที่ติดตามมาถูก Kiljaeden ทำลายจนเสียหายอย่างหนัก ส่วน Kilrogg Deadeye ผู้นำกลุ่ม Bleeding Hollow และพรรคพวกหนีไม่พ้น ถูกกลุ่มพันธมิตรต้อนเข้าไปอยู่ในค่ายกักกันที่ Lorderon มีเพียง Grom Hellscream ผู้นำกลุ่มWarsong ที่รอดจากหายนะครั้งนี้ และได้นำกำลังของตนหลบหนีร่อนเร่อยู่ใน Azeroth ส่วนที่เหลือก็ต้องกลายเป็นเชลยถูกคุมขังตามค่ายกักกันต่างๆ ทั่ว Azeroth
             ในขณะที่กองทัพ The Horde ที่เคยเกรียงไกร เผ่าพันธุ์ต่างๆที่เคยร่วมรบ ไม่จะเป็นพวก Troll ,Gobblin และ Ogre ก็แยกออกจากกัน ทำให้เผ่าออร์คกลายเป็นชนเผ่าธุ์ชั้นต่ำที่พบได้ทั่วไปใน Azeroth


สงครามแห่ง Grim Batol
             ยังมีกลุ่มออร์คกลุ่มหนึ่งคือกลุ่ม Dragonmaw ที่นำโดย Nekros ออร์ค Warlock คนสุดท้าย ที่เป็นกลุ่มออร์คกลุ่มเดียวที่แข็งแกร่งพอจะต้านทานและรุกราน Lorderon ได้ Nekros ได้ซุ่มใช้ Warlock อย่างลับๆและได้ยึดครองพื้นที่ส่วนหนึ่งในทางเหนือของ Khaz Modan ด้วยการใช้มังกรและพลเดินเท้าหน่วยเล็กๆ
             Nekros ได้ใช้ อุปกรณ์ Demon Soul ยึดครองราชินีมังกรแดง Alexstraza และเหล่ามังกรแดงของนาง  เขาได้รวบรวมกลุ่มออร์คที่พ่ายแพ้กลับมารวมกันใหม่ โดยสร้างฐานทัพที่ Grim Batol  Nekros ตั้งใจใช้เหล่ามังกรทำลาย Lorderon ให้ราบคาบ

จอมเวทย์ Rhonin
             มีนักเวทย์คนหนึ่งชื่อ  Rhonin ซึ่งเป็นเพื่อนซี้ของจอมเวทย์ Khadgar เมื่อได้ทราบการเคลื่อนไหวของ กลุ่ม Dragonmaw จอมเวทย์ Rhonin และพรรคพวกได้เข้าขัดขวาง โดยมีคนแคระนักรบให้ความช่วยเหลือ
             Rhonin ได้ทำลาย Demon Soul ปลดปล่อยราชินีมังกรแดง Alexstraza และมังกรต่างๆออกมาได้สำเร็จ ด้วยความเดือดดาลเหล่ามังกรพากันรุมฉีก Grim Batol และเผาผลาญทหารกลุ่ม Dragonmaw จนราบคาบ ด้าน Nekros เองได้ถูก Alexstraza พ่นไฟใส่กางเกงจนไฟลุกท่วม ต้องวิ่งหนีลงน้ำและจมน้ำเสียชีวิต (ลองนึกภาพตามดูนะครับ ว่าอนาทขนาดไหน)
             การตายของ Nekros ผู้เป็นออร์ค Warlock คนสุดท้าย ทำให้บรรดาออร์คที่เหลือเกิดอาการเซื่องซึมและเสียประสาทสัมผัสในการเป็นนักรบไป ส่งพ้นให้กลุ่ม The Horde ถึงกาลสิ้นสุดลง


Thall ออร์คน้อย จากทาสกำพร้าสู่องค์ราชันย์
             Durotan ผู้นำกลุ่ม Frostwolf ซึ่งเป็นเพื่อนรักของ Orgrim DoomHammer และได้แต่งงานกับ Draga ออร์คสาวผู้กล้าหาญ จนให้กำเนิดThall ขึ้นมา และในคราวที่กองทัพ The Horde ล่มสลาย ทั้ง Durotan และ Draga ได้ถูกลอบสังหารโดยบอดี้การ์ดที่ทรยศ  ทำให้ทารกน้อย Thall  กลายเป็นเด็กกำพร้า
             Aedelas Blackmoore แม่ทัพผู้ดูแลป้อมค่าย Durnholde ได้พบทารกออร์คถูกทอดทิ้งอยู่กลางป่า เขาจึงได้เก็บมาเลี้ยงและตั้งชื่อให้ว่า Thall
ด้วยความที่บิดาของ Blackmoore เคยทรยศฝ่ายพันธมิตรแห่ง Lorderon  เขาจึงถูกด่าทอว่าเป็นลูกคนทรยศ  ทำให้  Blackmoore ตัดสินใจเข้าประจำการเป็นทหารเพื่อกู้ชื่อเสียงสกุลของตน โดยเขามักดื่มอย่างหนักและเข้าทำการรบอย่าบ้าคลั่งในแนวหน้า ทำให้เขาได้รับแต่งตั้งให้เป็น แม่ทัพผู้ดูแลป้อมค่าย Durnholde
             ด้วยความรู้สึกที่เคยถูกรังเกียจจากคนรอบข้าง ทำให้ Blackmoore ยอมไว้ชีวิตของ Thall แต่ด้วยพิษสุรา 40 ดีกรี ทำให้บางครั้งเขาก็ทุบตีทำร้ายออร์คน้อยด้วยความป่าเถื่อน


Teretha Foxton พี่สาวของ Thall
             ถึงแม้จะอยู่ท่ามกลางมนุษย์ในฐานะเชลย แต่ Thall ก็โชคดีที่ได้รับการดูแลจาก Clannia Foxton คนรับใช้ของ Blackmoore และบุตรสาวของเธอ Teretha Foxton วัย 5 ขวบก็รักและดูแล Thall เหมือนกับน้องชายแท้ๆ เธอเป็นผู้สอนให้ Thall รู้จักกิน รู้จักคิดเหมือนมนุษย์ และเมื่อ Thall โตขึ้น เขาได้รับการฝึกฝนศิลปะการต่อสู้และยุทธวิธีการรบเยี่ยงมนุษย์จาก Blackmoore ด้วยความเข้มแข็งตามสายเลือดออร์ค Thall จึงเติบโตขึ้นเป็นนักสู้ในสังเวียน Gladiator ที่ใครๆต่างก็ยอมรับฝีมือ


Thall คิดหนี
             10 ปีต่อมา Blackmoore ได้นำ Teretha มาเป็นภรรยาลับๆของเขา ทำให้เธอเข้านอกออกในป้อมค่าย Durnholde ได้มากขึ้น และ ไม่นานนัก Thall ก็เริ่มอยากรุ้เรื่องราวที่มาของตนเอง เขาไม่อยากเป็นนักสู้ในสังเวียนที่ต้องสู้กับทาสเชลยอยู่เรื่อยไป
             ในวันหนึ่ง Thall พ่ายแพ้การต่อสู้ในสังเวียน Gladiator และบาดเจ็บสาหัส ทำให้ Teretha ที่รัก Thall  เหมือนน้องแท้ๆทนเห็นน้องตัวเขียวเจ็บปวดต่อไปไม่ไหวเธอจึงลักลอบปล่อย Thall ให้หนีไป โดยการจุดไฟเผาเล้าสัตว์ให้แตกตื่น ก่อนให้ Thall สวมเสื้อคลุมของบิดาเธอและเดินออกประตูค่ายไปในจังหวะที่ทหารยามวุ่นวายกันอยู่
             เมื่อ Thall รู้ว่า Teretha ต้องตกเป็นภรรยาลับของ Blackmoore เขาจึงได้ชวนเธอหนีไปด้วยกัน แต่ Teretha เป็นห่วงสวัสดิภาพของพ่อแม่ว่าอาจเป็นอันตรายหากเธอหนีไป Teretha จึงได้ให้ Thall หลบหนีไปคนเดียว

การเดินทางของ Thall
             หลังจากหลบหนีออกจากค่าย Durnholde ได้สำเร็จ Thall ผู้ไม่เคยผจญโลกกว้าง ก็ถูกจับตัวอีกครั้งโดนผู้พัน Lorin Remka เขาขัง Thall ไว้ในค่ายกักกันออร์คที่ที่ทำให้เขาพบกับ Kelgar ออร์คชราผู้เคยร่วมรบในสงครามทั้ง 2 ครั้ง Kelgar ได้เล่าเรื่องการทรยศของ Guldan ที่ใฝ่หาอำนาจของ Sargeras  จนทำให้เหล่าออร์คต้องพบชะตากรรมเช่นนี้ และได้เล่าเรื่อง Grom Hellscream ผู้นำกลุ่ม Warsong ที่ยังคงซ่อมสุมกองทัพออร์คและหลบหนีการตามล่าของกองทัพพันธมิตรแห่ง Lorderon อยู่ และเมื่อได้ยินข่าวว่า Blackmoore ได้ส่งกำลังออกตามล่า Thall จึงได้ลักลอบออกจากค่ายและตัดสินใจเดินทางไปพบกับ Grom Hellscream


ตามหา Hellscream
             Thall ตัดสินใจตามหา Grom Hellscream ขุนพลออร์คคนสุดท้ายที่เหลือรอดและตั้งตนเป็นอิสระอยู่ และเมื่อได้พบกับกลุ่ม Warsong เขาก็ได้รับการต้อนรับเป็นอย่างดี  Thall ผู้ถูกโน้มน้าวจิตใจได้ง่าย ถูกกระตุ้นการยึดอุดมการณ์โดย Grom จนเข้าใจความเป็นออร์คและขนบธรรมเนียมประเพณีต่างของ The Horde ก่อนที่ Grom จะสังเกตว่าลักษณะการแต่งกายของ Thall คล้ายกับนักรบออร์คในกลุ่ม Frostwolf Clan ที่ตอนนี้หลบซ่อนอยู่แถบเทือกเขา Alterac เมื่อได้ทราบดังนั้น Thall จึงได้ตัดสินใจเดินทางอีกครั้ง เพื่อตามหาจุดกำเนิดของตน

มุ่งหน้าสู่เทือกเขา Alterac
             หลังจากเดินทางมาเป็นระยะทางไกล Thall ก็ได้มาถึง เทือกเขา Alterac เขาจึงได้ปีนป่ายขึ้นไป แต่ด้วยความเหนื่อยล้าทำให้เขาเป็นลมหมดสติอยู่ระหว่างทาง เคราะห์ดีที่ Drek’Thar แม่ทัพออร์คเต่าผู้ตาบอดตั้งแต่เกิดของ กลุ่ม Frostwolf Clan ได้มาพบ Thall และช่วยเหลือเขาไว้ได้
             ก่อนสงครามครั้งที่ 1 เดิมที่ Durotan  ผู้นำกลุ่ม Frostwolf Clan ในขณะนั้น คิดที่จะเข้าร่วมกับ Nerzhul ในการรุกราน Azeroth แต่ Drek’Thar ออร์ค Shaman ผู้อาวุโสที่ปรึกษาของ Durotan ไม่เห็นด้วย และไม่พอใจกับท่าทีของ Nerzhul แต่ในที่สุด Nerzhul ก็บีบบังคับให้ กลุ่ม Frostwolf Clan เข้าร่วมทัพ The Horde ในการโจมตี Azeroth จนได้
             หลังจากที่ The Horde พ่ายแก่กองทัพพันธมิตรแห่ง Lorderon ก่อนทัพ Frostwolf Clan จึงต้องหนีมาอยู่ที่เทือกเขา Alterac ขณะที่ผู้นำอย่าง Durotan พร้อมครอบครัวได้หายสาบสูญไป  Drek’Thar รู้สึกเสียใจอย่างมากที่ตนเป็นสาเหตุให้ Clan ต้องมีภัย เขาเฝ้ารอความหวังที่จะได้เจอผู้สืบทอดอำนาจให้กลุ่ม Frostwolf Clan กลับมายิ่งใหญ่อีกครั้ง


พบบุตรชาย Durotan
             เมื่อ Drek’Thar ได้พบกับ Thall ออร์คเต่าผู้ตาบอดก็ทราบโดยสัญชาตญาณทันที ว่า Thall นี่แหละคือผู้สืบสายเลือดของ Durotan อดีตผู้นำกลุ่ม Frostwolf Clan เมื่อ Thall ฟื้น Drek’Thar จึงได้ทำการทดสอบจิตวิญญาณแห่งธาตุไฟอันเป็นธาตุหลักของออร์ค และพบว่า Thall มีคุณสมบัติที่จะเป็น Orc Shaman ที่ยิ่งใหญ่ได้ในอนาคต
             Drek’Thar จึงได้สอนศาสตร์ต่างๆของ Shaman ให้ทั้งหมดเท่าที่เขารู้ เพื่อเตรียมให้ Thall กลายเป็นยอดขุนศึกผู้ปลดปล่อยเผ่าพันธุ์ออร์ค


พิสูจน์ตนเองสู่การเป็นผู้นำ
             เมื่อ Thall ได้สาบานตนเข้าเป็นสมาชิกกลุ่ม Frostwolf Clan แล้ว เขาก็ได้รับการยอมรับจาก Snowsong หมาป่าตัวเมียสีขาวอันเป็นผู้นำของหมาป่าแห่ง Clan ซึ่งตามธรรมเนียมปฏิบัติของ Frostwolf Clan นั้นสมาชิกใน Clan จะได้รับการดูแลจากหมาป่าที่เป็นมากกว่าสัตว์เลี้ยงหรือพาหนะของตนเองเท่านั้น แต่หมาป่าจะเป็นทั้งเพื่อนกินเพื่อนตายที่มีความสัมพันธ์กันแนบแน่นกัน ซึ่ง Thall เองได้รับการยอมรับจากSnowsong ที่เป็นจ่าฝูงได้อย่างรวดเร็วโดยที่ไม่มีใครทำได้มาก่อน
             จากความมุมานะและฝึกฝนอย่างหนัก ในที่สุด Thall ก็สามารถควบคุมธาตุทั้ง 5 ได้แก่ ดิน น้ำ ลม ไฟ และสายฟ้าได้ ซึ่ง  Orc Shaman คนสุดท้ายที่ทำได้ก็คือ Guldan เมื่อกว่า 20 ปีที่แล้ว เมื่อกลายเป็น Orc Shaman ผู้แกร่งกล้าในเวทย์มนตร์ Thall จึงได้รับการแต่งตั้งให้เป็นผู้นำกลุ่ม Frostwolf Clan ในที่สุด

แผนกอบกู้อิสรภาพเผ่าพันธุ์ออร์ค
             อยู่ต่อมาวันหนึ่ง Thall ได้พบกับออร์คเฒ่าแปลกหน้าผู้มาเยือน เขาถือฆ้อนหินขนาดใหญ่และสวมเกราะสีดำสนิท  Thall ได้พูดคุยกับออร์คเฒ่าผู้นั้น ผู้มาเยือนถามถึงแผนการของ Thall ว่าจะทำอะไรต่อไป เขาจึงได้บอกแก่ออร์คเฒ่าว่า เขาจะร่วมมือกับ Grom Hellscream ผู้นำกลุ่ม Warsong  ในการปลดปล่อยเผ่าพันธุ์ออร์ค
             เมื่อได้ยินดังนั้น ออร์คเฒ่ากลับขำก๊ากไม่หยุด และบอกแก่ Thall ว่ามันเป็นเรื่องเพ้อฝัน Thall รู้สึกไม่พอใจออร์คเฒ่าผู้นี้ ทำให้ทั้งสองจึงได้ต่อสู้กัน


The Backstab
             เมื่อได้สู้กับออร์คเฒ่า Thall รู้สึกแปลกใจกับเทคนิคการต่อสู้ของเขา ที่ถนัดในการลอบโจมตีจากทางด้านหลังเข้าขั้นเซียน ในที่สุดออร์คเฒ่าผู้นั้นจึงได้เปิดเผยตัวตนว่าเขาคือ Orgrim DoomHammer The Backstab ผู้โด่งดัง
             ถึงแม้เหล่าออร์คจะกระจัดกระจายและถูกคุมขังโดยมนุษย์ แต่ DoomHammer ก็ยังมีศักดิ์ในการบัญชาเหล่าออร์คทั้งหลายอยู่ โดย DoomHammer ได้หลบหนีจากการคุมขังของมนุษย์ และใช้ชิวิตเยี่ยงฤๅษีเป็นเวลาหลายปี เมื่อได้พบกับ Thall บุตรชายของ Durotan เพื่อนสนิท เขาก็ยินดีมาก อีกทั้งจากการประมือกันเมื่อสักครู่ DoomHammer ก็ยอมรับในฝีมือการรบและทักษะความสามารถของ Thall เขาจึงได้แต่งตั้งให้ Thall เป็นรองผู้นำ The Horde ต่อจากเขา และรับหน้าที่ในการปลดปล่อยเผ่าพันธุ์ออร์ค
             Thall  เริ่มแผนการปลดปล่อยเหล่าออร์คที่ถูกขุมขัง โดยเขาแกล้งเนียนเป็นออร์คชั้นต่ำพลัดหลงไปให้มนุษย์จับตัว เมื่อเขาถูกนำไปกักขังรวมกับนักโทษออร์คอื่นๆ Thall ก็ได้แสดงพลังแห่ง Orc Shaman เพื่อแหกค่ายกักกันและพานักโทษหลบหนี ซึ่งเขาได้ทำการในลักษณะนี้ถึง 4 ครั้ง ทำให้ทหารฝ่ายพันธมิตรแห่ง Lorderon เพิ่มความเข้มงวดยิ่งขึ้นในการรักษาค่าย
DoomHammer The Backstab ลาโลก
แต่งตั้งผู้นำคนใหม่ The Horde
             เมื่อกองทัพนักโทษออร์คที่ได้รับการช่วยเหลือมีมากขึ้น DoomHammer และ Thall จึงได้บุกโจมตีค่ายที่มีขนาดใหญ่ขึ้นกว่าเดิม  นั่นก็คือค่ายกักกันบนเทือกเขา Arathi โดยศึกคราวนี้เหล่ามนุษย์ได้เตรียมการตั้งรับอย่างดี ทำให้เกิดการสู้รบอย่างชุลมุน ระหว่างนี้เองขณะ DoomHammer ผู้ชรากำลังสู้อยู่ ก็ถูกทหารพันธมิตรคนหนึ่งแทงด้วยหอกยาวจากทางด้านหลัง Orgrim DoomHammer The Backstab ผู้เคยลอบโจมตีคนอื่นจากทางด้านหลังมานับไม่ถ้วนจึงได้เสียชีวิตลง
             ก่อนตาย DoomHammer ได้มอบค้อนศึกของเขา และชุดเกราะสีดำให้กับ Thallและแต่งตั้งให้ Thall เป็นผู้นำกองทัพ The Horde แทน ในภายหลังค่ายนี้ได้เปลี่ยนชื่อเป็น Hammerfall เพื่อเป็นเกียรติแก่ Orgrim DoomHammer


บุกค่าย Durnholde พบ Aedelas Blackmoore
             เมื่อ Thall ได้รับแต่งตั้งให้เป็นผู้นำกองทัพ The Horde คนใหม่ภารกิจแรกของเขา คือการบุกโจมตีค่าย Durnholde อันเป็นป้อมปราการขนาดใหญ่ที่คุมขังนักโทษออร์คไว้เป็นจำนวนมาก Thall ได้ลักลอบเข้าพบกับ Teretha Foxton เพื่อพาครอบครัวหนี แต่ทว่าครอบครัว Foxton ไม่สามารถเชื่อใจเหล่าออร์คได้มากไปกว่ามนุษย์ Teretha จึงต้องจำใจอยู่ดูแลพ่อแม่ของเธอ
             Thall ได้เปิดการเจรจากับ Blackmoore ผู้เก็บเขามาเลี้ยงเยี่ยงสัตว์ป่า ให้ทำการปลดปล่อยนักโทษออร์คทั้งหมด เพื่อจะได้ไม่ต้องเสียเลือดเนื้อ แต่ Thall ดันคุยไม่ถูกช่วงเวลา ขณะนั้น Blackmoore กำลังเมามาย 40 ดีกรีได้ที่ เขาหายกลับเข้าไปในค่าย และกลับมาพร้อมกับคำตอบคือ ศีรษะของ Teretha Foxton ภรรยาลับของตนเองผู้เปรียบเสมือนพี่สาวแท้ๆของราชันย์แห่งออร์ค!!!!!

Logged

-[พ่อหมา]-
Trade Count: (0)
Mage
***
Offline Offline

Posts: 494
49.00 Mana

View Inventory
Send Money to -[พ่อหมา]-

"Lunifer"


« Reply #9 on: November 16, 2008, 10:56:52 am »

รบกวนที่ในบอร์ดด้วยนะครับ
บางช่วงขาดหายไปขอโทษทีครับ
« Last Edit: November 16, 2008, 11:01:34 am by "Lunifer" » Logged

LIMNOPHILA
Trade Count: (0)
Novice
*
Offline Offline

Posts: 15
48.00 Mana

View Inventory
Send Money to LIMNOPHILA

« Reply #10 on: November 16, 2008, 11:03:46 am »

   โหวววๆ แน่นอนจริงๆครับ  Grin ขอบคุณมากครับที่หามาให้อ่าน .. แต่ติดนิดนึง เรื่องรูปตัวละครด้านบนมันเสียเยอะมากเลยครับ
ขอบคุณมากๆๆๆๆๆครับ  Cheesy
Logged
-[พ่อหมา]-
Trade Count: (0)
Mage
***
Offline Offline

Posts: 494
49.00 Mana

View Inventory
Send Money to -[พ่อหมา]-

"Lunifer"


« Reply #11 on: November 16, 2008, 11:18:48 am »

คัยมีลิงค์รูปตัวละครขอหน่อยนะครับจะได้เปลียนที่เสียออก
Logged

LIMNOPHILA
Trade Count: (0)
Novice
*
Offline Offline

Posts: 15
48.00 Mana

View Inventory
Send Money to LIMNOPHILA

« Reply #12 on: November 16, 2008, 12:01:05 pm »

http://www.wowwiki.com/Major_characters

ไปเจออันนี้มาครับ ไม่รู้ว่าพอไหวมั้ย  Smiley
Logged
Creed
Moderator
Trade Count: (0)
Wizard / Sage
*****
Offline Offline

Posts: 1,378
2373.00 Mana

View Inventory
Send Money to Creed


« Reply #13 on: November 16, 2008, 03:10:07 pm »

ว่าง ๆจาเอารูปมาลงให้นะ
Logged

Ball CardGame ชั้น 3 โซน แคมปัส ฟิวเจอร์รังสิต ติดต่อ 0860884200 มีการ์ดเกมทุกชนิด
kemaster
Trade Count: (+1)
Wizard / Sage
****
Offline Offline

Gender: Male
Posts: 1,507
266.00 Mana

View Inventory
Send Money to kemaster


« Reply #14 on: November 16, 2008, 08:23:30 pm »

เยี่ยมมากเลยครับ ขอบคุณสำหรับกระทู้ดีๆแบบนี้
Logged

PhenOil
Trade Count: (0)
Mage
***
Offline Offline

Gender: Male
Posts: 774
316.00 Mana

View Inventory
Send Money to PhenOil

Trinity Team !!!


« Reply #15 on: November 18, 2008, 08:51:33 pm »

ยังอ่านไม่หมดเลยแต่พอทำให้ได้อารมณ์เวลาเล่นขึ้นเยอะเลย...สุดยอด Cool
Logged


Who dares violate the sanctity of my domain? Be warned: all who trespass here are doomed!
นู๋ต้อมนะคร๊าบ
Trade Count: (0)
Mage
***
Offline Offline

Gender: Male
Posts: 782
8.00 Mana

View Inventory
Send Money to นู๋ต้อมนะคร๊าบ

Come wit me, mon.


WWW
« Reply #16 on: November 20, 2008, 11:24:54 am »

สุดยอดเลยโอ๊ต แล้วมีต่อรึเปล่าจะรออ่านต่อนะ Shocked
Logged


Hi5ของนู๋เองไปดูกันนะทำเกี่ยวกับWOWTcgล่ะ ดูที่ http://wowtcg.hi5.com
Supanut
Trade Count: (0)
Novice
*
Offline Offline

Gender: Male
Posts: 46
0.00 Mana

View Inventory
Send Money to Supanut

Undead


« Reply #17 on: November 21, 2008, 09:16:51 am »

ขอบคุณมากน้องโอ๊ต อ่านแล้วทำให้มีอารมณ์ในการเล่นมากขึ้น
Logged

"Nothing is worth more than the death."
Toshi_Umezawa
Trade Count: (0)
Wizard / Sage
****
Offline Offline

Posts: 1,095
766.00 Mana

View Inventory
Send Money to Toshi_Umezawa

« Reply #18 on: December 02, 2008, 07:11:33 pm »

Eredar เกิดหลังจาก Sargaras คลั่งนะครับไปดูประวัติ Draenei ได้ Sargaras ล่อลวง Eradar ครับ

Logged

Ryan
Trade Count: (0)
Novice
*
Offline Offline

Posts: 24
0.00 Mana

View Inventory
Send Money to Ryan


« Reply #19 on: January 03, 2009, 02:48:27 pm »

อยากอ่านต่ออ๊ะ T-T

แล้วตอนจบที่ Burning Legeion บุกรอบแรก มันจบยังไงหว่า

เห็นแค่ Netharion กลายเป็ร Deathwings แล้วบุกเข้าไปในวิหารได้อะ   ... อยากรู้ Grin
Logged
-[พ่อหมา]-
Trade Count: (0)
Mage
***
Offline Offline

Posts: 494
49.00 Mana

View Inventory
Send Money to -[พ่อหมา]-

"Lunifer"


« Reply #20 on: January 03, 2009, 04:01:26 pm »

โดยเนื้อเรื่องนี่ไม่เกี่ยวกับ Defense of the Ancient โดยสิ้นเชิง
Chapter nighelf 1 Rise of Naga

หลังจากที่ Archimonde และกองทัพ Burning Legion ได้พ่ายแพ้แก่เหล่าคณะพัณธมิตร ที่ เทือกเขา Hyjai ขณะนั้น Maiev shadowsong ผู้ซึ่งเคยเป็นผู้กักขัง lllidan ไว้ในใต้เทือกเขา Hyjai ลังตามล่า lllidan เพื่อนำกลับไปรับโทษ โดย Maiev ได้นำกองกำลังส่วนหนึ่ง แบ่งเป็น 3 ทาง
เพื่อค้นหา lllidan แล้ว สั่งกำชับว่า เมื่อ ทีมใดเจอ ตัวlllidan ให้จับตายทันที เราจะไปพบกัน ที่ท่าเรือของหมุ่บ้านแห่งนี้ ในขณะที่กำลังค้นหา lllidan อยู่ นั้น ทีมของ Maiev ได้ปะทะกับ เผ่าที่เรียกตัวเองว่า Naga ได้กำลัง พยายามทำลายเรือโดยสารของไนท์เอลฟ์ เมื่อMaiev พบเห็นดึงนั้น จึงคิดว่า lllidan จะต้องไปที่ท่าเรือเพื่อหนีออกไปทางทะเล เป็นแน่ จึงได้ ให้ กองกำลังทั้งหมด ไปเจอที่ท่าเรือ แต่เมื่อMaiev ไปถึงท่าเรือแล้ว นั้น ได้พบกับกองกำลัง Naga ทัพใหญ่ แล้วเห็น lllidan ขึ้นเรือ หนีไปต่อหน้าต่อตา ประกอบกับ ถูกพวกNaga ดูหมิ่น ดังนั้น Maiev จึงได้ ทำการต่อสู้ กับ กองทัพNaga จนได้รับชัยชนะ แต่ก็ต้องเสีย กองกำลังตัวเองไปเป็นอันมาก แต่ Maiev ก็ได้ จัดกองกำลัง เพื่อ ตาม lllidan ไปในทะเล ขณะนั้น Naisha รองหัวหน้าได้ถาม Maiev ขึ้นมาว่า “ถ้าเราเจอ ตัว lllidan แล้ว ท่านคิดว่าเราจะสามารถนำตัวเขากลับมารับโทษได้หรือ” เมื่อได้ยินเช่นนั้น Maiev จึงบอกว่า “ถึงแม้ว่า lllidan จะมีพลังของ Skull of Gul dan มา เขาก็ยังต้องการพลังมากขึ้น เพราะฉะนั้น พวกเราจึงควร รีบจับกุมเขาก่อน ที่เขาจะ ไปค้นหาพลังอะไรมาอีก”


Chapter nighelf 2 Broken Isles
วันถัดมา Maiev และ ลูกน้อง ได้ มาพบกับเกาะลึกลับ ที่ โผล่ขึ้นมา จากใต้น้ำเมื่อ 20 ปีก่อน ทำให้มันไม่มีปรากฏในแผนที่ไหน ๆ เลย และที่นั้น Maiev ได้พบกับ อักษรรูนของออคโบราณ หลังจากที่ Maiev ได้อ่านภาษาออคแล้วจึงได้ทราบว่าเกาะแห่งนี้มีชื่อว่า Suramar เป็นเมืองที่ยิ่งใหญ่ ก่อนการเกิดสงครามโบราณเมื่อ 10,000 ปีก่อน ได้จมลงไปในมหาสมุทรแห่งนี้ เมื่อได้ยินดังนั้น Naisha จึงได้ถามMaiev ว่า “ท่านคิดว่า มีพลังอะไรบางอย่างที่สามารถยกเกาะแห่งนี้ขึ้นมาจากมหาสมุทรได้อย่างนั้นหรือ” “อาจเป็นไปได้ มีพลังบางชนิดที่สามารถทำเช่นนี้ได้ Maiev จึงได้บอกว่า ตั้งที่พักชั่วคราวขึ้นที่ บนเกาะแห่งนี้ เพื่อทำการล่า ตัว lllidan ต่อไป
ระหว่างที่ Maiev กำลังสำรวจบริเวณรอบ ๆ ที่พักนั้น ก็ได้ พบกับบ้านพักของ ออคแก่คนหนึ่ง จึงคือจะสังหาร แต่ ออคชราคนนั้นจึงได้บอกว่า “ใจเย็น ๆ ก่อน ข้านั้นไม่สามารถทำร้ายเจ้าได้หรอก ข้าชื่อ Drak thul เคยเป็นพ่อมดที่ยิ่งใหญ่ ใน Stromreaver Clan และตอนนี้ ข้าคือคนสุดท้ายของ Clan นี้” ดังนั้น Maiev จึงลดมีดในมือลง แล้วถามว่า “ท่านมาทำอะไรที่เกาะแห่งนี้” เมื่อออคชราได้ยินดังนั้นจึงได้มอบข้อเสนอ ว่า “ข้าถูกพวกภูติผี บนเกาะนี้ตามรังควานข้ามา ทั้งวันและทั้งคืน เป็นเวลา 20ปีแล้ว ถ้าท่าน ช่วยกำจัดภูติผีที่ตามรังควานข้าให้หมดไปได้ ข้าจะเล่าเรื่องทั้งหมดเกี่ยวกับเกาะนี้ให้ฟัง” หลังจากที่ Maiev ได้นำ หัวกะโหลกของภูมิผีมาให้กับ Drak thul แล้ว
Drak thul จึงได้เล่าเรื่องทั้งหมดว่า “เกือบ ๆ 20ปีมาแล้ว Warlockผู้ยิ่งใหญ่ นามว่า Gul dan ได้ใช้พลัง ยกเกาะนี้ขึ้นมาจากใต้มหาสมุทรเพื่อที่จะครอบครอง พลัง ของ Dark Titan” “หลังจาก เทพ Sargeras ได้ถูกได้พ่ายแพ้ลง Sargeras ได้ใช้พลังของตัวเอง จมเกาะ แห่งนี้เพื่อ ไม่ให้ ใครมา ค้นหาเกาะแห่งนี้ได้ Gul dan เชื่อว่า ถ้าเขาสามารถเปิด ห้องลับของเกาะนี้ได้ เขาก็จะได้พลังของเทพ Sargeras ทั้งหมด ด้วยความหยิ่งยโสของเขา ได้นำ สมาชิก ในClan ไป ตายในห้องแห่งความลับนั้น ส่วนข้านั้น ก็ได้แต่เฝ้าอยู่บนเกาะ แห่งนี้ โดยมีภูติผีซึ่งเป็นเพื่อนของข้า คอยหลอกหลอนอยู่” เมื่อได้ฟังดังนั้น Maiev จึงได้ทำการ ค้นหา วิหารแห่งSageras และได้พบว่า lllidan ได้เข้าไปข้างในแล้ว โดยมีกองกำลัง Naga คอยป้องกันอยู่ที่ทางเข้า เกิดการต่อสู้กันเล็กน้อย และ Maiev ได้รับชัยชนะ Maiev ได้นำ กองกำลังบางส่วน เข้าไปในวิหารแห่งSageras



Charpter nighelf 3 The Tomb of Sageras(ตัวแดงคืออดีตนะคับ)
ต่อมา เมื่อ Maiev ได้เข้าไปในวิหารแล้ว Naisha ได้พูดกับMaievว่า “ข้ารู้สึกแปลก ๆเกี่ยวกับที่นี้ มันเงียบเกินไป ดูเหมือนว่าเรากำลังจะเดินเข้าหากับดัก” “ถึงอย่างนั้นก็เถอะ เราก็ต้อง เข้าไปต่อ Maievพูด” “ ข้าไม่รุ้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นถ้า llidan พบสิ่งที่เขาต้องการแล้ว เขาจะต้อง..... เดี๋ยวก่อน ดูนั้นสิ” Maiev พบกับ อักษรประหลาดที่เขียนด้วยสีแดงคล้ายเลือด “น่าประหลาด นี้มันเป็นภาษา ออคโบราณเหมือนที่เราเจอบนเกาะนี้ มันถูกเขียน โดยบุคคลนามว่า.... Gul dan เมื่อเขาได้ทำการเข้ามาในวิหาร แห่งนี้เมื่อ 20 ปีก่อน มันเป็นคล้าย ๆ กับบันทึกการเดินทางมาให้ วิหารแห่งนี้ของ Gul dan” มันเขียนไว้ว่า....

เมื่อ 20ปีที่แล้ว
“เร็ว ๆ สิเจ้าพวกโง่ กระจายกำลัง ออกไปค้นหา ทางเข้าหลักของวิหารแห่งนี้ เราต้องไปถึงห้องเก็บ ดวงตา นั้น ก่อนที่ ผู้พิทักษ์วิหาร จะตื่นขึ้นมา” Gul dan พูดลูกน้องของตน ไม่กี่นาทีต่อมา ก็มีเสียงที่น่าจะเป็นเสียงหัวเราะของผู้พิทักษ์ ดังก้อง วิหารแห่งนี้ เกิดความกลัวขึ้นมา เหล่าลูกน้องที่ติดตาม Gul dan คิดหนี แต่ตัวGul dan เองนั้นกลับไม่ได้กลัวเสียงเหล่านั้น รีบ สั่งให้ ลูกน้อง ทำงานกันต่อไป

“อักษรที่ Gul dan เขียนจบลงเพียงเท่านี้ ข้าไม่รุ้ว่า มีอะไรรออยู่ข้างในนั้น เราต้องระมัดระวังตัวกันไว้” Maievพูด เมื่อ เข้าไปถึงห้อง โถง Maiev ก็ได้พบ กับ สิ่งที่ Gul dan เขียนไว้ต่อ ว่า....

“เจ้าพวกลูกน้องโง่ อ่อนแอ ตอนนี้ข้าไม่มีลูกน้องแล้ว เหมือนกับว่า ข้าใกล้ตายเต็มที แต่ ข้าต้องไปต่อ เพราะว่า ใกล้จะถึง ห้องแห่ง ดวงตาแล้ว” หลังจากนั้น ก็มีเสียงหัวเราะ ของผู่พิทักษ์ ดังขึ้นมาอีก เมื่อ Gul dan ได้ยิน จึงตะโกนอย่าง โกรธเกรี้ยว กลับไปว่า “นั้น แกหรือ Sageras แกกล้าดียังไงมาล้อเลียนข้า เดียวจะได้รุ้กันว่าใครจะหัวเราะเป็นคนสุดท้าย หลังจากที่ ตัวข้านี้ได้ครอบครองดวงตามาแล้ว”

Naisha พูดว่า “อีกครั้งแล้วที่ เขาได้พูดย้ำถึง ดวงตาอะไรนั้น มันควรจะเป็นอะไรละ” “มันต้องเป็นสิ่งของซักอย่างละ มันต้องเป็นเครื่องมือล่อให้ Gul danมาที่ วิหารแห่งนี้” Maiev พูด
หลังจากนั้น Maiev ได้เข้าไปสำรวจวิหารกับกองกำลังต่อ ขณะที่เดินไปนั้น ได้พบกับ รูปปั้น ของ ราชินี Azshara ซึ่งเป็นราชินีแห่งไนท์เอลฟ์ ในอดีต
ราชินี Azsharaนำ ประชาชนของเธอ ไปสนับสนุนการมาของ เทพSageras และกองกำลัง Burning Legion มาก่อน แต่ทำไม ไม่เคยเห็นมีใครพูดถึงชื่อเธอใน สัญลักษณ์ของ Gul dan เลยละ”
เธอดูเหมือนกับ เผ่าNaga เลยนะ ข้าคิดว่า พวก Naga นั้นทำงานให้กับราชินีแน่ ๆ เลยใช่ไหม”Naisha กล่าว “ข้าไม่รู้ Naisha แต่ก้ดูคล้าย ๆ จะอย่างนั้น” ต่อมาเมื่อ Maiev ได้เดิน เข้าลึกมากขึ้น ก็ได้เจอ กองกำลัง Naga ดักรออยู่แล้ว และหนึ่งในนั้น ดูเหมือนจะเป็นหัวหน้า ก็ได้ ก้าวออกมา พูด ว่า “สุดทางแค่นี้แหละ Maiev shadowsong ข้า ชื่อ Vashj และ แกไม่มีค่าคู่ควร ที่จะมาในที่ศักดิ์สิทธิ์ แห่งนี้” “ แกรู้เรื่อง คุณค่า หรือเรื่อง ของเผ่าพันธืเราได้อย่างไร นางแม่มด” Maiev กล่าวตอบกลับไปอย่างโกรธ “ทำไมละ ที่รัก พวกเราชาวNaga ก็เคยเป็น Nighelf มาก่อนครั้งหนึ่ง” หัวหน้านากาตอบกลับมาอย่างอ่อนโยน และพูดต่อด้วยเสียงดังกังวาน ที่ผิดกับอารมณ์เมื่อกี้ ว่า “ เราคือ ผู้รับใช้ของ ราชินี Azshara อันสูงส่ง ล้ำค่า และสง่างาม จนเมื่อ พวกเราหายจมไปในทะเล อันโหดร้ายแห่งนี้ โดยผลกระทบของ Well of Eternity” “ใช่แล้ว คำสาป พวกเราต่างต้องคำสาปจากบ่อน้ำบ้านั้น พวกข้า ต้องรอ ถึง 10,000 ปี เพื่อ ให้เราสามารถขึ้นมาจากน้ำและ ชิงอาณาจักรของเรากลับคืนมา และตอนนี้ ด้วยการช่วยเหลือของ ลอร์ด lllidang เราจึงทำตามที่เราต้องการได้” “แกกล้ามากนะที่มาในที่แห่งนี้ แต่น่าเสียดาย ที่แกจะไม่มีชีวิตรอดกลับ ไป” Vashj พูด แล้วก็ ว่ายน้ำหายไป เหลือไว้แต่ กองทัพNaga ที่คอยโจมตี ตาม ทางที่ เป็นทางเดินมาสู่ห้อง แห่งดวงตา และในที่ สุด เมื่อ Maiev มาถึง ประตูทางเข้า ห้องแห่ง ดวงตา ก็ได้พบ กับ อักษรที่ Gul dan เขียนไว้ ดูเหมือนจะเป็น ตัวหนังสือ ตัวสุดท้าย ที่ได้เขียนไว้ ก่อน ตาย มันเขียนไว้ว่า

“ ข้าถูกซุ่มโจมตี ... โดยผู้พิทักษ์ … ข้ากำลังจะตายหรือนี้ ถ้าลูกน้องของข้าไม่ด่วนจากไป ก่อนละก็ ข้าคงจะได้ครอบครอง ดวงตานั้นแล้วและ... ไอ้บ้า Sageras ข้าไม่ควรจะต้องตายแบบนี้... ข้าคือ Gul dan… ข้าคือ ผู้ที่เป็นจ้าวแห่งความมืด ... ข้าไม่ควร จะต้องมาจบชีวิตน่าสมเพช โดย วิธีนี้......”

“นั้นเป็นคำสุดท้ายของคำที่จารึกไว้ที่นี้ ไม่มีต่อแล้ว ข้าไม่อยากนึกถึงว่า Gul dan พบเจอกับสิ่งอะไร เป็นสิ่งสุดท้ายในชีวิตของเขา” Maiev กล่าวอย่างเศร้าเล็กน้อย
เมื่อMaiev ได้มาถึงประตู บานสุดท้ายแล้ว เธอได้ยินเสียงพูดคุยกัน เหมือนมีใครกำลังคุยกันในนั้น เธอจึงพังประตูเข้าไปพบกับ llidan และ Vashj พร้อมกับ จอมเวทย์Naga และ ตรงกลางห้องนั้น มีสิ่ง ๆ หนึ่ง คล้าย ๆ ดวงตาที่ Gul dan กล่าวถึง มันเป็นสีเขียว และดู ลึกลับ เมื่อเห็นดังนั้น เธอจึง โดย ฉับพลันว่า นั้นคือ “ The Eye of Sageras” ทั้งสองพูดพร้อมกัน Maievพูดด้วยความตกใจ lllidan พูดด้วยความพอใจ เพื่อ คลายความสงสัย แก่ Maiev lllidan จึง ได้แสดง พลังอำนาจของ Eye of Sageras โดยการทำให้ หินภายในวิหาร ถล่ม ทับพวก ทหารของMaiev บางส่วน แต่ อีกส่วนคงตายในไม่ช้า เพราะหินได้ปิดกั้น ทางออกทางเดียวของ พวกเธอไว้
Logged

-[พ่อหมา]-
Trade Count: (0)
Mage
***
Offline Offline

Posts: 494
49.00 Mana

View Inventory
Send Money to -[พ่อหมา]-

"Lunifer"


« Reply #21 on: January 03, 2009, 04:02:06 pm »

Charpter nighelf 3 The Tomb of Sageras(ภาคต่อจากข้างบน)

ด้วยความที่ Maiev คิดอย่างวิตกกังวลว่า ตนจะนำพา ทหารของเธอนั้น รอดกลับออกไปจากวิหารที่กำลังถล่ม ได้อย่างไร ฉับพลัน Naisha รองหัวหน้า และเป็นเหมือนน้องสาว ของMaiev บอกกับMaiev ว่า “จงหนี พลังแห่ง Elune จะนำวิญญาณพาพวกเราไปสู่ดินแดนแห่งสวรรค์”เธอบอกขณะที่น้ำตาไหลออกมาน้อย ๆ Maiev บอกกับทหารว่า ชั้นจะไม่ลืมพวกเธอเลย ชั้นจะแก้แค้น ให้พวกเธอ ข้า สาบาน!!!
จากนั้น เธอก็ ใช้ ทักษะ blink ตัวเองออกมา ที่ทางเข้าวิหาร ก่อนที่วิหารจะถล่ม

Charpter nighelf 4 Wrath of the Betrayer
หลังจากที่ Maiev ได้ หลบหนีออกมาจากวิหารแห่ง Sageras ได้แล้วนั้น มีกองกำลังที่ไม่ได้ไปด้วยรออยู่หน้าทางเข้า ทหารคนหหนึ่งถาม Maiev ว่า “เกิดอะไรขึ้น หรือท่าน แล้วNaisha กับคนอื่น ๆ ละ” “พวกเธอตายแล้ว” Maiev บอกด้วยน้ำเสียงโกรธ และเสียใจ จากนั้น Maiev ก็ได้สั่งให้พวกกองกำลังของเธอ ถอนกำลังอย่างเร่งด่วน “สายไปเสียแล้ว ท่าน” “เกิดอะไรขึ้น” Maiev ถามกลับ “ขณะที่พวกท่านลงไปในวิหารของ Sageras นั้นที่พักชั่วคราวของเรา ถูกพวกNaga โจมตี พวกมัน โผล่ขึ้นมาจากน้ำ ราวกับจะต้องการฆ่าเราอย่างเลือดเย็น ตอนนี้ กองกำลังเรา โดนต้อนมาที่ปากทางเข้า วิหารจน จนมุมแล้ว ถ้าท่านกลับมาช้ากว่านี้ อาจจะไม่ได้เห็นพวกข้าอีกก็เป็นได้” เมื่อMaiev ได้ยินดังนั้ก็ตกใจ จึงถามเรื่อง ทรัพยากร ว่า มีเหลือเท่าไหร่(gold อะคับ) การป้องกัน “เหลือน้อยมาก” ทหารที่ดูแลเรื่องทรัพยากรบอก “การป้องกันตอนนี้ก็ อ่อนกำลังมาก เราเหลือ Ancient protector แค่ 5 ต้นเท่านั้น” ทหาร ป้องบอก “ทรัพยากรเราเหลือน้อย การป้องกันก็น้อย มีทางเดียวเท่านั้น พี่น้องข้า ข้าจะล่องเรือ ไป Kalimdor เพื่อขอกำลังเสริมจาก Shan do Stormrage มาช่วยเราจะ การกระทำของน้อยชาย เขา ถ้าตัวข้าไปนั้น ที่พักนี้จะต้องถูกทำลายเป็นแน่ ข้าต้องการทหาร คนนึง ปลดอาวุธออก แล้ว ทหารคนนั้นจะต้องไปเป็นคนแจ้งข่าว นี้ให้ Shan do Stormrage ทราบ” Maiev พูดไปคิดไป แต่ มีทหารฝ่ายกำลังเสริม แทรกขึ้นมาว่า ทำไมต้องปลดอาวุธ ด้วยละ “ข้าต้องการให้ ทหารคนนี้ดูเหมือน คนปกติที่สุด ถ้าเช่นนั้น คนส่งสารจะผ่าน เข้าไป Kalimdor ไม่ได้แน่ ๆ” หลังจาก ได้ทหารส่งสารแล้ว Maiev ได้กำชับ และอวยพร ว่า “ขอให้โชคดี ขอให้ Shan do Stormrage มาก่อนที่เราจะโดนบุกไปมากกว่านี้ ไปได้แล้ว ทหาร”

แต่ก็นั้นแหละ Naga ไม่เลือกเผ่าว่าใครเป็นใคร เป้าหมายของมัน คือ ฆ่า ให้หมดทุกคนบนเกาะแห่งนี้ ทันที ที่มันเห็นเผ่าพันธ์อื่น ก็ได้ใช้ แห ครอบตัวทหารส่งสาร แล้วเริ่มใช้ อาวุธของพวกมัน แทงเข้าที่ทหารส่งสาร เสียงร้องโหยหวนดัง จน ทหารที่ป้องกันอยู่ จึงรุ้ว่าเกิดอันตรายกับ ทหารส่งข่าวเป็นแน่ เธอจึง รีบไปบอก กับ Maiev เมื่อได้ยิดังนั้น จึงรีบ นำ กองทหาร ฝีมือดี (driud of the claw) และนักธนู ไปปกป้องเธอ จากนั้น Maiev จึงคิดได้ว่า พวก Naga นั้นก็ต้องการ ทรัพยากรเช่นเดียวกัน จึงได้ ไปส่ง ทหารส่งข่าว และไป หาทรัพยากร เพิ่ม ด้วย ระหว่าง ทางที่ไปนั้น ได้มี พวก Naga คอยป้องกันอยู่แล้ว ด้วยความที่ Maiev ได้สัญญาไว้กับNaisha ว่าจะแก้แค้น เธอจึงเริ่ม บุก ทำลาย การป้องกัน ของNaga จนหมดสิ้น ตนเธอ สามารถสร้างร่างเงา แห่งความ แค้นขึ้นมาได้สำเร็จ (Avatar of Vengeance ) และจะใช้ ร่างเงานั้น ช่วย จับกุม lllidan ด้วย
เมื่อ มาถึงทางออก ไปสู่ทะเล Maiev ได้ของพร แห่ง Elune สิ่งที่เหล่า Nighelf นับถือ ว่า “ขอให้ พลังแห่ง Elune นั้น จงปกป้อง เรือลำนี้ และ ขอให้ Shan do Stormrage รีบมาช่วยพวกตน ไม่เช่นนั้น lllidan จะไม่มีใครสามารถหยุด การกระทำของเขาได้”

Charpter nighelf 5 Balancing the Scales
วันต่อมา ณ ชายฝั่ง Broken Isles Maiev กับกองกำลังที่เหลือน้อยลงทุกที สู้ ยิบตากับกองกำลัง Naga อย่าง สุดใจ โดยมีความหวัง ว่า Shan do Stormrage จะรีบมาช่วยพวกตน Maiev ให้กำลังใจพวกทหารของเธอว่า “ ป้องกันเอาไว้ พี่น้องข้า แสงแห่ง Elune จะปกป้อง เราจากพวกสัตว์ประหลาดพวกนี้ Shan do Stormrage จะมาในไม่ช้า”
ระหว่างนั้นเอง กองกำลังที่มาจาก Kalimdor ก็มาถึง Broken Isles แห่งนี้ Tyrande ใช้ นกฮูกของเธอ ตรวจตาดูรอบ ๆ เกาะ และในที่สุด เธอก็ เจอ ค่ายชั่วคราวของ Maiev ดูเหมือนว่า มันกำลังจะพังในไม่ช้านี้ ถ้าพวกตนไม่ไปช่วย “ข้าเห็นค่ายของพวกนั้นแล้ว แต่เราจะเดินผ่านไปหาพวกเขาได้อย่างไรกันละ ข้ามองไม่เห็นทางที่จะสามารถเดินไปได้เลย มีแต่ต้นไม้ ทั้งนั้น” Tyrande พูดอย่างใช้ความคิด Shan do จึงตอบกลับไปว่า “งั้นก็ใช้ต้นไม้นี้ แหละ ให้เป็นประโยชน์” จากนั้น Shan do ใช้ทักษะในการควบคุม เหล่าต้นไม้ ให้หลีกทางให้กับกองทัพของ Shan do “โอ้ ข้าลืมไปเสียสนิท สมแล้ว ที่ท่านเป็นศิษย์เอกของ Cenarius ข้าเกือบลืมพลังของท่านไปซะแล้ว” Tyrande กล่าวชมเชยและแสดงความดีใจ “เรายังต้องหา กองเรือ ที่มากับพวกเราอยู่ อีกนะ เจ้าลองใช้ นักฮูกของเจ้า ค้นหากองเรือ ที่หายไปสิ เพราะ ข้า ได้ นำ กองทัพพิเศษ มาจากเทือกเขา Ashenvale มาด้วย” Shan do พูด “กองทัพพิเศษ งั้นหรือ” Tyrande พูดด้วยความสงสัย “เอาน่า เดียวเจ้าก็จะได้ พบพวกเขาในไม่ช้านี้แหละ” Shan doตอบกลับมา ขณะที่กำลัง เดินทางอยุ่นั้น ได้มี ที่ตั้งค่าย Naga Nageตนหนึ่งเมื่อ เห็นพวก Shan do มา จึงได้รวมกำลัง โจมตี กองทหารของ Shan do พร้อมกับพูด ว่า “ เจ้ายุคเก่า พวกแกไม่สมควรเป็น Nighelf พวกข้าต่างหาก คือ Nighelf พวกเราคือ อนาคต ของNighelf” “งั้น ชิมลูกศรของข้าซะก่อน เป็นไง แกกล้าดียังไง มากล่าวหาพวกเราแบบนี้ Searing arrow” Tyrande ตอบกลับไปอย่าง โกรธจัด และเริ่ม ร่ายเวทมนต์ “แสงแห่ง Elune ขอพลังให้แกข้าผู้รับใช้อันซื่อสัตย์ ของท่าน ทำลาย เหล่า พวกงู สวะ พวกนี้ให้สิ้นซาก STAR FALL” ภายในไม่กี่วินาที ค่ายของNaga ก็ ถูก ฝนดาวตกพุ่งเข้าใส่สิ่งก่อร้าย และไม่นานต่อมา ซากศพของ นักรบงู และนักเวท Naga นอนเกลื่อนพื้น Shan do ดูประหลาดใจกับการกระทำของ เจ้าหญิงของเขา จึง พูดว่า “ท่านทำแบบนี้ไม่ โหดร้าย เกินไปหน่อยเหรอ หรือว่า ข้า นอนหลับนานเกินไป จึงไม่รู้ว่าเจ้าเปลี่ยนแปลงไปแล้ว” เจ้าหญิงที่ดูสงบลงแล้วจึงตอบกลับมาเบา ๆ ว่า “ระหว่างที่ท่านหลับ ไหลอยู่นั้น ตัวข้าคนเดียวต้องบูรณะ Kalimdor ใหม่ ทั้งหมด เนื่องจาก สงคราม 10,000 ปีก่อน ข้าจะต้องเข้มแข็ง เพื่อประชาชนที่เหลือรอด จากสงครามแห่งไฟ นั้น” เมื่อได้ยินดังนั้น Shan do จึงรุ้ว่า พวกNaga ไม่ควร ดูหมิ่นเจ้าหญิงของข้าเลย ไม่งั้นคงไม่ตายแบบนี้หรอก” หลังจาก ยึด ค่ายของ Naga มาเป็นของตนแล้ว ทั้ง 3 คนก็ได้ มาปรึกษากัน
“คำขอของข้าเป็นจริง ข้ารู้ว่าท่านจะต้องมา Shan do Stormrage”
Maiev พูดอย่างดีใจ “ข้าก็ดีใจที่มาได้ทันเวลาพอดี” Shan doตอบกลับมา “สถานณ์การเป็นอย่างไรบ้าง” Shan do ถาม แต่ ขณะนี้ Maiev ได้มองไปที่ Tyrande อย่างชิงชัง ก่อนที่ Tyrande จะพูดอะไร Maiev ก็ พูดด้วยน้ำเสียง ชิงชัง ว่า “เจ้าหญิง แห่ง Kalimdor ท่านมาที่นี้ได้อย่างไร กัน ละ หลังจากที่ท่านทำกับ ทหารของข้า อย่างนั้นแล้ว ท่านยังมีหน้า มาที่นี้อีกหรือ ท่านไม่รู้สึกผิดบ้างหรือ หรือว่า เจ้าหญิงต้องทำอะไรถูกหมดทุกอย่างกันละ” “ข้าต้องทำในสิ่งที่จำเป็น เธอไม่มีสิทธิ์ อะไร มาต่อว่าหรือตัดสินข้าทั้งนั้น” Tyrande ตอบกลับไป “ งั้นเหรอ แล้วท่าน มีสิทธิ์ อะไร ฆาตกรรม ลูกน้องที่คุก ของข้า แล้วยังปล่อย คนทรยศต่อเผ่าพันธ์ lllidan ออกมาอีก ความจริงข้าน่า จะจับท่าน เข้าคุกมากกว่า lllidan ซะอีกในตอนนี้”Maiev พูดด้วยน้ำเสียโกรธแค้น Tyrande กำลังจะอ้าปากโต้เถียง Shan do ก็ พูดว่า “พอซะที ทั้ง 2 คนนั้นแหละ เรื่องผ่านไปแล้ว ก็ปล่อยมันผ่านไปสิ เอาละ Maiev สถานณการณ์ ตอนนี้เป็นอย่างไรบ้าง”
“ตอนนี้ ไม่มีทรัพยากรแล้ว ข้าก็เลย ให้คนงานข้า ไป สร้าง ค่ายใหม่ ที่ค่ายNaga นี้ ส่วนเรื่องอื่น ๆ เราจัดการหมดแล้ว”Maiev ตอบมา “อ้อ อีกเรื่องหนึ่ง ตอนนี้ กองทัพ lllidan แบ่ง เป็น 2 ทัพ พร้อมจะโจมตีเราทุกเมื่อ เราควร โจมตีตอนนี้เลย ก่อน ที่ กองทัพ lllidan จะแข็งแกร่งไปมากกว่านี้” Maiev พูด แต่ Shan do จึงบอกว่า ตอนนี้ ไม่มีทางชนะได้หรอก ข้าต้องไป รับกองกำลังเสริม ที่ ข้านำมาด้วยซะก่อน
ต่อมา เมื่อ รวบรวมกำลังพลได้แล้วMaiev ก็นำเข้าไปบุกกองกำลังของ Naga sea wicth ก่อน เพรระมีขนาดเล็กกว่า หลังจากนั้น lllidan ก็ได้โผล่มาเมื่อทราบว่า Maievได้ทำลายกองทัพ ของ Naga sea wicth แต่ก็ต้องแปลกใจเมื่อ เขาไม่ได้เจอกับ Maiev เพียงคนเดียว แต่ยังมี Shan do และ Tyrande มาพร้อมกับ Mountain Giant ตัวใหญ่ ซึ่งเป็นกองทัพพิเศษ ที่ Shan doพูดถึง เมื่อ พบหน้ากัน llidan จึงได้ ถาม Tyrande ว่า “Tyrande เจ้ามาทำอะไรที่นี้ สงครามนี้ไม่สมควรที่เจ้าจะมายุ่งด้วย” “ข้าต้องมา เพราะข้าเป็นต้นเหตุที่เจ้า ออกมาจากคุกได้ เจ้าไม่ดูตัวเองบ้างหรือ เจ้าน่ะ ยิ่งจะเหมือน ปีศาจมากกว่าจะเป็น Nighelf แล้วนะ” Tyrandeถามกลับมา “ปีศาจ เหรอ ตอนนี้เจ้าคิดว่าข้าเป็นปีศาจไปแล้วงั้นเหรอ เจ้าไม่รู้หรอกว่า ข้านั้น .....เอ่อ ... เป็นห่วงเจ้าคนเดียว ข้าอยากให้เจ้าได้เห็นพลังของข้าทั้งหมดซะก่อน แล้วเจ้าจะต้องรักข้าอย่างแน่นอน” lllidan ตอบมา “พลังที่มาจาก การขโมยของคนอื่นน่ะ ข้าไม่ขอยอมรับมัน ถึงมันจะยิ่งใหญ่ เพียงไหน เพราะเหตุนี้ ข้าถึงได้เลือก พี่ชาย ของเจ้า”Tyrande ตอบกลับไปอย่างมีเหตุผล “เฮ้อ ข้าเหนื่อยใจจริง ๆ ในที่สุด เจ้าก็เห็นข้า เป็น ศัตรูจนได้ สินะ Tyrande แต่อีกไม่นานนักหรอก กองทัพของเข้า ก็ จะกลายเป็นของข้า ไปด้วย” lllidan ตอบ หลังจากนั้น lllidan ก็ได้ หลบหนี ไปกับเรือ อีกครั้งหนึ่ง Shan do กล่าวว่า “ไม่เป็นไรหรอก เราจะตามหาเขาจนพบ เราจะตามหาเขา” “ค่ะ ข้ารู้สึกอุ่นใจและ รู้สึกเป็นเกียริ ที่ได้สู้เคียงข้ากับ ท่าน Driud ผู้ยิ่งใหญ่” Maiev ตอบกลับมาด้วยความ ปิติยินดี
Logged

-[พ่อหมา]-
Trade Count: (0)
Mage
***
Offline Offline

Posts: 494
49.00 Mana

View Inventory
Send Money to -[พ่อหมา]-

"Lunifer"


« Reply #22 on: January 03, 2009, 04:02:39 pm »

Charpter nighelf 6 Shards of the Alliance
สามวันถัดมาที่ ชานฝั่งด้านตะวันตกของ แผ่นดิน Lordaeron ซึ่งเป็นบ้านเกิดของ มนุษย์ เมื่อครั้งที่มนุษย์นั้น ได้ร่วมมือกันกำจัด Lord Archimoude เมื่อ เรือถึงชายฝั่งแล้ว Shan do Stormrage ได้ขอแยกตัวไปในป่า Silverpine นี้ เพื่อไปทำธุระบางอย่าง ส่วน Tyrande และ Maiev นั้น ได้นำกองกำลังของตน เพื่อหาแหล่งทรัพยากรอยู่ ขณะที่ กำลัง สำรวจ ป่าแห่งนี้อยู่นั้น ได้พบกับหมู่บ้าน ของมนุษย์ ที่ ดูเหมือนจะว่าง เปล่า “ช่างน่าเศร้ายิ่งนัก แม้แต่หมู่บ้านเล็ก ๆ นี้ก็ ได้รับผลกระทบจาก เชื้อโรค Plagued นี้ด้วย เมื่อ เข้าไปในหมู่บ้านนั้น ที่บริเวณ กลางหมู่บ้าน Tyrandeและ Maiev ได้พบกับ กองคาราวาน คล้าย ๆ กับการอพยพ อะไรซักอย่าง ใน กล่องแห่งเวทมนต์นั้น บรรจุ เสื้อผ้า เครื่องแต่ง การ หรือแม้แต่เงินทอง ทหารฝั่งตรงข้ามเห็น Tyrande และ Maiev จึงได้ทำการ สอบถามว่า “ท่านคือใคร ท่านดู ไม่เหมือนพวกซากศพ นั้นเลย” “พวกเราคือ Nighelf เราขอพบกับหัวหน้าของท่านได้หรือไม่” Tyrande พูดอย่างอ่อนโยน เพราะพอทราบว่า กองทหารพวกนี้คือ Elf เหมือนกับพวกตน เมื่อทหาร คนนั้นดูท่าที พอใจ จึงได้นำทั้งสองไปพบกับ หัวหน้ากองคาราวาน นี้ “สวัสดี ข้าชื่อ เจ้าชาย Kael thas ข้าแปลกใจมากที่ได้พบกับ พวกท่านNighelf ในสถานที่แบบนี้ แต่ ไม่ว่า เรื่องอะไรก็ตามที่ท่านจะ เข้าไปในหมู่บ้านแห่งนี้ ข้าขอเตือนว่า ท่านจะไม่ได้อะไรกลับออกมาเลย ยกเว้น วิญญาณ ของท่าน ในดินแดน ต้องคำสาปแห่งนี้” Kael thas พูดขู่ออกมา “สวัสดี ท่าน Kael ข้า Maiev และนี้ เจ้าหญิง Tyrande พวกเรามาตามหา ปีศาจ ที่หลบหนีมาที่ดินแดนนี้ ท่านพอจะทราบไหม” Maievแนะนำตัว และพูดเรื่องธุระไม่ให้เสียเวลา “ปีศง ปีศาจ อะไรกัน ถ้าจะมี ละก็ โน้น ที่เนินตรงนั้น มีพวก กองทัพ Undead ตั้งอยู่ที่นั้น มันคอยโจมตีพวกชาวบ้าน มานานแล้ว และตอนนี้ ข้ากำลัง จะอพยพพวกเขาออกไปจากที่นี้”เจ้าชาย Kael thas พูดด้วยเสียงอันเหนื่อยอ่อน “ข้าจะช่วยพวกท่านในการเคลื่อนย้ายชาวบ้านเอง ถือว่า เป็นการของคุณที่เผ่าพันธ์ของ มนุษย์นั้น เคยช่วยเหลือพวกเราไว้” Tyrande ตอบกลับมาอย่างจริงใจ “ขอบคุณท่านมาก ท่านทั้ง 2 คน” “แต่ข้ามีเงื่อนไขนะ หลังจากที่ ข้าช่วยพวกชาวบ้านแล้ว ข้าอยากให้ เจ้าช่วยข้าตามหาปีศาจ ที่พวกเรากำลังค้นหาตัวอยู่นี้” Tyrande พูด “ข้ายินดีช่วยพวกท่าน แค่ตอนนี้ข้า อยากไปจากหมู่บ้านนี้ซักที ช่วงเวลากลางคืน พวก Undead จะ ออกมา” เจ้าชายKael thas พูดแล้ว รีบ นำ กองาราวาน เคลื่อนทัพไป
ขณะที่ เดินทางไปซักพักหนึ่ง Maiev ได้กระซิบ กับTyrande ว่า “ท่านไปช่วยพวกนั้นทำไม ตอนนี้เราน่าจะรีบตามหาตัว lllidan ได้แล้ว เสียเวลาชัด ๆ” “คนพวกนี้ต้องการการช่วยเหลือ พอเสร็จจากงานนี้แล้ว เจ้าชาย Kael thas จะช่วยเราตามหา lllidan ตอนนี้ Shan do ไม่อยู่ เราก็ ไม่มีพลัง อำนาจมากมาย เราควร ผูกมิตรกันไว้ ช่วยเหลือกัน จะดีกว่า” แม้ ว่า Tyrande จะพูดมีเหตุผล แต่ Maiev ก็รู้สึก ว่า เริ่ม หงุดหงิด เจ้าหญิงองค์นี้ซะแล้ว
เมื่อเดินทางต่อไปได้ ซักพัก กองคาราวานได้มาหยุดที่หมู่บ้าน อีกแห่งหนึ่ง เจ้าชายKael thas พูดว่า “เราจะพักกันตรงนร้ซักครู่ เพื่อให้ ช่างมาซ่อม แซม รถบรรทุก พวกนี้ และ ร่วมหา พวกชาวบ้านที่พอจะมี ฝีมือ ด้านการต่อสู้ เพื่อ ปกป้อง กองคาราวานนี้” “ทำไม ท่านไม่ กำลังพลพอหรอกหรือ ทำไมต้องพวกชาวบ้าน ท่านมีกองกำลัง ที่จะมาอพยพแค่นี้หรือ ไหนละ พี่น้องของท่าน” Maiev ถามอย่าง สงสัย “พวกUndead นั้น ได้ทำลาย เมืองหลวงของพวกเรา ชาว Quel Thalas ไปแล้ว เมื่อก่อน เกิดสงคราม Burning Legion” “ข้า เป็นถึงเจ้าชาย ของเมืองนั้น ไม่สามารถจะต่อกร กับ พวกUndead ได้เลย มันช่างน่าเจ็บใจนัก ยิ่งไปกว่านั้น เวทมนต์ ที่พวกเราเคยมี ก็ ถูกเปลี่ยนแปลง ไป เนื่องจาก การที่ บ่อ น้ำ แห่งพลังงาน ถูกเปลี่ยนแปลงไป พวกข้า ก็เหมือนกับต้องคำสาป พวกข้า จึง ได้ เรียกตัวเองว่า Blood elf เพื่อให้ รำลึกถึง พวกสวะ Undead ที่เคยทำลายเมืองข้าไป” เจ้าชายKael thas พูดด้วยเสียงโกรธและเสียใจ “ข้าเข้าใจ ความรู้สึกท่านดี Kael เพราะข้านั้น ก็เคยประสบกับเรื่องพวกนั้น มาคล้าย ๆ กับเจ้า แต่เจ้าต้องเข้าใจว่า เจ้าไม่ได้เป็น ต้นเหตุ ที่ทำให้ พวกประชาชนต้องตาย ตอนนี้ เจ้าควรจะต้องคิดถึง ปัจจุบัน กับอนาคต เท่านั้น อดีต เป็นแค่ประสบการณ์ เราไม่ควรไปยึดติดกับมัน” Tyrande กล่าว อย่างจริงใจ เพราะเธอเคยประสบเรื่องแบบนี้มา เช่นกัน เมื่อ เจ้าชายKael thas ได้ ฟังคำกล่าวนั้น ก็เหมือนมีกำลังใจขึ้นฉับพลัน ตอนนี้ Kael ได้คิดเรื่องอนาคตไว้แล้ว “นั้นไง บ้านพักพวกทหารรับจ้าง พวกเราสามารถ จ้างพวกทหารนั้น มาเป็นกองกำลัง ของเราในการ อพยพคราวนี้ได้”เมื่อ เดินทาง ต่อไปได้ซักพัก หนึ่ง ก็ ได้มาพบกับทางแยก “ทางขวานั้น เป็น ที่ตั้งค่าย ของพวกUndead ซึ่ง อันตรายมาก เมื่อพวกทันมี จำนวนเยอะ ๆ ส่วนทางซ้ายนั้น เป็นทางที่ ข้า ใช้ เดินทางมาที่นี้ แต่ ข้า คิว่า พวก Undead คง จะวางกองกำลัง ดักซุ่มโจมตี เอาไว้ แล้ว เราจะไปทางไหนกันดีละ ท่านหญิง ทั้ง 2” เจ้าชาย Kael thas ถาม “ทางไหนก็อันตรายพอ ๆ กันนั้น แหละ ข้าว่า เราควรเลือกซักทาง แล้ว รีบไปกันดีกว่า ก่อนที่ พวก Undead จะบุกโจมตี” Maiev พูด

ผมทำ ทางเลือกไว้ 2 ทาง เพราะว่า อุปสรรค มันต่างกัน ก็แล้วแต่ผู้เล่น จะเลือกนะคับ ส่วนผม เล่น 2 ทางเลย )

ทางซ้าย
พวก เจ้าชาย Kael thas เลือกไปทางซ้าย ซึ่ง เจ้าชาย Kael thas ได้ ใช้ทางนี้มาแล้วครั้งหนึ่ง ซึ่งน่าจะปลอดภัยกว่า เมื่อเดินทางไปได้ซักพัก ก็ถูก บุกโจทตี เรื่อย มา และด้วยความที่ เส้นทาง ไกลกว่า ทางขวา จึงทำให้ ถูกดักโจมตี จนเสีย กำลังพล ไปมากมาย ถึง แม้จะจ้าง ทหารรับจ้าง มา ก็ ต้านทาน ได้ไม่มากนัก ในที่สุด พวกเจ้าชาย Kael thas ก็มาถึง หมู่บ้านสุดท้าย โดยเหลือกำลังพลน้อยนิด

ทางขวา
พวกเจ้าชาย Kael thas เลือกไปทางขวา ซึ่ง Tyrande และ Maiev ได้เลือกไว้ เพราะว่า Tyrande เคยสู้กับพวก Undeadมาก่อน จึงรู้จุดแข็ง จุดอ่อน ของพวกนี้ และ ถ้า ยิ่ง อ้อมไปละก็ จะยิ่ง เสีย เวลา อาจจะไป ไม่ทัน หมู่บ้าน สุดท้าย ก็เป็นได้ พวกเจ้าชาย Kael thas ก็มาถึง หมู่บ้านสุดท้าย โดยเหลือกำลังพลน้อยนิด เนื่องจากได้สู้กับ พวก ลูกน้อง ใหญ่ ของUndead
Lich และ Dreadlord


ในที่สุด พวกเจ้าชาย Kael thas ก็มาถึง หมู่บ้าน ทุกคน ต่างเหนื่อยอ่อน แต่ก็ดีใจ ที่ มาเจอ สะพานข้าม แม่น้ำ ในหมู่บ้าน สุดท้าย ซึ่ง เป็น จุดหมาย ของ กองคาราวาน นี้ “ข้าขอขอบคุณ ท่านทั้ง 2 มากที่ ช่วยพวกเรา มาถึง จุดหมาย”
เจ้าชาย Kael thas กล่าวขอบคุณ Tyrande และ Maiev “ ไม่เป็นไรหรอก สหาย ทีนี้ ข้า จะทวงสัญญาคืนละนะ” Tyrande พูดอย่างติดตลก “บางอย่าง ผิดปกติ” Maiev พูดกับตัวเอง ขณะนั้น เธอเหลือบไปเห็น พื้นดินที่ บ้านหลังหนึ่ง มี อะไร เคลื่อนไหวอยู่ใต้ดิน “ทุกคน ประจำการรบ เราถูกซุ่มโจมตี” Maiev กล่าวด้วยเสียงอันดัง “พาพวกกองคาราวาน ข้ามแม่น้ำไป ข้าจะ ต้าน พวกนี้เอง Maiev พา พวกเจ้าชาย Kael thas ไปที่ ตั้งค่าย เลย” Tyrande สั่งMaiev ทันที ที่กองคาราวานข้ามแม้น้ำ ไปหมดแล้ว Tyrande วิ่งไปที่กลางสะพาน พร้อม กับ ร่านเวทมนต์ “ขอพลัง แห่ง พระผู้ เป็นเจ้า คุ้มครองข้า และ ขอพลังแห่ง Elune เป็น พลัง ทำลายให้แก่ ข้า STAR FALL” เมื่อ ร่ายจบแล้ว ก็เกิด แสง เป็นเส้นรุ้ง ปรากฏ ทั่วฟ้า ทำให้ พวก ปีศาจ มองด้วยความ ฉงน ตู้มมมมม เสียง อุตกาบาต ลูปแรก ปะทะ กับ พวก กองทัพซอมบี้ แตก กระจาย ส่งผลให้ พื้น แผ่นดิน สั่นสะท้าน ตู้มมม ๆๆๆๆๆ เสียงดาวตกอีกนับไม่ถ้วน พุ่ง ลงสู่ ศรีษะ ศัตรู ทำให้ ตายในทัน ที พื้นดินสะเทือนอีกครั้ง แต่ก็ เกิด อุบัติเหตุขึ้น เมื่อ การที่ พื้นดิน สั่นสะเทือน ด้วย อุกาบาต ทำให้ สะพานไม้ที่ Tyrande ยืนอยุ่นั้น ทรุดลง จนเมื่อ อุตกาบาตลูกสุดท้าย ตกใส่พวก Undead สะพาน ก็ได้ ยุบ ลงมา ทำให้ Tyrande จมหายไปกับ เสือคู่ใจของเธอ “เราต้องช่วยเธอ แม่น้ำนั้น จะไปสุดทางที่ ที่ตั้ง ค่ายบัญชาการใหญ่ ของ พวก Undead” เจ้าชาย Kael thas พูดขึ้นอย่างร้อนรน “ ไม่ต้อง Tyrande ก็ เคยเป็น แม่ทัพคนหนึ่ง เหมือนกัน เธอจะต้องหาวิธีเอาตัวรอดได้ แน่ ๆ ตอนนี้ ท่านจะต้อง ทำตามสัญญา ที่ให้ไว้ แก่ ข้า ท่านจะต้อง ช่วยข้าตามหา ปีศาจ นั้น” Maiev พูดอย่าง รวดเร็ว ผิดปกติ เจ้าชาย Kael thas ก็ เห็นว่า ถ้าเธอเป็นถึงแม่ทัพ ก็น่า จะเอาตัวรอดได้ ตอนนี้ ไม่สามารถช่วยได้ เพราะทหาร ไม่เพียงพอ
ขณะที่ กองคาราวาน รีบเคลื่อนไปยัง ที่ตั้งค่าย Maiev หันมามองที่ แม่น้ำที่ Tyrande จมนั้น แล้ว ยิ้มอย่างมีเลศนัย

Charpter nighelf 7 The Ruins of Dalaran
ในเย็นวันเดียวกันนั้น ที่ค่ายหลักของ nighelf และ bloodelf
Shan do Stormrage ได้ มาที่ค่ายเพื่อเตือน ให้ทุกคนรีบ เข้าโจมตี lllidan เมื่อ ได้ทราบ สถานที่ ๆ แน่นอนแล้ว “Maiev เราต้องรีบโจมตีแล้ว lllidan ได้ทำการ ใช้เวทมนต์ โจมตี Northland เราจะ ...... เอ๋ Tyrande หายไปไหนละ เธอหายไปไหน Maiev” “ดิฉันเสียใจด้วยค่ะ คือว่า เจ้าหญิง ตายแล้ว เรื่องมันเป็น ยังงี้ ................ ค่ะ” Maiev เล่าเรื่องราวทั้งหมด ที่ เกิดขึ้น “โธ่ ที่รักของข้า ข้าไม่ควรทิ้ง นางไปเลย” Shan do พูดด้วยเสียงเศร้าสร้อย “ท่านค่ะ ดิฉันว่า เราควร หาต้นตอของเรื่องนี้นะค่ะ lllidan แหละค่ะ ที่เป็นต้นเหตุ ทำให้ท่านกับเจ้าหญิง มาที่นี้ และ ทำให้เจ้าหญิง ..... ข้าว่าเราควร รีบบุกโจมตี lllidan อย่างเร่งด่วนนะค่ะ” Maiev พูดสรุปอย่างรวดเร็ว “อีกเรื่องหนึ่ง ตามที่ข้าเล่าให้ท่านฟังแล้ว นี้ เจ้าชาย Kael thas ที่พวกข้า ช่วยเหลือไว้ค่ะ” Maiev แนะนำตัว เจ้าชาย แก่ Shan do “สวัสดีขอรับ ท่าน Shan do Stormrage หน่วย สอดแนม ของเรา ยืนยันว่า lllidan ได้ทำการ ร่ายเวทมนต์ ควบคุม บางสิ่งบางอย่างอยู่ ถ้า เราหาทางทำลาย วัตถุที่ถูกควบคุมได้ ก็อาจจะหยุด lllidan ได้ บางอย่างที่เป็นสีเขียว ลึกลับ คล้าย ๆ ดวงตาอะไรนั้นละ” เจ้าชาย Kael thas พูด “นั้นต้องเป็น ดวงตาของ Sageras ที่ เขาขโมยมาจาก Broken Isles อย่างแน่นอน” Maiev พูดเสริมขึ้นมา “แต่ทำไมต้องโจมตี Northland ด้วยละ” Maiev กล่าวอย่างสงสัย “เรื่องนั้นไม่สำคัญ ที่สำคัญคือ เราจะต้องหยุด lllidan ให้ทันเวลา เรามีเวลาเท่าไหร่ละ” Shan do ถาม “ประมาณ 30 นาทีครับท่าน” เจ้าชาย Keal thas ตอบกลับมา
Shan do รู้สึกโกรธมาก จนลืมบางสิ่งบางอย่างไป ได้ เป็นผู้นำทัพ Nighelf สู้กับ Naga และ ทำลาย พิธี ร่ายเวทมนต์ ได้สำเร็จ
เมื่อ ไม่มี ผู้คุม ดวงตาของ Sagerasแล้ว ทำให้ เกิดการ ปะทุขึ้น ของพลังอย่างควบคุมไม่ได้ ดวงตาของ Sageras ได้ระเบิดพลังทั้งหมดออกมา และ ทำให้ ที่ตั้งค่าย Naga ราบเป็นหน้ากลอง เหลือแต่ lllidan รอดชีวิต เพียงคนเดียว แต่ก็บาดเจ็บมาก เมื่อ Shan do มาพบ กัน lllidan พ่ายแพ้ ก็ได้ กล่าวหาว่า เพราะ นาย ทำให้ Tyrande ตาย เมื่อ ได้ยิน ชื่อTyrande lllidan จึงกล่าวกลับไปว่า “ท่านพี่ลืมนึกถึงอะไรไปหรือเปล่า ข้าน่ะ นะ เป็นต้นเหตุที่ Tyrande ตาย ข้าก็เพิ่งรู้ว่า Tyrande ตายพร้อม ๆ กับท่านพี่นั้นแหละ และ ข้าเคยบอกไปแล้ว ว่าข้าน่ะ รักนางมาก แล้วเรื่องอะไร ข้าจะต้องฆ่านางด้วยละ” lllidan ตอบกลับมา “ขออภัย ท่าน Shan do เจ้าหญิง Tyrande ยังมีชีวิตอยู๋ นะครับ เพียงแค่เธอ จมน้ำ แล้ว ไป ตามกระแสน้ำเท่านั้นเอง ข้ากำลังจะส่งคนไปช่วยเธออยู่” เจ้าชาย Kael thas พูด “เงียบนะ Keal” Maiev พูดอย่างตกใจ “เจ้าบอกว่า เธอถูกพวก Undead ฆ่าตาย แล้ว เจ้า โกหกข้า งั้นหรือ” Shan do ตะคอกใส่ Maiev ที่ขวัญหนีดีฟ่ออยู่ “การจับกุม ตัวlllidan นั้น เป็นเป้าหมายหลัก ของการที่เรามาที่นี้ นะค่ะท่าน... ถ้าข้ามีโอกาส ช่วยเธอข้าคง....” Maiev แก้ตัวอย่างรวดเร็ว “Entangle Roots(ไม่ทราว่าถูกหรือเปล่า) ข้า จะ มาจัดการกับเจ้า ทีหลัง เจ้าไม่ต้องแก้ตัวอะไรทั้งนั้น” Shan do พูดอย่างโกรธ
“ขอให้ข้า ช่วยเธอ เถอะ พี่ชาย ข้ายอมรับผิดทุกข้อกล่าวหา แต่ ตอนนี้ ขอให้ข้าได้ช่วยเธอ ก่อน ได้โปรด” lllidan ขอร้อง กับพี่ชายตนเอง “อืม.... ตกลง ข้ายอมรับความช่วยเหลือของเจ้า” Shan do พูด

Charpter nighelf 8 Brothers Stormrage
ในเวลาต่อมา Shan do Stormrage และ lllidan กำลังจัดเตรียม กองทัพ เพื่อไปช่วยเจ้าหญิง ซึ่งเป็นงานที่ยากลำบาก เพราะว่า จะต้อง ทำลาย ศูนย์บัญชาการใหญ่ของ พวกUndead ให้ได้เสียก่อน ถึงจะลงไปช่วยเจ้าหญิงได้ ในขณะเดียวกัน Tyrande ที่ได้ พลัดหลง มาที่ ปลายทางของน้ำ ตก กำลัง ต่อสู้ กับพวก Undead อย่างสุดความสามารถ พร้อมกับ หัวหน้า นักธนู และนักรบของเธอ “เข้ามาพวก ปีศาจ และ รับพลังแห่งการทำลายล้างของ Elune ไป” Tyrande กล่าวอย่างกล้าหาญ “Lord lllidan พวกข้าพบ เจ้าหญิง ของพวกท่านแล้ว เธออยู่ที่ปลายแม่น้ำ นั้น แต่ข้าว่า คงจะอยู่ได้ไม่นานนักหรอก”นักรบ Naga เอ่ยขึ่น “งั้นเราต้องรีบแล้วละ lllidan ข้าอยากให้เจ้า คอยป้องกันพวกUndead นี้เอาไว้ เมื่อข้า ลงไปช่วยเธอ....” Shan do พูด “อย่างเลยพี่ชาย Naga และ ข้าจะไปหาเธอได้เร็วกว่า ให้ข้า ไปเถอะ” lllidan พูด กลับมา เมื่อShan do คิดว่า lllidan ไม่ทำร้าย Tyrande แน่ ก็เลยเชื่อใจยอมให้ น้องชายไปช่วย
ในเวลาต่อมา เมื่อ หัวหน้านักธนู และนักรบ กำลังจะสิ้นชีวิต เพื่อปกป้องTyrande lllidan ก็ ปรากฏตัว ขึ้นมา “อย่างกลัวไปเลย เจ้าหญิง ข้า มาช่วยท่าน” lllidan พูด “ช่วยข้างั้นหรือ หรือว่าเจ้าวางแผนชั่วร้ายอะไรอีกละ” Tyrande กล่าวอย่างไม่ไว้ใจ เมื่อ lllidan ร่ายเวทมนต์ เพื่อเปิดประตู มิติ พร้อมกับบอก เจ้าหญิงว่า “เข้าไป เจ้าหญิงข้ามาเพื่อช่วยท่าน จริง ๆ เข้าไป ไม่เช่นนั้น เจ้า จะไม่มีโอกาสกลับไปอีกแล้ว” lllidan กำลัง ร่ายเวทมนต์ เพื่อ ให้ประตูมิติ เปิดให้นานที่สุดนั้น Tyrande ก็ เข้า ไป และ lllidan เข้าไปตาม และประตูมิติก็ปิดตัวลงอย่าง ทันที
ในขณะ เดียวกันนั้น ที่จุดนัดพบ “พวกนั้นน่าจะมาได้แล้วนะ นี้มันเลยเวลา แล้วนะ” Shan do พูดอย่างร้อนใจ ทันใดนั้น ก็ได้เกิดประตูมิติขึ้น และ Tyrande ก็ได้ ออกมาพร้อมกับ lllidan “ข้&#
Logged

-[พ่อหมา]-
Trade Count: (0)
Mage
***
Offline Offline

Posts: 494
49.00 Mana

View Inventory
Send Money to -[พ่อหมา]-

"Lunifer"


« Reply #23 on: January 03, 2009, 04:20:58 pm »

Charpter human 1 Misconceptions
ที่ตั้งค่ายหลักของ ท่าน Grand Marshal Garitthos ซึ่งตั้งอยู่ที่ชายแดน ของDalaran เจ้าชาย Kael’Thas และนักรบของเขา ได้มารายงานตัว แกท่าน Garitthos ช้ากว่ากำหนด เพราะ ในCharpter ที่แล้ว มีกำลัง ทหารน้อยเหลือ เกิน (อ่านได้ใน Charpter nighelf 6)
เมื่อ มาถึง Garitthos ได้รอพบ Kael อยู่แล้ว “ท่านมาช้า เหลือเกิน เจ้าชาย Kael Thas ข้านึกว่า พวกHighelf นั้น มีความเกียรติ ในเรื่องของการ ตรงต่อเวลา และความรับผิดชอบ เสียอีก” Garitthos พูดด้วยน้ำเสียง ดูถูกอย่างยิ่ง “มันช่วยไม่ได้นี้ ท่านGaritthos ถ้าไม่ได้ รับการช่วยเหลือของพวก Nigh…..” Kael พูดยังไม่ทันจบ “ข้าไม่อยากฟังการ ผจญภัยอันแสนจะน่าสมเพศ นั้นของ ท่านหรอก อย่าลืม ว่าท่าน มาท่านนี้เพื่อ ช่วย พวกมนุษย์ ตามที่เขียนไว้ในจดหมายมอบตัว ดังนั้น จึงหมายความว่า ท่านอยู่ในคำสั่งของข้า เท่านั้น ท่านเข้าใจไหม” Garitthos พูดด้วยเสียง ดูถูก อีกครั้งหนึ่ง “ข้าเข้าใจแล้ว”Kael กัดฟันพูด “เอาละ มาเข้าเรื่องของเราต่อ ตอนนี้พวก Undead กำลังจะมา โจมตี Daralan พวกกองกำลังชุดแรก จะมาทาง ทิศใต้ของ ป่าSilverpine ข้าจะนำ กองทัพ ไปเพียงครึ่งเดียว และดักรอ บนภูเขา...” Garitthos พูด เมื่อ Keal ได้ยินดังนั้น จึงคิดว่า พวกตนจะได้ ออกรบกับกองกำลังอีกครึ่งอย่างแน่นอน “พวกทหารของข้าพร้อมแล้ว ท่านอยากให้เราไปร่วมกับกองทัพของท่านอีกครึ่ง เมื่อไหร่ละ” “กองกำลังอีกครึ่งของข้า จะไป ตอนนี้ เลย ส่วน พวกท่าน คอยฟังข่าวอยู่ที่นี้ มีข่าวลือ แจ้งมาว่า กองกำลัง ที่สอง และ ที่ตั้งค่ายกลาง ของพวก Undead อยู่ ทางทิศ เหนือไม่ไกลจากที่นี้นัก ข้าอยากให้ พวกท่าน ป้องกัน และ ซ่อมบำรุง หอคอยส่องทางไกล เพื่อ เราจะได้รุ้ว่า เป็นจริง หรือเปล่า” Garitthos พูด อย่าง วางก้าม “แต่ ท่าน Garitthos พวกเราเป็นนักรบเช่นเดียวกับท่าน ทำไม....” Keal ยังไม่ทันพูดจบ “เจ้า ได้รับคำสั่ง ตามที่ข้าบอกแล้วนี้ ท่านชาย ข้าเชื่อ ว่าหูอันยาวใหญ่ ของพวก Elf นั้น ได้ยินทุกคำที่ข้าพูดชัดเจน ใช่ไหม?” Garitthos พูดอย่างกวนบาทา แล้ว ก็นำกองกำลัง มุ่งไปทางใต้
“ไอ้พวกมนุษย์ หยิ่งยโส ถ้าข้าไม่ได้ ต้องการการช่วยเหลือนะข้า จะ....... พูดแล้วอารมณ์ เสีย พวกเจ้า รีบ ๆ จัดการ เร็ว ๆ เลย”Keal พูด อย่างหงุดหงิด
เมื่อ หอคอยส่งทางไกล ซ่อม เสร็จแล้ว Keal จึงเห็นว่า มี แหล่งแร่ ที่เกาะ ตรง ข้าม กับฝั่งตน Keal กำลังเรือเพื่อข้าม แม่น้ำ แต่เมื่อมาถึง ท่าเรือ ก็พบว่า มีพวก Undead ได้ โจมตี ท่าเรือนั้นไปแล้ว “บ้า จริง แล้วข้าจะข้ามแม่น้ำนี้ได้อย่างไรกัน” Keal กำลัง คิดอย่างหนักอยู่ ขณะนั้นเอง ใน แม่น้ำ มีสิ่งมีชีวิต ขึ้นมา จากน้ำ Keal รู้ทันทีว่า เป็นใคร “Naga พวกแก เป็นลูกน้องของ ปีศาจ lllidan ขณะที่ ทหารของเขา เตรียมพร้อมสู่ รบ Lady Vashj ก็ พูดขึ้นว่า “ใจเย็น ๆ ก่อนเจ้าชาย พวกข้ามาอย่างสันติ ข้าคิดว่า ท่านกำลัง ต้องการอะไรบางอย่างอยู่” “ข้า ไม่ต้องการอะไรจากเจ้า นางแม่มด” Keal พูด อย่างไว้ท่า “งั้นเหรอ ข้าคงเข้าใจผิดสินะ ข้าคิดว่า ท่านกำลังต้องการ เรือซักลำ เพื่อข้ามไปเกาะนั้น เพื่อจัดการ ซ่อมหอคอยส่องทางไกล อันที่ 2 ซะอีก” Vashj พูดอย่างแกล้งตกใจ “พวกท่านจะ ให้ ข้า ยืมเรือ ฟรี งั้น รึ ท่านต้องการอะไร กันแน่ ท่านหญิง แล้ว ข้าจะไว้ใจเจ้าได้อย่างไร” Keal ถามเสียงเบาลง “ข้า คิดว่า พวกเรากับท่าน ก็ เกิดมาในเผ่าพันธ์ คล้าย ๆกัน สู้กับพวก Undead เหมือนกัน ข้าเลยคิดว่า การให้ท่านยืมเรือนี้ เป็น แค่ การสานสัมพันธ์ ที่ดีต่อกันเท่านั้นเอง” Vashj พูด “งั้น ..... ตกลง ข้ายอม รับความสัมพันธ์ ของท่าน และเรือ ด้วย”
เมื่อ Keal ได้เรือมาแล้ว ก็จัดการ ตั้ง ค่าย และ ซ่อม หอส่องทางไกล ทั้ง 2 อัน จนสำเร็จ ทันเวลา ที่ Garitthos กลับมา จาก ทิศใต้ “นี้ ข้าซ่อมหอทั้ง 3 หอตามที่ท่านต้องการแล้ว และข้า เห็นพวก......” “ข้าไม่สนใจเรื่องนั้นหรอก ข้าเพิ่ง ได้ยินข่าวลับ ๆ มาว่า เจ้า รับการช่วยเหลือ อะไรเนี่ยแหละ จากพวก Naga สัตว์เลื้อยคลานนั้นน่ะ หรือ” Garitthos ขัดจังหวะการพูดของ Keal “ใช่แล้ว ท่าน พวกนั้น ช่วยข้า ข้าม แม่น้ำ มา ข้าคิดว่าพวกเราน่าจะ ร่วมมือ.....” “ข้าขอบอกไว้ หลายอย่างเลยนะ ท่านเจ้าชายน้อย หนึ่งพวกเลื้อยคลาน นั้น ก็เป็นศัตรู เหมือน ๆ กับพวก Undead นั้นแหละ ซึ่งข้าไม่มีวัน ร่วมมงร่วมมืออะไรเด็ดขาด สอง ได้โปรด สถานะตัวเองด้วยว่า กำลัง ทำงานอยู่กับใคร ใช่แล้ว มนุษย์ นั้นเอง เพราะฉะนั้น เจ้าต้องฟังคำข้าอย่างเดียวเท่านั้น ตอนนี้ ข้า ต้องกลับไป ที่ กองทัพ แล้ว เจ้าคอยอยู่ที่นี้ และ รอฟัง คำสั่ง ต่อไป ข้าจะทิ้งทหารไว้กับเจ้า ซักกองหนึ่ง” Garitthos พูดเสร็จก็ รีบควบม้า ไปทางทิศใต้ ต่อ Keal มอง ตามหลัง Garitthosอย่างเจ็บแค้น ยิ่งนัก

Charpter human 2 A Dark Covenant
ในเวลาต่อมา กองทหารของ Keal กำลังรอ คำสั่งมาใหม่จาก Garitthos Keal ได้ ใช้หอคอยส่องทางไกล ไปพลาง ๆ เห็น ที่ตั้งค่าย Undead ขนาดไม่ใหญ่มากนัก จึงคิดว่า จะใช้ พวกกองทหารส่วนหนึ่งของ Garitthos มาช่วยโจมตี
ใน ขณะนั้น คนส่งสาร ของ Garitthos ได้มาที่หอคอยแห่งนี้ และ ได้แจ้งข่าว กับKeal ว่า “สวัสดีเจ้าชาย ข้านำข่าวมาจาก ท่าน Garitthos ว่า จากการที่ท่านได้ซ่อม หอคอยทั้งหมดแล้ว ท่าน Garitthos เห็นว่า มีพวก Undead กำลัง ตั้งค่าย เพื่อโจมตี Daralan ท่าน Garitthos มีคำสั่งให้ พวกท่าน โจมตีพวกมันก่อน ที่มันจะเข้า ไปที่เมืองใหญ่” “ฟังดู น่าสนใจขึ้นมาหน่อย น่าสนุกดีนะ ข้าจะได้ ใช้พลังของข้าจริง ๆ ซักที”Keal พูดอย่างดีใจ แต่ก็ ถูกขัดจังหวะ ลงซะก่อน “ข้าไม่คิดว่าจะง่ายอย่างนั้น นะ คือว่า ท่าน Garitthos ต้องการให้ ทหารแนวหน้า กองหนุน และพลปืนใหญ่ ไปรายงานตัวที่ กองกำลังแถวหน้าเดียวนี้ พูดง่าย ก็คือ ท่าน Garitthos ขอกองกำลังทหารของท่านที่อยู่ที่นี้ กลับไปรายงานตัวทั้งหมด พวกเจ้า ไปได้แล้ว!” คนส่งสารพูดหมดแล้ว Keal ถึงกับตกใจมาก จึงเถียงกลับไปว่า “ถ้าไม่มีทหารพวกนี้ เป็นไปไม่ได้เลยนะที่ พวกข้า จะปะทะ กับพวก Undead ตามลำพัง Garitthos คิดอะไรอยู่กันเนี่ย” “ท่าน Garitthos เชื่อใน ฝีมือ และทักษะ ของ พวกท่าน......” คนส่งสาร เก็บอาการหัวเราะอย่างยากลำบาก ขณะพูด แล้วรีบ เดินจากไป “ไอ้เจ้าพมนุษย์ Garitthos ข้าชักจะเริ่ม เกลียดเจ้ามากกว่าเดิมเสียแล้ว”
ในเวลาต่อมา พวก ทัพ Undead ได้ นำกองกำลัง บุกมา ที่ ตั้งค่ายเล็ก ๆ ของ Bloodelf ทั้ง 4 แห่ง ถูกทำลายลงอย่างรวดเร็ว พวกที่เหลือรอดอยู่ ก็ ไม่สามารถ ต่อกรได้ แต่ โชค ดีที่ ว่า พวกUndead ไม่มีทางข้าม มาโจมตี ที่เกาะแห่งนี้ได้ “แต่ก็อีกไม่นานนักหรอก” Keal พูดกับตนเอง ขณะที่กำลัง คิดหาทางสู้อยู่นั้น Vashj ได้ ปรากฏตัวขึ้น พร้อมกับ ทหารราบ และ ทหารนายพล กับพวกจอมเวทย์ ขึ้นมา พูดคุยกับ Keal “สวัสดีอีกครั้ง Keal พวกข้า จะมาช่วยพวกท่านต่อสู้กับพวก ปีศาจพวกนี้” Vashj พูดขึ้น Kealดีใจมากจึงรีบตอบกลับไปว่า “โอ้ ท่านหญิง ท่านช่างวิเศษ นัก” แต่ก็คิดได้ว่า Garitthos คงไม่พอใจเป็นแน่ จึง พูดต่อไป ว่า “ ข้าเกรงว่า จะรับการช่วยเหลือของท่านไม่ได้ Garitthos ไม่ชอบพวกท่านเท่าไหร่นักถ้ามาเห็นเข้า” “ข้าไม่เห็นเขานี้ นา ตอนนี้น่ะ เจ้ายอมให้พวกหมนุษย์ โง่นั้น มาทำให้ เจ้ากลัวอย่างนั้นเหรอ” Vashj ถาม เมื่อ คิดได้แล้ว ว่า คงไม่เป็นไรหรอก มั้ง แปปเดียวเท่านั้น จึง ยอมรับการช่วยเหลือ ของ Vashj
หลายชั่วโมง ต่อมา พวก Undead ได้ถูกปราบ ลงจนหมดสิ้น ด้วย การรวมพลังของ Keal และ Vashj เมื่อ เสร็จงาน Keal ได้ของคุณ Vashj อย่างมาก “ขอบคุณมาก สำหรับการช่วยเหลือของท่านหญิง ชัยชนะครั้งนี้ไม่อาจจะได้มาได้โดยไม่มีพวกท่าน แต่ข้าเกิดสังหรณ์ใจ เล็ก ๆ ว่า จะต้องมีปัญหาเกิดขึ้นในภายหลังแน่นอน” Keal พูดด้วยเสียงเบา “พวกมนุษย์พวกนั้น ไม่มีทางเชื่อใจพวกเราอย่างแน่นอน” Vashj บอก “ข้า ก็คิดเช่นนั้น ในตอนแรกก่อน ที่จะให้พวกมนุษย์ช่วยเหลือข้า หลังจากที่ พวก Undead ทำลาย Qual Thlas บ้านเกิดของพวกข้าแล้ว พวกข้า รู้สึก.... พลัง....บางอย่างในพวกเรา หายหมดไป” Keal พูดอย่าง สับสน “อืม ข้าพอจัเข้าใจเรื่องของพวกเจ้า เล็กน้อยแล้ว ข้าว่า ถ้าพวกเจ้า ตามพวกข้า ไปเสาะแสวงหาสิ่งใหม่ ๆ บางทีอาจจะช่วยพวกเจ้าได้ ด้วย” Vashj พูด “อย่างเช่นพวกข้า พวก Naga นั้น ก็เคยถูกพลังของ Well of Eternity ทำให้กลายเป็นแบบนี้ ตอนนนี้ พวกข้า มีเวทมนต์ ตามที่พวกข้า รอคอยมานานแล้ว แล้วเจ้าละ เจ้าดูยังต้องการเวทมนตร์มากยิ่งขึ้น นะ” Vashj พูด “พวกข้า ไม่มีทาง ไปยุ่งกับ พลังของ Well of Eternity
อีกต่อไปแล้ว รวมถึง พลัง ของบ่อน้ำ Sun well ที่ถูกพวก Undead เปลี่ยนแปลง เป็น พลังความมืด หรอก พวกข้ารุ้ว่า เมื่อข้านั้น รับพลัง จาก Sunwell นั้นแล้ว พวกข้า จะต้อง ตายอย่างแน่นอน ข้าไม่ยอมรับเรื่องแบบนี้เด็ดขาด” Keal พูด อย่างหวาดกลัว “ข้าเข้าใจ ว่าเจ้า ด่วนตัดสินใจ เกินไป ข้าจะ.......” Vashj ยังไม่ทันพูดจบ กองกำลัง ของ Garitthos พร้อมกับกองกำลัง ทั้งหมด ได้ รีบ เดินทางทางมาเพื่อ มาพิสูจน์ ว่า พวก Blood Elf ร่วมมือกับพวก Naga จริงดังตามข่าวลือหรือไม่ “พวกท่านต้องหนี ไป เดียวนี้ ข้าไม่มี การรับประกันว่า พวกท่าน จะ ปลอดภัย ไป!” Keal พูดอย่างเร่งรีบ และ รีบไปที่ จุดนัดพบ Garitthos
แต่โชคร้าย ที่ทหารม้าคนหนึ่ง ของ Garitthos ได้ พบกับทหาร Naga ที่กำลัง หลบหนี อยู่ เมื่อ Garitthos เห็นดังนั้น จึง คิดจะใช้ พวก Naga เป็น ข้อหาก่อการกบฏ ของ พวกBloodElf เจ้าชายKeal ข้าคิดไว้ก่อนแล้ว ว่าพวกBloodElf ไร้บ้านอย่างพวกท่าน เลือกที่จะไม่ภักดี ต่อ Alliance และตอนนี้ ข้าก็มีหลักฐานคาหนังคาเขา เพียงพอที่จะ ประหาร พวก คนทรยศ ทั้งหมดนี้ ทหารของข้า จับพวกมัน” Garitthos สั่งอย่างสะใจ “เดียวก่อน ท่าน Garitthos มันเป็นความคิดของข้าเอง ปล่อยพวกที่เหลือไปเถอะ เพราะ.....” “เก็บลมปากของท่านไว้เถอะ เพราะท่านจะต้อง กรีดร้องตอนโดนประหารอย่างแน่นอน ข้าไม่น่าไว้ใจพวกต่างเผ่าพันธ์ เลย เชื่อถือไม่ได้ พวกเจ้านั้นน่ะ ทำอะไรอยู่ ข้าสั่งให้จับพวกมัน”

Logged

-[พ่อหมา]-
Trade Count: (0)
Mage
***
Offline Offline

Posts: 494
49.00 Mana

View Inventory
Send Money to -[พ่อหมา]-

"Lunifer"


« Reply #24 on: January 03, 2009, 04:23:18 pm »

Charpter human 3 The Dungeon of Daralan
สองวันต่อมา ที่คุกเวทมนตร์ใต้ดินเมืองDaralan เมืองที่เคยเฟื่องฟู ทางเวทมนตร์ ที่สุด ของ Alliance ตอนนี้ เหลือแต่ซาก ที่น่ากลัว คุกที่เคย ใช้เพื่อ ทดสอบพลัง และเรียนรู้เวทมนตร์ ของพวก Alliance ถูกฟังลงใต้ดินพร้อมกับ นักเวทฝึกหัดคนอื่น ๆ ทำให้ คุกแห่งนี้ ทำให้ไม่สามารถใช้ เวทมนตร์ ที่ไม่ ได้ระบุไว้ใน เวทมนตร์ของมนุษย์ ได้เลย (คือ ว่า ถ้าไม่ใช้พวก มนุษย์ร่ายก็ไม่เปิดจากข้างในได้อะคับ) ในที่แห่ง นี้ มี ศิษย์ เอกชื่อ Jailor Kassan ซึ่งเป็น นักรบผู้เรียนเวทมนตร์ จาก Kirin Tor อดีตผู้ปกครอง เมืองDaralan
ขณะที่ Keal กำลัง กลุ้มใจเรื่องที่ตนกำลัง จะถูกประหารอยู่นั้น Vashj ได้โผล่มาจากท่อระบาย น้ำ และใช้ ธนู ยิงประตู จนพัง(กันเวทได้กันอาวุธไม่ได้แฮะ) Keal รู้สึกดีใจมาก “ท่านพร้อมหรือยัง” Vashj ถามเรื่องขอเสนอ เมื่อหลายวันก่อน “ถ้าท่านตอบไม่ ข้าก็จะ ไปละ หรือว่า ตกลง ข้าจะช่วย ท่าน จากคุกสกปรก ๆ นี้” Vashj พูด Keal คิดอย่างหนักพลางพึมพำ “ออกไปจากที่นี้ไปหาพลังที่ไม่รุ้ว่าคืออะไร หรือปล่อยให้ พวกBloodElf กลุ่มสุดท้ายของเผ่าพันธ์ เน่าตายที่นี้ ข้าเลือกอย่างแรกดีกว่า”
Keal ตอบ “ดี งั้น ไปช่วย ผู้กองของท่านก่อนเถิด(Lieutenants) จะได้ นำทัพออกไปจากที่นี้ ก่อนจะมาถึง ประตู สุดท้าย Vashj พูดว่า “พวกเราจะต้อง ไปที่อีกที่หนึ่งอันไกลโพ้น ผ่าน ประตูมิติ ที่ นำBurning Legion มาที่โลกนี้” “ข้ารู้จักนี้ นา มัน ถูกเปิด โดย Kel Thuzad อยู่ที่ปลายทาง หลังประตู สุดท้าย นั้น รีบไปกันเถอะ” Keal พูด
แต่ ผู้ที่เฝ้า ประตู สุดท้ายนั้นคือ Jailor Kassan นั้นเอง “ท่านทำให้ พวก พ่อมดขายหน้ายิ่งนัก เหมือนที่ Kirin Tor พูด ยอมจำนนเสียโดยดี ท่านก้รู้ว่า พลังเวทมนตร์อันบกพร่องจากพ่อมดอย่างท่าน ทำอะไรข้าไม่ได้” “มันก็ไม่แน่ นักหรอก ถึงเวลา ที่ท่านต้องเลิกฟังคำสั่งของพ่อมดที่ตายไปแล้วนะ Jailor Kassan มันทำให้ ท่านดูโง่เง่า ที่ฟังเสียงคนตายแบบนี้ Lieutenants นำทัพ โจมตี ได้” Keal พูด เนื่องจาก ที่ Elf อายุยืนยาว ทำให้ มีเชลย ที่ถูกจับมาเมื่อหลายสิบปี โดยยังไม่ตาย ได้เยอะมาก พวกเขา ถูกใช้ เพื่อทดลอง เวทมนตร์ ให้พวกมนุษย์
ในที่สุด Jailor Kassan ถูก พิชิตได้ และ กองทหารของ Keal ก็ ได้ไปที่ประตูมิตินั้นหมดแล้ว “เอาละเจ้าชาย เราจะได้รู้กันว่า ดวงชะตา จะเป็นอย่างไรต่อจากนี้” Vashj พูด อย่างมีความหวัง

Charpter human 4 The Search of Lllidan
สามวันต่อมา ในดินแดนว่างเปล่าแห่งนี้ Keal เริ่มจะ ประสาทเสียกับการที่ต้องหา สิ่งที่ไม่คิดว่าจะอยู่ที่นี้ “ที่นี้ทำให้ข้า ประสาทเสีย เราเดินทัพมา 3 วันแล้ว นะ แต่ไม่มีสิ่งมีชีวิต ใดแม้แต่แมลงตัวเล็ก โผล่ออกมาเลย แต่ ทำไมข้ารู้สึกว่ามี อะไรบางอย่างอยุ่ข้างหน้านะ” Keal พูด “ก็ใช่น่ะสิ เราไม่ได้อยุ่ คนเดียวแล้วด้วย ดูนั้น สิ” เมื่อ ทั้งสองมองลงไป ก็พบกับ ที่ตั้งค่ายขนาดใหญ่ ของNighelf เรียกได้ว่า อาจจะตั้งมา นานมากแล้ว “nighelf พวกมันมาทำอะไรที่ นี้ นะ” Vashj พูดอย่างหัวเสีย “Maiev Shadowsong นางมาที่นี้ เพื่อจับกุมตัว lllidan ไป ลงโทษอย่างแน่นอน”Keal พูด “เจ้ารุ้ได้อย่างไร” Vashj ถาม “ดู ที่เนินทางด้าน โน่นสิ Maiev ได้ตัว lllidan ไปแล้ว และกำลัง พาตัวไปที่ ศุนย์บัยชาการ นั้น” Keal กล่าว “งั้นเราต้องรีบไปช่วย ท่าน อย่างเร็วที่สุด รีบ สร้างค่ายเร็วเข้า เราต้องจัดกองทัพ ไปเอา ตัวเจ้านายมา พวกเจ้า เร้ว ๆ เข้า” Vashj พูดอย่าง อารมเสีย ถ้า lllidan ถูกจับตัวไปได้ พวกNaga จะต้องอยู่ที่ นี้ตลอดกาล
หลังจากที่ ได้ กรง ที่ขัง lllidan มาแล้ว Maiev ได้ ปรากฏตัวขึ้น และกล่าวว่า “ข้าจะมอบความตายแก่ผู้ ที่ขัดขวางความยุติธรรม ไม่ว่า หน้า ไหนทั้งนั้น My Sentinel Attack!!” แต่สุดท้าย Maiev ก็ พ่ายแพ้จน ได้ (2ต่อ1ชนะก็แปลก ๆ อยู่นะ) พอ Vashj เปิดกรงขังได้แล้ว ทั้ง 3 คนก็รีบ หนี ไปจากที่นี้ ทิ้งไว้แต่ สิ่งก่อสร้าง เอาไว้ “มันน่าเจ็บใจนักเชียว พวกเจ้า กระจายกำลัง กันไป ค้นหาตัว พวกทรยศ นั้น” Maiev กระจายกำลังกันไป พวก lllidan ได้หนีไปทาง Black Citadel ตามแผนของ lllidan

Charpter human 4.5 Interlude lllidan’Task
หลังจากการช่วยเหลือ lllidan และหลบหนี nighelf มาแล้ว Vashj และ Keal กำลัง ฟังแผน การของlllidan
“เจ้ามาถูกทางแล้ว เจ้าชาย Keal ข้า เคยผ่านเหตุการณ์ นี้มาแล้ว เรียกว่า การกระหายพลังแห่งเวทมนต์” lllidan พูด “ท่านช่วยพวกข้าได้จริงตามที่ Vashj บอกหรือ ท่านรักษาเราได้จริง ๆ น่ะหรือ” Keal ถามอย่างมีความหวัง “มันไม่มีทางรักษาหรอก เจ้าชาย มีแต่จะยิ่งต้องการมากยิ่งขึ้น มาร่วมมือกับข้า สิ ข้าจำให้พลังอำนาจที่ท่าน ต้องการ ไม่สิ มากกว่าที่ท่านต้องการด้วยซ้ำ” lllidan พูด Keal และเหล่า Bloodelf คุกเข่า ลงรอบ ๆ lllidan และ พูดว่า “ตามที่ท่านต้องการ Lord lllidan ข้า และ เหล่า Bloodelf ผู้รับใช้ข้า ขอน้อมรับบัญชาของท่าน” “ลุกขึ้น Keal ข้าแต่งตั้งเจ้าเป็น มือขวา และ ผู้ติดตามของข้าอีก คนหนึ่ง” lllidan พูด “ท่านมีแผน อะไรหรือขอรับ เจ้านาย” Keal ถาม “อืม หลายเดือนก่อน หลังจาก ที่ Achimonde ได้ถูก กำจัดลงที่ ภูเขา Hyjal ข้าได้ พบกับ หัวหน้าทัพ Burning Legion ตน สุดท้าย นามว่า Kil’jaeden”
เมื่อหลายเดือนก่อน
“lllidan แกเคยภักดี ต่อ ทั้ง2ฝ่าย ทั้ง sentinel และ Burning Legion แต่ตอนนี้ แกได้เลือกแล้ว ว่าจะภักดี กับใครกันแน่ ตั้งแต่ แก เลือกใช้พลังจาก Skull of Gul’dan ข้า จะให้โอกาส เจ้า รับใช้ พวก ข้าอีก ครั้ง หนึ่ง” Kil’jaeden พูด “ท่านจะให้ข้า ทำอะไรหรือ ท่าน Kil’jaeden” lllidan ถาม “สิ่ง ที่ข้าสร้าง นามว่า Lich king ได้ ทรยศ ข้า มัน ได้ พยายาม ปิดบังตัวตนด้วยการ ผนึกตนเองไว้ แต่ ยังไงมันก็ปิดข้ามืดหรอก ข้า รู้ว่า มัน ได้ ผนึกตัวเอง ไว้ที่ Northland ใน Frozen Throne of Icecrown ทำลาย มัน!! แล้วข้า จะให้สิ่งที่ใจเจ้าปราถณา” Kil’jaeden สั่ง “ตกลง ข้าจะทำ ท่าน Kil’jaeden” lllidan รับคำสั่ง

“ที่ Daralan ข้าได้ ใช้ เป็นที่ทำงานลับ เพื่อ ใช้ พลังของ The Eye of Sageras เพื่ ลำลายน้ำแข็งที่ Northland ให้ Lich king จมลงไปใต้ น้ำแข็ง แต่ ก็อย่างที่เจ้า เห็น ข้า ล้มเหลว เพราะ พี่ชาย และ นังMaiev นั้น
เมื่อข้าล้มเหลว ข้าเลย การมาในที่แห่งนี้ เพื่อหลบพลังนาจของ Kil’jaeden
ก่อน อื่น แผนข้าคือ ผนึก ดินแดนนี้ ไม่ให้ Kil’jaeden เข้ามาได้”

Charpter human 5 Gates of The Abyss
สองวันต่อมา ที่ ดินแดน Outland แห่งนี้ lllidan,Keal,Vashj
ได้ เตรียมฐานทัพและ กำลังพล มาที่ ประตูมิติ ขนาดใหญ่ บานหนึ่ง
“เรามาทำอะไร ที่ประตูแห่งนี้หรือ เจ้านาย” Keal ถาม lllidan “แต่ก่อนนนั้น ดาวดวงนี้ ก็ เคยอุดมสมบูรณ์ เหมือนกับ ดินแดนอื่น ๆ นั้นแหล่ง แต่ วันหนึ่ง ก็ ได้เกิดการระเบิด ขึ้นครั้งใหญ่ ทำให้ดินแดนเป็นเช่นนี้ พวก Burning Legion ที่ได้มาที่ดินแดนแห่งนี้ ได้ ทำการ หนี ไปก่อนการระเบิดครั้งใหญ่ พวกมันผ่าน ประตูมิติ บานนี้ เพื่อ กลับไปยัง ดินแดนของพวกมันอันไกลโพ้น หลังจากการระเบิดแล้ว พวกมันก้มาใหม่ พร้อมกับนำพวก Orc มาที่แห่งนี้ด้วย พวกOrc เหล่านี้ ถูกปกครองโดย Pit lord นามว่า Magtheridon ซึ่งเป็น เหล่า Pit lord ที่มีผีมือ และ พลังกายอันแข็งแรง ยิ่งตอนนี้ มีพวก Orc อยู่ในการปกครองของพวกมันแล้ว กองทัพของเขานั้นก็ทรงพลังอำนาจยิ่งขึ้น” lllidan กล่าวอย่างละเอียด “ งั้นที่ท่านมาที่นี้ เพื่อ มาผนึกประตูมิติ ไม่ให้ Magtheridon เรียกกองกำลัง จาก ดินแดนของพวกมันมาที่นี้ อีก ใช่ไหม ท่าน” Keal พูด “ ใช่แล้ว ข้ามีหน้าที่ ให้พวกเจ้า เจ้าทั้งสองต้อง คอยคุ้มกันข้า ระหว่าง ที่ข้าร่ายเวทมนตร์ เพื่อ ปิดผนึกประตู ระหว่างนั้น พวกปีศาจ จะพรั่งพรูออกมาจากประตู เพื่อมาที่แห่งนี้ ข้าใช้เวลาไม่นานนักหรอก” lllidan กล่าว เมื่อปิดประตูบานแรกเสร็จสิ้น lllidan กล่าวว่า เอาละ ข้าว่า มันมีประตูอีกซัก 4 แห่ง พวกเจ้า คิดว่าจะคุ้มกันข้าไหว ไหม” lllidanถาม ไหวสิ ท่านแต่ หน่วยลาดตระเวณ ของข้าบอกว่า มีค่ายของพวก Orc นั้น อยู่ 2 ค่ายด้วยกัน และ ข้าคิดว่า มันรู้แล้วด้วยว่าเรา อยู่ที่นี้” Keal บอกกับ lllidan “Keal Vashj เตรียมกองกำลังอีกชุดหนึ่ง เราจะโจมตี ค่ายทางใต้ก่อน” lllidan สั่ง

ในเวลาต่อมา เมื่อ กองทัพที่จะโจมตีค่ายทางใต้ ของ Orc พร้อมแล้ว นะหว่างทาง ทั้ง 3 ได้พบกับ เผ่าที่แปลกประหลาด กำลังต่อสู้กับพวก Orc ทางใต้ “สวัสดี ท่านผู้เฒ่า ข้าชื่อ llidan และนี้ คือ กองทัพของข้า ในเมื่อ เรามีจุดประสงค์เดียวกัน ในการทำลายพวก Orc แล้ว เราน่าจะร่วมมือกัน ท่านว่าอย่างไร” lllidan พูดกับ หัวหน้าของเผ่านี้ “ข้าชื่อ Akama เป็นผู้อาวุโสที่สุดของ เผ่านี้ ท่าน จะช่วยพวกเราแน่หรือ ...... ตกลงข้ายอมรับข้อเสนอ นั้น” Akama ตอบ

อีกหลายชั่วโมงต่อมา lllidan ได้ ปิดประตูมิติ หมดลงทั้ง 4 ด้าน ขณะเดียว กัน Akama ก็ คอยโจมตี ค่ายใหญ่เพื่อก่อกวน ไม่ให้ พวก Orc รู้ว่า lllidan กำลังผนึกประตู
Logged

-[พ่อหมา]-
Trade Count: (0)
Mage
***
Offline Offline

Posts: 494
49.00 Mana

View Inventory
Send Money to -[พ่อหมา]-

"Lunifer"


« Reply #25 on: January 03, 2009, 04:24:50 pm »

Charpter human 6 Lord of Outland
หลายวันต่อมา llldan Vashj Keal ได้มาถึง Black Citddel ซึ่ง เป็นที่อยู่ของ Magtheridon Lord of Outland

หลายวันก่อนที่ llldan Vashj Keal จะมาถึง Black Citadel Orc หน่วยลาดตระเวณ ได้มาแจ้งข่าวให้ Magtheridon ทราบแล้วว่า มีพวกต่างมิติมารุกรานแผ่นดินของตน และมันก็แข็งแรง มากด้วย Orc พูด “ศัตรูที่รุกราน เรานั้น ได้วางแผนที่จะ ยึดครองปราสาทแห่งนี้ ท่าน Magtheridon” เมื่อ Magtheridon ได้ยินดังนั้น จึงโกรธมาก “เจ้าพวกเห็บหมัดพวกนี้ ร้ายมากนัก ข้าชักรำคาญพวกมันแล้ว ให้พวกมัน บุกเข้ามา แล้วข้า เจ้าแห่ง Outland จะสำแดงพลังให้พวกมันประจักษ์แก่สายตา”

“Magtheridon ได้ทรงพลังอำนาจมากหลายปีแล้ว และถึงแม้มันจะเคย มีพลังมากมายมาก่อน แต่หลังจากที่ไม่ได้ออกกำลังมาหลายปี ข้าเชื่อว่า มันต้องอ่อนแอ บ้างละ” lllidan พูด
“นี้จะเป็นศึกที่ยิ่งใหญ่ยิ่งนัก ท่านlllidan จ้าวแห่งกองทัพปีศาจ สู้กับพวกเรา
พวกBlood Elf พร้อมสู้อย่างเต็มความสามารถเพื่อบดขยี้พวกผี ให้กระจุย” Keal พูด
ขณะนั้น ทหารBloodelf ได้พยายามฝ่าป้อมปืนของ Magtheridon แต่ด้วยพลังที่ไม่สมบูรณ์ ของBloodelf นั้น ทำให้ ทหารตายทันทีที่พบกับพลังของปีศาจ “ข้าปลื้มยิ่งนักที่ คนของเจ้าและเจ้ากระตือรือล้นและกล้าหาญมากในสถานการณ์เช่นนี้ แต่ความกล้าไม่สามารถเอาชนะทุกสิ่งได้หรอกนะจะต้องมี....” ขณะนั้น Vashj ได้มาขัดจังหวะ และพูดว่า “ท่าน llidan ขออภัย แต่ว่ามีแขกของเรามารอพบท่านอยู่ค่ะ” Vashj พูดพร้อมกับนำ lllidan ไปหา Akama “พวกเราชาว Draenei ได้สู่กับพวกปีศาจพวกนี้ มาหลายรุ่นต่อรุ่นแล้ว ถ้านี้ เป็นการบุกครั้งสุดท้ายละก็ ข้าจะขอร่วมรบด้วยเพื่อ จบสงครามระหว่างเผ่าพันธุ์ข้าซักที ขณะนี้ พวกเราเป็นของท่านแล้ว ท่านllidan” Akamaพูด “ดีมาก ข้าสัญญาว่า ท่านจะได้แก้แค้นอย่างแน่นอน และ หลังจากพระอาทิตย์ ตกดิน เราจะร่วมฉลองกับความสำเร็จ นี้ Vashj ไปเตรียมพลทางน้ำเพื่อจัดการ ผู้เก็บกุญแจ คนหนึ่ง ข้ากับKeal จะไปจัดการผู้เก็บกุญแจ คนที่สองเพื่อ เปิดประตู ไปต่อสู้กับ Magtheridon”
หลายชั่วโมงต่อมา กองทัพของ llidan ก็ได้ชนะ กองทัพของ Magtheridon ในขณะที่ Magtheridonกำลังจะใกล้ตาย ก็ได้เพ้อ ออกมา ว่า “โอ้ ท่านเป็นใครหรือ ท่านเป็นผู้มาทดสอบพลังขอข้าใช่หรือไม่ ท่านเป็น ลูกน้องของ Sageras ที่มาทดสอบข้าใช่ไหม” “5 5 5 5 Magtheridon ไอ้ผีโบราณ ซากเดนของพวก Burning Legion ข้าคือ ผู้มา แทนที่แก จากนี้ ไป กองทัพของ แก และOutland แห่งนี้ เป็นของข้า” llidan พูดจบก็ ใช้ดาบฆ่า Magtheridon
หลังจากนั้น พวก Orc ก็ได้สับสน ในการตายของ Magtheridon เจ้านายที่ตนรับใช้มานานหลายปี llidan ได้ขึ้นไปยืนบนบัลลังค์ ซึ่งเคยเป็นของ Magtheridon และตะโกน ก้อง ว่า “ฟังให้ดี พวกปัญญาทึบ ทั้งหลาย ไม่ต้องตกใจไป ข้าคือนายคนใหม่ของพวกเจ้า llidan ผู้ยิ่งใหญ่” “llidan จงเจริญ ๆๆๆๆๆ” พวกOrc ได้พูดพร้อมกันเป็นการยอมรับเจ้านายคนใหม่

Charpter human Final Kil’jaeden’s Command
ต่อมาไม่นานนัก มีกลุ่มควันสีแดงเพลิง พัดเข้ามาที่ ปราสาทBlack Citadel llidan รู้ว่า เกิดอะไรขึ้น จึงได้ไปยืนที่ดาดฟ้าของ ปราสาท พลางก้มหัวให้ต่ำ ที่สุด Vashj ก็ทำตามด้วย “นั้นมันกลุ่มควันอะไรน่ะVashj มีอะไรเกิดขึ้น” Keal ถาม “ก้มหัวไว้ และอย่าพูดอะไรทั้งนั้น หายนะ ที่แท้จริงกำลังเข้ามา” Vashj พูดด้วยความกลัว “ไอ้โง่ พวกไร้สมอง เจ้าทำงานข้าล้มเหลว แล้วยังคิดจะหนีข้างั้นหรือ บอกเหตุผลมาซิ ว่าทำไมข้ายังไม่ควรฆ่าเจ้าตอนนี” Kil’jaeden พูดอย่างโกรธ “มิใช่เลยท่านผู้ยิ่งใหญ่ ข้ามาที่แห่งนี้ มิใช่เพื่อหนี แต่เพื่อมารวบรวมกองกำลังเพิ่มต่างหาก เพื่อ การทำลาย Lich King ตามที่ข้าเคยสัญญาไว้” llidan ก้มหน้าพูดแก้ตัวอย่างรวดเร็ว “เช่นนั้นหรือ” Kil’jaeden พูดพลางมองไปข้างหลัง llidan เห็นVashj หัวหน้าNaga Keal หัวหน้า Bloodelf จึงได้ให้โอกาสสุดท้าย “ งั้นข้าเชื่อ เจ้า ข้าเห็นแล้วว่า เจ้ารวบรวมกำลังพลได้ มาบ้าง ข้าให้ โอกาส สุดท้าย กับแก llidan ทำลาย Lich king ไม่งั้น ก็ เจ้าจะถูกทำลายแทน” Kil’jaeden พูดเสร็จก็หายตัวไป พร้อมกับหมอกควัน
Llidan พูดอย่างหมดหวัง “ข้าคิดว่าจะหลบพ้นแล้วเชียว ข้าคิด.... พวกเจ้า ..... พร้อมที่จะเผชิญชะตะกรรมร่วมกันกับข้า ไหม” llidan พูด กับ Vashj และ Keal “ท่านเป็นผู้ช่วยพวกเราขึ้นมาบนผิวโลก พวกNaga ขอถวายชีวิตแด่ท่านในทุก ๆ อย่างที่ท่านทำ ไม่ว่าท่านจะอยู่ไหน เราจะตามไป” Vashj พูด “และในฐานะเจ้าชายแห่งBloodelf พวกข้าสวามิภักดิ์แก่ท่าน llidan เพื่อการทำลาย Lich King และจะต่อต้านพวกUndead ให้หมดไปจากแผ่นดินนี้”
End Chapter of Human
Logged

-[พ่อหมา]-
Trade Count: (0)
Mage
***
Offline Offline

Posts: 494
49.00 Mana

View Inventory
Send Money to -[พ่อหมา]-

"Lunifer"


« Reply #26 on: January 03, 2009, 04:26:26 pm »

Charpter Undead 1 King Athas
ในเมืองหลวง ของเมือง ๆ หนึ่ง ที่ล่มสลายเหลือแต่ซากปรักหักพัง ของ ดินแดนที่เคยเรียกว่า Lordaeron เหล่าสุนัขรับใช้ของ Lord Archimonde
นามว่า Dreadlord ทั้ง 3 ตนนั้น กำลังรอคอยการกลับมาของเจ้านาย โดนไม่ทราบถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่ ภูเขา Hyjai “นี้มันหลายเดือนแล้วนะ หลังจากคำสั่งสุดท้านของ ท่าน Archimonde ทำไมท่านไม่ติดตาออะไรมาเลย ข้าเบื่อที่จะต้องนั่นรอ โดยไม่ได้ฆ่า คนมาหลายเดือนแล้ว” Dreadlord นาม Detheroc น้องคนกลาง พูด “คำสั่ง สุดท้าย ที่พวกเราได้ยินจากท่าน Archimonde คือให้ ปกครองดูแลดินแดน Lordaeron เอ้ย ไม่ใช่สิ ข้าหลงอยู่เรื่อย ดินแดน นามว่า Plagueland แห่งนี้ ชั่วคราวเพื่อรวมรวบกำลังพล ปีศาจ เพื่อ รอฟังคำสั่ง จากท่าน Archimonde ต่อไป” Balnazzar ที่เป็นพี่คนโตบอก “ถูกต้อง แล้ว แต่มันก็นานเกินไปสำหรับการดูแลชั่วคราวนี้ ข้าว่า ควรจะมีคำสั่งอะไรลงมาซะที” Varimathras น้องคนเล็กเห็นด้วยกับพี่ทั้ง 2
ถัดออกไป ไม่กี่ ร้อยเมตร Lich Kel’Thuzad , Dark ranger Sylvnas Windrunner ได้สังเกตุการ เงียบ ๆ “พวก Burning Legion ถูก เอาชนะ ที่ ภูเขา Hyjai ไปตั้งหลายเดือนแล้วนี้ ทำไมพวกนั้น ไม่รู้เรื่องละ” Sylvnas ถาม “มันอธิบายยากแฮะ ข้าก็ไม่รู้เหมือนกัน แต่เร็ว ๆ นี้ พวกมัน จะไม่ได้ ปกครองดินแดนแห่งนี้แล้วละ ข้าว่า” Kel’Thuzad พูด “อะไรนะ ท่านหมายถึงใคร ที่จะมาปกครองแทน.....” Sylvnas พูดยังไม่จบ ก็ มีเสียง ดาบฟาดประตู ที่อยู่ ของ Dreadlord อย่างแรง จนประตูพัง Arthas ได้ ขี่โครงกระดูกม้า เข้ามา ที่แห่งนี้ “สวัสดี Dreadlord ทั้ง 3 ขอบใจนะที่ดูแล ดินแดนของข้า ให้ตอนที่ข้าไม่อยู่ ตอนนี้ ข้าไม่ต้องการ ใครมายุ่งกับดินแดนของข้า อีกแล้ว เชิญออกไปได้” Arthas พูดด้วยน้ำเสียงแข็งกร้าว “เจ้าชาย Arthas” Varimathras พูดอย่างตกใจ ทั้ง 3 ดูตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แต่พี่ชายคนโต Balnazzar ตั้งสติได้ก่อน และ ตะโกน อย่างวางอำนาจ “ ดินแดนนี้เป็นของะพวกข้า มนุษย์ รวมทั้ง กองทัพ Scourge ก็เป็นของ Legion ด้วย เจ้าต่างหากที่ควรไป” “โอ้ งั้นหรือ ข่าว ล่าสุดเลยนะเนี่ย จะบอกอะไรให้ พวกแก เจ้านาย หน้าโง่ของพวกแก โดนกำจัดออกไปจาก โลก นี้แล้ว ไม่มีเหตุผลที่พวกแก จะอยู่ต่อ ข้าว่า ที่พวกแก กบดานที่นี้ก็เพื่อ รอฟังคำสั่งโง่ ๆ จากผี Archimonde ละสิ เสียเวลาข้าจริง ๆ ออกไปได้แล้ว” Arthas สั่ง
“ไม่มีวัน ซะหรอก ข้าไม่เชื่อ เจ้า” Detheroc พูด แล้วทั้ง 3 ก็หายตัวไป
“ข้ารู้ว่าท่านต้องกลับมา เจ้าชาย” Kel’Thuzad พูด
“ข้าต้องกลับมา Lich ต่อจากนี้ไป เจ้าต้องเรียกข้าใหม่ ข้าคิด กษัตริย์ ไม่ใช่ เจ้าชายอีกต่อไปแล้ว” Arthas พูด “ตอนนี้ ข้าต้องจัดการ เมืองใหม่ แล้วละ ข้า ไม่ต้องการเห็นพวกมนุษย์ อาศัยอีกต่อไปแล้ว”Arthas พูด “แต่ ท่าน พวกมนุษย์ กำลังจะอพยพ ออกไปจากหมู่บ้านนี้อยู่แล้ว” Kel’Thuzad พูด “นั้นมันช้าเกินไป ข้าต้องการ ฆ่าพวกมันทั้งหมด เพื่อนำดวงวิญญาณ ไปเป็นเครื่องบูชา ของ Ner’zhul”
หลังจาก ทำลาย หมู่บ้านไปได้ ครึ่งหนึ่ง Arthas รู้สึกเจ็บ หน้าอก แบบรุนแรงมาก จนเกือบทำให้ตกม้า “อ้ากกกก มันเจ็บเหลือเกิน เกิดอะไรขึ้นกับข้าเนี่ย” Arthas พูด “เวลาใกล้จะหมดแล้ว Arthas ของข้า พลังของเจ้า กำลังหมดไป” Lich king ที่ Northland ส่งกระแสจิต มาที่ Arthas
Kel’Thuzad เห็นท จึงถามว่า ต้องการอะไรไหม ให้เรียก กำลังเสริม หรือไม่ “ไม่ต้อง เรื่องเล็กแค่นี้ ข้าจัดการเองได้” Arthas พูด โดยไม่ได้สนใจ คำพูดของ Lich King เมื่อครู่นี้
เมื่อการล่ามนุษย์เสร็จสิ้น ความเจ็บปวดก็มาอีก คราวนี้ เสียงของLich King ดังกว่าเดิม “นี้ข้าเอง Licj King เจ้าต้องกลับมาที่ Northland เดียวนี้ มีอะไรบางอย่างกำลังมาทำลายข้า ด่วน” “King Arthas ท่านดู ไม่ดีนัก” Kel’Thuzad พูด “พาข้าไปที่เมืองก่อน แล้วค่อยพูด เรื่องนี้กัน” Arthas พูด

Charpter Undead 2 The Flight from Lordaeron
ในเช้าวันรุ่งขึ้น Arthas และลูกน้องคนสำคัญ Kel’Thuzad ได้พูดคุยกันเรื่องเสียง ในหัวของ Arthas ที่เป็นเสียงของLich King ในเมืองเล็ก
“มันจะแย่ลงกว่านี้อีกหรือ เจ้าชาย” Kel’Thuzad ถาม “ใช่ Lich พลังของข้าถูกลดลง หลังจากการที่ข้าไปเอาดาบFrostmoune เล่มนี้มาจากNorthland ข้าต้องกลับไป ที่Northland เพื่อคืนดาบแก่Lich king ตอนนี้ข้าไร้พลังในการควบคุมเหล่า Undead ไปเกือบหมดแล้ว อย่าว่าแต่เอาดาบไปคืนเลย” Arthas พูด”ข้าจะช่วยท่านเอง ... เจ้า ไปที่ท่าเรือ เตรียมกองเรือพร้อมกับทหารจำนวนหนึ่ง ไปรอข้าที่ท่าเรือ” Kel’Thuzad สั่งNecromancer ที่เป็นลูกน้อง
หลายชั่วโมงต่อมา Arthas เตรียมออกเดินทาง ขณะที่ กำลังเดินออกมาจากเมือง Detheroc ได้ล่อเจ้าชายไปที่กับดักของตน “สวัสดี เจ้าชาย ท่านจะไม่ได้ไปไหนทั้งนั้นแหละ ข้าจะฆ่าเจ้าทิ้งเสียแต่ตรงนี้” “กล้ามากนักนะ ข้าจะจัดการเจ้า” เมื่อ Arthas เข้าไปในห้อง ๆ หนึ่ง Dreadlord ได้ล็อคห้องและ ใข้พวกผีดิบ โจมตีเจ้าชาย “พวกมันมีมากเหลือเกิน เจ้าชายข้า หลบหนีไป ข้าจะหาทางอื่น เอง เจอกันที่ ท่าเรือ” Kel’Thuzad พูด “ได้ Lich ข้าจะตามไป”
หลังจากนั้น Arthas ได้ฆ่าพวกทหารหมดแล้ว ก็ หาทางออกไปจากกับดักนี้ พวกDreadlord วางแผนมาอย่างดี คอยจัดเส้นทางให้ Arthas ถูกลอบโจมตี และพยายามฆ่าพวกที่ ยังภักดี ต่อArthas แถมยังส่งพวกทหารกระดูกดักโจมตีเรื่อย ๆ
เมื่อ Arthas ไปทางประตูใหญ่ของเมือง ก็พบสัตว์ประหลาดที่Dreadlord ได้จัดการสร้างขึ้นมาใหม่ มันก็เป็นแค่ ทหารAbomination แต่เมื่อDreadlordเปลี่ยนแปลงมัน มันมีขนาดใหญ่ขึ้น พลังชีวิตมากมาย “เจ้าชาย.....ไม่ ....หนี ....ได้ .....ฆ่า... กิน....ดูดเลือด.....”
หลังจากนั้นเจ้าชายArthas ก็เอาชนะได้ แต่ก็ต้องเสียกำลังพลที่ภักดี ไปหมด และเมื่อ ออกมานอกเมือง ก็มี Abomination ขนาดปกติ 4ตัว รอดักโจมตี เป็นแผนกันพลาดของDreadlord “ข้ารับมือพวกนี้ไม่หมดแน่ ข้าทำจะทำอย่างไรดี” ในขณะนั้น ปีศาจสาวBanshee ก็มาช่วยเหลือ Arthas “เร็วเข้า พี่น้อง ปกป้อง พระราชา” เมื่อ Banshee ฆ่าทหารหมดแล้ว Arthas จึงขอบคุณและถาม “ขอบใจมาก คุณผู้หญิง แต่ไหนละนายหญิงของท่าน Sylvanas อยู่ไหน” “เธอส่งพวกข้ามา เจ้าค่ะ พวกข้ามาพาท่านไปที่ท่าเรือ ต้องข้ามแม่น้ำ ถึงจะเร็วที่สุด” Arthasหลงเชื่อจึงตามไป
Logged

-[พ่อหมา]-
Trade Count: (0)
Mage
***
Offline Offline

Posts: 494
49.00 Mana

View Inventory
Send Money to -[พ่อหมา]-

"Lunifer"


« Reply #27 on: January 03, 2009, 04:27:02 pm »

Charpter Undead 2.5 Interlude Sylvanas’ Farewell
ซักพัก เมื่อ ออกนอกทางมาไกลพอสมควร Banshee ส่งสัญญาน ให้พวกของเธอ พร้อมกับพูดกับเจ้าชาย “เราจะพักกันที่นี้สักครู่เจ้าค่ะ ท่านราชา แล้วเราจะค่อยพาท่านไปที่ท่าเรือ” “อะไรนะ เราพักไม่ได้นะ ข้าไม่ได้เป็นอะไรซักหน่อย เราต้องไปที่ท่าเรือ Kel’Thuzad ….. อ๊ากกก” Arthas ปวดหัวอีกแล้ว และคราวนี้ เสียงของLich king ชัดเจน “เจ้ากำลังจะไปอยู่อีกฝ่ายหนึ่งหรือไง มากับข้าสิ” และในเวลาเดียวกัน กองทหารที่Banshee พามา ต่างล้มตายด้วยเวทมนต์ของBanshee “เกิดบ้าอะไรขึ้นเนี่ย” Arthas พูด Sylvanas ได้ยิง ธนูพิษ ที่ทำให้เป็นอัมพาตชั่วคราวมาที่Arthas “เจ้ามาถูกทางแล้วละ เจ้าชาย ได้เวลากรีดร้องกันซักหน่อย” Sylvanas พูด
“เจ้าคนทรษศ แกทำอะไรกับร่างกายข้า” Arthas ถาม “โอ้ ไม่น่าต้องตกใจมากเลย นี้เป็น ลูกธนูอาบยาพิษ ทำให้เป็นอัมพาต และข้าทำมาเพื่อท่านโดยเฉพาะ” Sylvanas ตอบ “ทำไมไม่ฆ่าข้าซะเลยละ มีโอกาสแล้วนี้”
Arthas “ฆ่าตอนนี้เหรอ มันก็ไม่สนุกน่ะสิ ข้าอยากทรมานเจ้ามากกว่า ให้เจ้ารู้ว่าความตายนั้น เป็นเรื่องเล็กน้อยมาก” Sylvanas พูด
ในขณะนั้น Kel’Thuzad ก็ได้ปรากฏตัวขึ้นมา และนำจอมเวทมนต์มาด้วย “ถอยไป นางปีศาจ ท่านจะตายไม่ได้นะ Arthas” จอมเวทของ Kel’Thuzad ได้ขับไล่ Banshee Sylvanas เห็นท่าไม่ดี จึงรีบหนีไป และตะโกนกลับมา อย่างโกรธแค้นมาก ๆ “มันยังไม่จบน่ะ ไอ้Arthas ข้าจะไม่มีวันหยุดล่าตัวแก” Sylvanas
อีกสักพักต่อมา Arthas ได้มาถึงที่ท่าเรือ ซึ่งเตรียมพร้อมจะ Northland “ท่านเป็น ... เพื่อนที่ดีต่อ ข้ามากนัก Kel ระหว่างนี้ ข้าจะให้ ท่านคอยรักษาการ เมืองของข้าให้ หน่อยจะได้ไหม” Arthas พูด
“นับเป็นหน้าที่ใหญ่ยิ่งนัก ข้ากลัวว่าจะ....” Kel’Thuzad พูด “อย่าขัดคำสั่งข้า จงทำตามนั้นถ้าอะไร รู้นะว่าข้าอยู่ที่ไหน” Arthas พูดเสร็จ แล้วก็ลงเรือไป

Charpter Undead 3 The Dark Lady
สองวัน หลังจาก การลอบฆ่าArthasไม่สำเร็จ Sylvanas กำลังคิดหาทางอื่นเพื่อ อิสรภาพ ของเธอ ผู้ซึ่ง ถูก คำสาบของ ดาบFrostmoune ทำให้วิญญาณไม่ไปสู่สุคติได้
ในค่ายแห่งใหม่ ของ Sylvanas ซึ่ง Sylvanasกำลังเครียด และอารมณ์เสียอย่างมาก Banshee นางหนึ่ง จึงได้เข้าไปถามว่า “ดูท่าท่านจะมีเรื่องไม่สบาย ใจนัก นายหญิง” “แล้วมันน่าสบายใจตรงไหนกันละ เกือบ แล้ว ... ข้าเกือบจะได้ฆ่าเขาด้วยน้ำมือของข้าแล้วเชียว ทำไม ๆ Kel’Thuzad ต้องมาขัดจังหวะข้า ข้าเกือบได้รับอิสระแล้วเชียว ฮึ่ม ...ชิ น่าเจ็บใจนัก” Sylvanasร่ายยาวใส่ Banshee “เอ่อ นายหญิงค่ะ ....คืออย่าหาว่าข้า งั้นงี้เลยนะ ข้าคิดว่า ..... เอ่อ ท่านน่าจะดีใจไม่ใช่หรือที่ยังมีชีวิตอยู่” Banshee พูดอย่างกล้าๆกลัว ๆ “ดีใจหรือ ข้าจะดีใจในคำสาบนี้ งั้นหรือ ข้า และพวกเจ้า ล้วนเป็น วิญญาณ ที่ถูกรบกวน จนกลายมาเป็นเช่นนี้ ยังไม่มีร่างกาย เช่นพวกเจ้า ความตายครั้งก่อนนั้น พรากทุกอย่างไปจากข้า ความมีเกียตริ ที่ได้ตายอย่างนักรบ ข้าสาบาน ข้าจะฆ่า เขา Arthas” Sylvanas ประกาศก้อง
ในขณะนั้น ได้มี ประตูมิติ ขนาดใหญ่เกิดขึ้นกลาง ค่าย และ ผู้ที่เดินออกมา คือ Varimathras “สวัสดี ท่านหญิง ข้าและเหล่า พี่น้องของข้า ต่างก็มีความต้องการ อย่างเดียวกันคือการฆ่า Arthas งั้นเราควรมาร่วมมือกัน เพื่อไปถึงจุดนั้น ข้ามาที่นี้เพื่อรับตัวท่านและ พี่น้องBanshee ของท่านไปยังค่ายใหญ่ของพี่ชายข้า เพื่อรับคำสั่งต่อไป ท่านตกลงหรือไม่” Sylvanas ผู้ซึ่ง กำลังขาดสติ จากความแค้น Arthas เมื่อครู่ พูดหักหน้าDreadlord ว่า “ข้าสนใจแต่เรื่องArthas เท่านั้น ไม่มีอะไรอื่น ข้าไม่อยาก ไปอยู่กับพวกปีศาจ โง่เง่า หรือ กลุ่มพิทักษ์บ้าบอ ของท่านหรอก กลับไป ไม่งั้นข้า จะทำให้มั่นใจว่า ท่านไม่มีวันกลับไปปเจอหน้าพี่ชายน่าเกลียด ๆ ของเจ้า ข้าเป็นทาสมานานพอแล้ว ข้าจะไม่ก้มหัวให้ใครอีก” “ห๋า... ว่าไงนะ ทำไม ท่าน ..... อ๋อ เอายังงี้หรือ นางแม่มด ข้าอุตส่าห์เดินทางมา เพื่อ มาช่วยเหลือท่าน แต่ท่านทำแบบนี้กับข้า ได้ เลย ข้าจะไป....” “ ฟ้องพี่ชาย ที่แสนดีของแกน่ะหรือ เอาสิ ร้องไห้ ดี ๆ นะ พี่เขาจะได้สงสาร” Sylvanas ด่าอีกชุดนึง “พอกันที ข้าจะฆ่าเจ้าเสียแต่ตอนนี้ กับ พวกแม่มดของเจ้า” Dreadlord พูดจบก็ กลับเข้าไปในประตูมิติ และหายไป “โอ้ นายหญิง ท่านทำอะไร ลงไป เราไม่มีกำลังพอจะสู่กับ กองทัพ ของDreadlord ได้หรอก ยิ่งถ้า มันไปบอก พวกพี่ของมันจะ.....” Banshee พูดด้วยความกลัว “กลัวอะไร พี่น้องข้า เวทมนต์ของเจ้าน่ะ ช่างร้ายกาจนัก ลองสู้กับมันซักตั้ง ข้าจะไม่ยอม ให้ปีศาจ ตัวเล็ก ๆ นี้มา ขวางแผนการ ใหญ่ข้าหรอก”
หลายนาทีต่อมา Dreadlord ได้ส่ง Necromancer และ Abomination มาทำลายค่ายของ Sylvanas แต่ก็ถูก เวทมนต์ของ Banshee เปลี่ยนพวก Abomination มาเป็นพวก แล้วหมอผี ก็โดน ฆ่าตายจนหมด
หลายชั่วโมงต่อมา เมื่อ Sylvanas ได้กองกำลังพล พอโจมตีกลับ ไป
แต่ก็ยังไม่สามารถเข้าถึงฐานใหญ่ได้ ระหว่างกำลัง ถอยทัพ Sylvanas เห็น พวก เผ่าTroll Orc กลุ่ม Bandit “พวกนี้น่าจะ ช่วยเราได้มากนะ ท่านว่าไง” Banshee ถาม “ฉลาดมาก งั้นเราต้องหาตัวหัวหน้าของพวกมัน และ ล้างสมองด้วย เวทมนต์ของBanshee” Sylvanas พูดและนำทัพไป ล้างสมองพวก Orcก่อน หัวหน้าออกนาม Mug’thol พูด “ข้า Mug’thol ข้าสู้ ....พวก .....อ่อน แอ... สบาย” “ข้าไม่งั้นคิดงั้นนะ” Sylvanas พูด “เอาเลยพี่น้อง ข้า จัดการ” “Possession” “รู้สึก ดีขึ้นไหม Mug’thol” Sylvanas ถาม “พวกOrc รับใช้......ผีน่า.....รัก....ตัวอื่น....ก็เช่นกัน..” “อืม ดีจังที่ได้ยิน” Sylvanasพูดและ ไปล้างสมอง กลุ่มBandit เนื่องจากเป็น มนุษย์ จึงได้พูดคุยกันก่อน สู้ “จะยอมตอนนี้ไหม ท่านหัวหน้า หรือว่า จะขัดขืน แต่ยังไง ข้าก็ยังจะได้เจ้ามาเป็นลูกน้องข้าอยู่ดี” “อย่าหวังเลย นังแม่มดดำ” นั้นเป็นเสียงสุดท้ายก่อนถูกล้างสมองของหัวหน้าBamdit “เอาละ ตอนนี้เจ้าทำงานให้ใคร” Sylvanas ถาม “ข้ารับใช้นายหญิงแสนน่ารักนาม Sylvanas กลุ่ม Bandit ก็เช่นกัน” “โอ้ กลุ่มนักฆ่า ของข้า อืม น่าสนใจ” Sylvanas พูด
ในเวลาต่อมา Sylvanas และกลุ่ม ทหารที่ได้ล้างสมองมา ได้ จัดการถล่ม ค่าย ของ Varimathras ราบเป็นหน้ากลอง และได้ ต้อน Varimathras จนมุม “โอ้ อย่าเลย ท่านหญิงผู้เมตตา ข้าขอร้องท่าน ข้า ... ข้าขอน้อมรับใช้ท่าน ข้าสาบาน” Varimathras พูด “อืม เจ้ายอมขายพี่น้องของเจ้าเพื่อ มารับใช้ข้างั้นหรือ น่าสนใจ... พูดต่อไปสิ” Sylvanas
“ข้า...ข้ารุ้ว่า พี่ชายข้า มีแผนอะไร และค่ายของพวกเขาอยุ่ไหน ข้าจะช่วยท่าน กำจัดเขา” Varimathras พูด “ข้าเชื่อเจ้า สำหรับตอนนี้ อย่าเล่นตุกติก นะ ข้าสามารถเก็บเจ้าได้ด้วยธนูดอกเดียว เท่านั้น”
Logged

-[พ่อหมา]-
Trade Count: (0)
Mage
***
Offline Offline

Posts: 494
49.00 Mana

View Inventory
Send Money to -[พ่อหมา]-

"Lunifer"


« Reply #28 on: January 03, 2009, 04:28:23 pm »

Charpter Undead 4 Return to Northland
สามสัปดาห์อันโหดร้ายสำหรับการเดินทางไป Northland เพื่อไปปกป้องLich King Arthas ได้เสียลูกน้องไปเป็นจำนวนมาก ทั้ง เสบียงที่จมหายไปกับทะเล และกองทัพบิน ก็ได้หายไปกับพายุลูกยักษ์ ตอนนี้ เหลือเรือเพียงไม่กี่ลำเท่านั้น ที่รอดมาได้ เมื่อมาถึง ชายฝั่งทางใต้ ของNorthland ดินแดนแห่งน้ำแข็ง Arthas ก็พบปัญหา “เจ้านาย กองเสบียงเราหายไปหมดแล้ว และ ทรัพยากรที่เราเอามาก็ ใกล้จะหมด เราต้องหา เหมืองแร่ เพื่อเติมเสบียงขอรับ” พ่อมดรายงานให้ เจ้าชายทราบ “ข้ารู้แล้ว ข้ากำลังคิดอยู่ พวกเจ้า ตรวจตราบริเวณนี้ ว่า พอมีอะไรให้ใช้ได้บ้าง” Arthas สั่ง
ในเวลาเดียวกัน มีทหารBloodelf ขี่เหยี่ยวมังกร (Dragonhawkแปลตรงตัว) 3นามบินข้ามทะเลมาทางนี้ เมื่อมาถึงกลุ่มของArthas จึงพูดว่า “สวัสดี เจ้าชาย พวกเราคือ Bloodelf ผู้สาบานตนจะ ทำลายล้างพวกผี ปีศาจ ทุกหนแห่ง เริ่มจาก ที่แห่ง นี้” “แผ่นดินนี้เป็นของ Scourge พวกเจ้าทำพลาด มากที่มาที่แห่งนี้ ที่แรก ฆ่าพวกมัน” Arthas สั่ง
“บุกเลย พี่น้องข้า ฆ่ามันในนามของ Ner’zhul” บุดคลลึกลับ มาพร้อมกับ Crypt Fiend ได้ใช้ ใยจับพวก ทหารเอล และ รุมฆ่าจนตาย “ขอบใจ มากท่าน ที่ช่วยข้า” Arthas พูด “ข้า ชื่อAnub’arak อดีตกษัตรย์ แห่ง เมือง Azjol-Nerubท่าน Lich king ให้ข้ามาช่วยท่านเหลือท่าน ไปยัง Ice Crown Glacier” “อืม เราไม่มีเวลา แนะนะตัว มากนักนะ ข้าต้องไปที่ Frosen Throne อย่างด่วนที่สุด”
อีก 15นาทีต่อมา เมื่อ กำลังจะตั้ง ค่าย ชั่วคราว ขึ้นเพื่อ สะสมเสเบียง “พวกเอลนี้ อ่อนแอยิ่งนัก มิน่าละ ข้าถึงได้ ทำลายเมืองของพวก มันอย่างง่ายดาย” Arthas พูด ในเวลาเดียวกันเจ้าชาย Keal’thas ลูกน้องของ llidan ได้ปรากฏตัวขึ้น และพูดว่า “ครั้งนี้ มันไม่แน่นักหรอก ท่าน ครั้งนี้ ข้า และลูกน้องได้รับการช่วยเหลือเต็มที่ จาก ท่าน lllidan เพื่อ กำจัด พวกผีน่าเกลียดเช่นท่าน” “llidan งั้นหรือ เขาเป็นคนวางแผน ในการมา Northland แห่งนี้ หรือ” “ใช่แล้ว ครั้งนี้ ท่านไปไหนไม่รอดหรอก และที่สำคัญ ยังไปหา เจ้านาย ของท่านไม่ทันอีกด้วย ....คิดซะว่า เป็นการชดใช้ กรรมเก่าที่ทำไว้ กับ เมืองของข้าก็แล้ว กันนะ เจ้าชาย 5 5 5” Keal พูดเสร็จ ก็ หายตัวกลับไป “มันพูดถูก ข้าไม่มีทางไปถึง Lich king แน่นอน ยิ่ง มีllidan เป็นตัว ต้นคิดแล้วด้วย ป่านนี้มันคงวางแผน ดักโจมตีข้า ตลอดระยะทาง ที่ไป Ice Crown Glacier เป็นแน่” Arthas พูดอย่างใช้ความคิด “ข้ามีอีกเส้นทางหนึ่ง ท่านราชา เป็นเส้นทางไปสู่เมืองใต้ดิน ซึ่งเคยเป็นเมืองของข้าเอง ข้าได้ วางกำลังเสริม ไว้แล้ว เผื่อว่า เส้นทางบนพื้นดิน ถูกขัดขวาง ข้าเห็น พวกเอล มาหลายสัปดาร์ แล้ว” Anub’arak พูด “ดีเลย ท่านนำ ทางเลย” Arthas พูด
ทางลัดที่จะไปนั้น ได้ถูก Naga และBloodelf ดักเอาไว้ Anub’arak จึงได้คิดหา กำลังเสริม “ท่านราชา มีมังกร โบราณ อาศัยอยู่ ในที่ แห่งนี้ ลือกันว่า มันมี ไอเท็ม วิเศษ บางทีมันอาจจะ ช่วยพวกเราในการ เดินทางได้” Arthas ได้นำทัพไปยัง รังของมังกรโบราณ “ท่าน กล้ามากนักนะ ที่มาที่รังข้า ข้าชื่อ Sapphrion มังกรผู้รับใช้ ท่าน Malygos ผู้ถักทอเวทมนตร์ เจ้าคือใคร บอกชื่อมา” Sapphrion พูด “ขอโทษด้วยที่ข้าเสียมารยาท แต่เราไม่มีเวลา พูดคุยเรื่องไร้สาระ หรอก ข้า มาสังหารท่าน เพื่อ เอาไอเท็มวิเศษ ที่ท่าน ครองมาหลาย ศตวรรษ แล้ว” Arthas พูดพร้อมกับ ชักดาบ Frostmoune ออกมา “โอ้ ช่างอวดดี นักนะ ข้าจะบอกให้ ไม่มีใคร มาที่รังของข้า แล้วพูดแบบนี้ รอดกลับไปได้ซักคนนึง” Sapphrion พูด พร้อมกับ โจมตี
หลายชั่วโมงต่อมา Sapphrion ได้ถูก ทำร้าย บาดแผล สาหัส ไม่สามารถบินได้อีก แต่ก็ ไม่มี ไอเท็มวิเศษ อะไร ออกมา Arthas จึง ได้ จัดการ ใช้ดาบFrostmoune เปลี่ยน ร่างใกล้ตายนั้น ให้เป็น พวกUndead (แบบเดียวกับ Sylvanas Windrunner)
ต่อมา Sapphrion ในร่างมังกร ผีดิบ ได้ ช่วยทำลายค่าย ทั้งสอง จนราบ และ Arthas ได้ไปถึง ทางเข้า เมือง โบราณ “ไม่มีอะไร รับประกัน ว่า ท่านจะปลอดภัยนะ ท่าราชา เมืองของข้า ถูกปิดมาหลายชั่วอายุ แล้ว แต่ มันเป็นทางที่เร็วที่สุด แน่ ๆ ละ” Anub’arak พูด

Charpter Undead 5 Dreadlord’Fall ในเวลาเดียวกับที่เจ้าชาย Arthas ได้ไปถึงชายฝั่ง Northland แล้ว Sylvanas ได้วางแผน ที่จะล้มล้างพลังอำนาจของ พวกDreadlord ด้วยความช่วยเหลือของน้องชายของพวกเขา Varimathras เมื่อ Varimathras นำมาถึง ทางเข้า ของค่ายใหญ่ของ Detheroc
“ทำดีมาก Varimathras ท่านนำข้ามาถึงค่ายใหญ่ของ พี่ชาย ท่าน แต่บอกข้าทีสิ พวกมนุษย์นั้นใครกัน” “นั้นเป็นความามารถในการสะกดจิตของพี่ ข้า เป้นการสะกดจิต ผู้นำของ พวกมนุษย์นั้น ข้าเชื่อ ว่า ชื่อ Garabon หรือ Gilithos ชื่อพวกมนุษย์ นี้ทำข้า สับสน เหลือเกิน” Varimathras ตอบ และพูดต่อ “แทนที่ จะ ใช้ ฐานตัวเอง ในการป้องกัน เขา ใช้พลังสะกดจิต ให้ พวกมนุษย์ เป็นเครื่องบังหน้าของเขา เพื่อ ว่า จะได้ไม่มีใครรู้ว่า ฐาน ทัพเขาอยุ่ที่ไหน และ อีกอย่างหนึ่งเพื่อ ให้ กองทัพของมนุษย์ เป็น ด่านแรก ในการ ตั้งรับการโจมตี ทุกรูปแบบจากศัตรู” “พี่ชายท่านฉลาดมากกว่าที่ข้าคิดไว้ซะอีก นะเนี่ย เขาคิดมาอย่างแยบยลมาก” Sylvanas พูด “ใช่ แล้ว และกองทัพ ผีBanshee อันเล็กน้อยของท่าน ไม่อาจต่อกร กับกองทัพมนุษย์ และ ของพี่ ข้าได้หรอก ทำแบบนั้น เหมือน ไปฆ่าตัวตายชัด ๆ .... ข้า พา เจ้ามา ที่ ค่ายของ พี่ข้าแล้วนี้ เอาละ เรารีบหนี ไปก่อนที่พี่ข้า....” Varimathras พูด อย่างกระสับกระส่าย “ไหน บอกว่า จะช่วย ข้า ฆ่า พี่ชายของท่านไง ละ Varimathras เนี่ยแหละ น้า คำพูดของ ปีศาจ เชื่อไม่ได้แม้แต่คำเดียว”
Sylvanas พูด พลาง เหนี่ยวธนู ไปที่หน้าผาก ของ Varimathras “โอ้ นายหญิง อย่าเพิ่ง ฆ่า ข้า ข้า .... ข้ายอมทำทุกอย่าง ที่ท่านต้องการ แล้วท่านมีแผน จะเข้าไปอย่างไรละ” Varimathras พูด อย่างกลัวตาย “โอ้ นิสัยเอาตัวรอด ของเข้า ช่าง ดี นัก เอาเถอะ ข้าฆ่าเจ้าเมื่อไหร่ก็ได้ แต่ตอนนี้ เจ้าต้องช่วยข้า ถล่ม ค่ายของ พี่เจ้า ให้สิ้นซาก” Sylvanas พูด พร้อมกับ นำ Varimathras ไปยังประตู ทางเข้าเมืองของ มนุษย์ “เปิดประตู ซิ ทหาร” “ครับ นายหญิง” Footman พูด และเปิดประตู “พี่น้องBansheeข้า ล้างสมอง พวก ทหารมนุษย์แล้ว ละ ทีนี้ก็เข้าไปได้แล้ว เจ้าคิด ว่า ข้าไม่ได้เตรียมอะไรไว้ ก่อนหรือไง Varimathras” “โอ้ ท่าน ฉลาดกว่า พี่ข้าซะอีก ท่านน่าจะมาร่วมมือ กับพวกข้าตั้งแต่แรกนะ....” “หุบ ปากและ เข้าไป ไอ้ปีศาจ อย่ามาประจบข้า เลย ข้าไม่หลงกล เจ้าหรอก” Sylvanas สั่ง
“เรามีเวลา อีกไม่มากก่อน พระอาทิตย์ขึ้น เราควร โจมตี อย่างรวดเร็ว เพราะช่วง นี้ พวกหองทัพมนุษย์ นอนหลับอยู่ นักรบของข้า บุก!!!!” Sylvanas สั่ง
เสียงระเบิด เสียงดาบ และเวทมนตร์มากมาย ดังจาก กองทัพมนุษย์ ด้านหน้า แต่ดูเหมือน ค่ายข้างหลังจะไม่ได้ยินอะไรเลย (หลับเป็นตาย)
เมื่อ พระอาทิตย์ ขึ้น พวก Sylvanas ได้ กลับไปที่ฐาน ของตัวเองแล้ว ทิ้งไว้ แต่ ค่ายด้านหน้าที่มี แต่ซากศพ และเปลว ไฟ
Detheroc ได้ตื่นมา พร้อมกับ พวกมนุษย์ พลางเห็น เมืองของ ตน แหว่ง ไป ส่วนหนึ่ง จึงรีบไปดู และพบ ทหารคนหนึ่ง จวนเจียนจะตาย เมื่อ Detheroc สอบถาม ทหาร จึงพูดว่า “มี ทัพ ลึกลับ นำโดย ผู้หญิง ชุดดำ และ แวมไพร์สีแดง อึกกก..อักกกก” และทหาร ก็สิ้นใจไป “ใคร กัน นะ มัน กล้าทำ กับ กองทัพข้า อืม ... หญิง ชุดดำ กับ แวมไพร์สีแดง.... ห๋า ต้องเป็น นังแม่มดเอลฟ์ กับ น้องชายข้า แน่ เลย โอ้ น้องชาย ข้าต้องโดน สะกดจิตแน่ ๆ เจ้า! หา ค่าย ของพวกมัน และช่วยน้องชายข้าด้วย” Detheroc สั่ง กับ หมอผี
จากการสำรวจ ก็พบ ว่า ตัวการ์กอย ที่ไปสำรวจ ที่ทางเหนือของเมือง ไม่กลับมา Detheroc จึงได้เตรียมกำลังพล ไปโจมตี
เมื่อมาถึงค่าย ของ Sylvanas ซึ่ง ได้เตรียมการ ตั้งรับไว้แล้ว หลังจาก ที่ฆ่า การ์กอย ของ Detheroc ไป “โอ้ น้องชาย ข้าตื่นสิ ตื่น นังแม่มด คลายมนตร์สะกด น้องข้า เดียวนี้นะ” Detheroc พูด “ข้าไม่ได้ โดน สะกดจิตอะไรทั้งนั้นแหละ ท่านพี่ Sylvanas เป็นหัวหน้า ที่ดี มาก มีความพยายามสูงส่ง มากกว่า พวก พี่ ๆ ข้าขอรับใช้ นาง ตลอด ไป” Varimathras พูด “.............”Detheroc มึนไปชั่วขณะ และ นำทัพ ของตนกลับไป พลางตะโกน มาว่า “ไอ้น้องชายตัวแสบ เมื่อเจ้าทำอย่างนี้กับข้า อย่าหาว่า ข้าไม่เตือน ละกัน ถอยทัพ”

หลัง จากนั้น กองทัพ ของ Detheroc มาอีก เป็นจำนวนมาก หลาย ขบวน แต่ ด้วย การใช้ กำลังพวกพวกมนุษย์ ทั้ง กองปืนที่สามารถยิงได้รวดเร็ว ของมนุษย์ และ พลปืนครก(mortar team) ได้ เข้า โจมตี ฐาน ทัพทั้ง ชั้นใน และชั้นนอกของ Detheroc จน ราบคาบ และ ได้ต้อน Detheroc ไปจนมุม “เจ้า ข้าไม่นึกว่า เจ้าจะ หักหลัง พวกข้า ข้าจะไปบอก Balnazzar เดียวนี้” Detheroc พูด พลางร่ายเวทเพื่อหลบหนี ฉึก!!! ลูกธนู ผ่านสายลม เจาะเข้ากับ กลางกะโหลก ของ Detheroc ตายอย่างอนารถ “พี่เจ้า คงไม่อ้อนวอนไว้ชีวิต เหมือนเจ้า ละสิ ข้ารู้” Sylvanas พูด
หลังจาก ที่ Detheroc ถูก สังหารแล้ว เวทมตร์ สะกดจิต ก็ได้คลายลงไปด้วย ท่าน Grand Marshal Garitthos ผู้ซึ่ง เป็น ผู้นำของพวกมนุษย์ รู้สึกตัว และพูดขึ้น “โอ้ เวทมตร์เสื่อมไปแล้ว ฝันร้ายของข้า สิ้นสุดลงแล้ว หรือ” Garitthos พูดอย่างเหนื่อยอ่อน จากการโดนควบคุม หลายเดือน เมื่อ Garitthos ได้ขี่ม้า ไปที่กลางเมือง ก็พบกับ Sylvanas และ Varimathras กับ Banshee 2-3 ตน “พวก Undead นี้ เตรียมตัว ทหาร” Garitthos สั่ง “ใจเย็นก่อน มนุษย์ ข้าไม่ได้มาต่อสู้ ข้ามาเจรจา ข้าเป็นคนทำลาย ปีศาจที่สะกดจิตท่านและกองทัพของท่าน เอง” Sylvanas พูด “งั้น เจ้าต้องการอะไร หรือ” Garitthos ถาม “ในเมื่อ เรามีศัตรูตัวเดียวกันที่จะต้องจัดการ ข้าก็เห็นว่า เราควรจะ ต้อง ร่วมมือกัน” Sylvanas พูดยังไม่จบ Garitthos พูดแทรกว่า “โอ้ ศัตรู อะไรของท่าน ข้าไม่มี แล้วนี้ หลังจากที่ ท่าน ฆ่า คนสะกดจิต ไปแล้ว” “งั้น ท่านคงไม่รู้สินะ อืม ดูท่า จะเป็น ท่านนายพลละสิ จะบอกอะไรให้ แผ่นดินนี้น่ะ กำลังล่มสลาย ไปกับ พวก Undead อื่น ๆ และ หัวใจสำคัญในการเปลี่ยนแปลงนี้ คือ Dreadlord Balnazzar ผู้ซึ่ง เข้าครองครองเมืองหลวง ของดินแดนนี้ ท่านอยาก อยู่ โดย มีพวกผีตามรังควาน หรือ จะกำจัดมันให้หมดไปแล้วท่านก็ครองดินแดนนี้แทนบะ” Sylvanas ยื่น ข้อเสนอ ที่ Garitthos ไม่อาจห้ามใจได้ “ โอ้ มัน ยึด ครองแผ่นดินนี้ น่ะเหรอ แล้ว ทำไมข้า จะต้องเชื่อเจ้า ด้วย เจ้ามันก็ Undead เหมื่อนกัน นั้นแหละ” “ข้าไม่ได้เป็นพวกมันหรอก ข้า มาที่นี้เพื่อ ทำธุระแค่นั้น เอง”Sylvanas ตอบ ด้วยความโลภ และกระหายอำนาจ และความมั่นใจ ที่ มากเกิน ไป ทำให้ Garitthos หลงกล “อืม งั้น ไปเจอข้า ที่ประตูฝั่งขวา ข้าจะรวบรวมกำลังพล แล้วตามไป”
แล้ว Garitthos ก็ กลับไปเตรียมกำลังพล
Varimathras รู้ทันจึงพูดหลังจาก Garitthos กลับไป ว่า “แน่ะ ข้ารุ้นะว่าเจ้าจะทำอะไร เจ้าไม่มีทางยกดินแดน นี้ให้ มันแน่ ๆ ใช่ไหมละ” “แน่นอน สิ เรื่องอะไร ข้าจะให้ มนุษย์ หน้าโง่ นั้นมาปกครองดินแดนนี้ละ พวกมนุษย์ แข็งแรง จะช่วยเราได้มาก” Sylvanas พูด
« Last Edit: January 03, 2009, 04:38:15 pm by "Lunifer"-[Programer]- » Logged

-[พ่อหมา]-
Trade Count: (0)
Mage
***
Offline Offline

Posts: 494
49.00 Mana

View Inventory
Send Money to -[พ่อหมา]-

"Lunifer"


« Reply #29 on: January 03, 2009, 04:28:58 pm »

Charpter Undead 6 New Power of Lordaeron
วันต่อมาหลังจากจัดการ Dreadlord คนกลาง Detheroc แล้ว
Sylvanas และ Varimathras พร้อมด้วย Garithos ได้ มาถึง เมืองหลวง ของดินแดนนี้ Plagueland และกำลังเตรียมการประชุม


ก่อนหน้านั้น หลังจาก Detheroc ถูก ฆ่า ไม่กี่ชั่วโมง Balnazzar พี่คนโต ได้ มาหา Detheroc เนื่องจาก ขาดการติดต่อ จาก Detheroc มาหลายชั่วโมง เมื่อ Balnazzar มาถึง ก็พบ ว่า ค่ายที่น้องชายตน เคยตั้งอยู่นั้น ได้ลุกเป็นไฟ และ มีสิ่งที่แสดงว่า มีการสู้รบกันอย่างรุนแรง ค่ายทั้งค่าย ถูกย้อมไปด้วยเลือดสีแดง จนหน้ากลัว เหล่า แมลงวัน และ หนอนต่างยินดี กับซากศพที่พวกตนได้มา Balnazzar ตกใจกับเหตุการนี้มาก จึงได้ ใช้พลังจิตตามหาน้องชาย แต่ก็ไม่เป็นผล จึงได้เดินอยู่ ในเมืองเป็นเวลานาน จน พบกับ หมอผี ตนหนึ่ง ได้ถูกลูกธนู ยิงเข้าที่ท้อง และกำลังจะตาย “เกิดอะไรขั้น กับค่ายแห่งนี้ น้องชายข้าละ Detheroc อยู่ไหน” Balnazzar พูด
“ท่านDreadlord มี...ผู้ทรยศขอรับ.... เป็น Slyvanas กับ Varimath….อั้ก.” แล้วหมอผี ก็สิ้นใจตาย “เจ้าว่าไง นะ นัง Sylvanas กับ น้องคนสุดท้องข้า งั้นหรือ” Balnazzar ตะคอกถาม ร่างไร้ วิญญาณ นั้น “ไอ้น้องทรยศ กับนังเอล หน้าโง่ มันจะต้องมาโจมตี ข้า แน่ ๆ” Balnazzar พูดจบก็ หายตัวกลับไป เตรียมการป้องกัน ที่ ฐาน แต่ ก่อน จะใช้เวทมนตร์ ก็ เห็นว่า กองทัพมนุษย์ นั้น ก็ หายไป ด้วย จึงได้คิดว่า พวกมัน ไม่ถูกสะกดจิตแล้ว จึง ได้ ใช้ พลังของตน เรียกกองทัพ จากจักวาลอันไกล โพ้นมา ป้องกัน ฐานของ ตน “Demon Gate 555 แม้แต่ พวก มนุษย์ ก็ไม่อาจจะ ต่อสู้ กับ ปีศาจ ที่กำลังจะมาจากประตูนี้ได้หรอก แต่ เพื่อให้แน่ ใจ กว่านั้น Balnazzar ได้ ส่ง Lich หลาย ๆ คนซึ่ง เป็นลูกน้อง ของ Balnazzar ไปทำการ ตั้งค่าย สำรวจ ว่าพวก Sylvanas จะมาตั้งค่ายที่ไหน พร้อมทั้ง ได้จับตัว พวกคนแคระ ไปขังไว้ ทางด้านเหนือ ของ ค่าย เพื่อเป็นเครื่องสังเวย แก่ Demon Gate


“เมืองหลวง มีการป้องกัน อย่างถึงที่สุด พี่ข้า ไม่ใช่คนโง่ เขาต้องรู้ว่า เจ้าฆ่า Detheroc ไปแล้ว จากที่ ข้าสำรวจ ภายในฐานด้วยพลังจิต ข้า เห็นเขา อันเชิญ Demon gate มาจาก อวกาศ เพื่อ ใช้ปี ศาจ จากนอกโลก มาป้องกันอีกชั้น หนึ่ง งานนี้ มีแต่ตายกับตาย นะท่านหญิง ” Varimathras พูด
“เอ้า เป็นอะไร ไปหรือ เจ้าปีศาจ กลัว งั้นรึ 555” Garithos เยาะเย้ย
“ระวัง ลิ้นของแกไว้ มันอาจไม่ได้ใช้งานอีก ไอ้มนุษย์หน้าหมา ข้าพูด ตามสถานการณ์ เท่านั้น แล้ว ถ้าเป็นแกจะ ทำยังไงไอ้.....” Varimathras พูด โต้ตอบ พลาง จะ ต่อสู้
“โอเค ท่าน ทั้งหลาย สงบสติอารมณ์ ไว้ ไปลงกับ Balnazzar เถอะ เอาละ ทำตามที่ตกลงกันไว้ Garithos เจ้า ไปตั้ง ค่ายทางด้านขวา ส่วนข้า กับ Varimathras จะอยู่ทางด้านซ้าย” Sylvanas สั่ง
“เดียวก่อน ข้า เห็น บางอย่างถูกกักขังไว้ทางเหนือ ของ ฝั่ง เจ้า Garithos เจ้าน่าจะไปดู ซักหน่อย” Varimathras พูด “ตกลง ข้า ไปละ”

หลังจากนั้น Garithos ได้ให้ หน่วยลาดตระเวณ ไปสืบดู ว่ามีใครถูกกักขังไว้ “ท่าน Garithos ข้า พบกับ กลุ่ม คนแคระ ที่หายไปจากกองทัพเราแล้ว ครับ พวกเขาถูกขังไว้ใน กำแพง หิน พวกนั้น” หน่วยลาดตระเวณ รายงาน “เอาละ เราต้องใช้ พวกมันเพื่องานนี้ ข้าจะนำทัพไปเอง” Garithos พูด และ ได้ ไปช่วยพวกคนแคระ สำเร็จ ยังไม่ทันที่ คนแคระจะแก้ตัว Garithos ได้ ต่อว่า ทันที “สนุกกันนักใช่ไหม พวก แก ไอ้คนแคระสมองเท่าถั่ว ข้าสั่งให้ ตามข้าไม่ใช่ ให้มา ปิคนิค นะ นี้มันเป็นสงคราม เอาละ ข้าจะลงโทษ เจ้าทีหลัง ตอนนี้ ย้ายก้นพวกแก กลับไปยัง ค่ายของข้าเดียว นี้”
เมื่อเห็นว่า เถียงไปก็ไม่ได้อะไร คนแคระ จึง ได้ ก้มหน้า เดินแถวกลับไปยัง ค่าย “ต้องจ่ายเงินเท่าไหร่ ข้าถึง จะได้ เตะก้นไอ้ผู้กอง ขี้เก็ก นี้ วะ” คนแคระ สบถ อยู่เงียบ ๆ
จากนั้น อีกไม่นาน กองทัพ Varimathras ได้ ส่ง ปีศาจ จาก Demongate มาโจมตี ค่ายของ Sylvanas และ Garithos แต่ ทั้งคู่ ก็ป้องกันไว้ได้ และ บุกโจมตี ค่ายเล็ก ๆ ซึ่งมีพวก Lich คุมก่อน เมื่อ Sylvanas กำจัดได้หมด ก็ พบกับ ร้านขายของเวทมนตร์ ของเมืองนี้ และ ได้ ซื้อ ของหลายอย่างทำให้ มีความสามารถมากขึ้น
และ แล้ว ก็ถึง เวลา บุกครั้งสุดท้าย Balnazzar ได้ เตรียมตัวยิ่งขึ้นไปอีก และเรียก ปีศาจ ออกมาเรื่อย ๆ “ครั้งสุดท้ายแล้ว พี่น้องข้า บุกมัน ฆ่า ทุก คนและทุกตัว เจอกัน ส่ง มันไปนรกให้หมด”Sylvanas ตะโกน และ บรรดา ปีศาจ ของเธอก็ โจมตี ทั้ง มังกร น้ำแข็ง กองทัพกระดูก Doom Guard
ส่วน ฝั่ง Garithos ก็ได้ ปล่อยมาหมดเช่น เดียวกัน ทั้ง รถถัง อัศวิน พลปืน ทหารปีนครก ต่างรุม Balnazzar จนถึงที่สุด
“ข้าในนาม หัวหน้าปีศาจ ขอพลัง จงอยู่ในมือข้า Finger of the Death!!!” เปรี้ยง!!!!! มังกรน้ำแข็งตัวหนึ่ง ตกลงมาจากฟ้าทันที
และเมื่อ Balnazzar เห็น Sylvanas จึง ได้ ร่ายเวทมนตร์อีกครั้ง
Sylvanas รู้ตัวอยู่ก่อนแล้ว จึงได้ หยิบ มีด Blink ออกมา
“Finger of The Death” “Blink” Sylvanas หลบสายฟ้าปีศาจได้ (สมมุติว่า ได้) และ มาโผล่ หน้า Balnazzar “ลาก่อน Balnazzar” ปัก!!! ลูกธนู แทงเข้าไปอย่างแรง ในกระโหลกของ จอมปีศาจ แต่ ก็ยังไม่สามารถ ปลิดชีพได้ Sylvanas จึงใช้โอกาส นี้ พิสูจน์ ความสื่อสัตย์ ของVarimathras “เอาละ Varimathras ข้า ขอให้ เจ้าพิสูจน์ความจงรักภักดี ต่อข้า ฆ่า พี่ชายเจ้า ซะ เดียวนี้” “เอ่อ ... ให้ข้าทำอย่างอื่น เพื่พิสูจน์ก็ได้ นะ เขาเป็นพี่ชายข้า ข้า....” Varimathras พูด
“ทำเดียวนี้ Dreadlord ไม่งั้นก็ ไปกับพี่ชายของเจ้า” Sylvanas พูดและ เหนี่ยว ลูกธนู มาที่ หัว Varimathras “แกไม่กล้าหรอก ไอ้น้องชาย” Varimathras ใช้ กรงเล็บ แทงเข้า ไปในตัวพี่ชาย “ม่ายยยยยยยยยยยย” Balnazzar สลายไปกับอากาศ
Garithos ผู้ดู อยู่ห่าง ๆ หลังจาก เห็นว่า ธุระเสร็จแล้ว จึง ได้ พูดว่า “เอาละ งานของเจ้าเรียบร้อยแล้ว เอาพวก ปีศาจ ออกไปจากเมืองข้าให้หมด ก่อนที่ข้าจะ .....”
“ฆ่า เขาด้วย”
“โอ้ จัดให้ Rain of fire”
“อ้ากกกก”
เมื่อ Garithos ตาย ก็เหลือ แต่ ศพ พวก Ghoul จึง ได้ กิน หมด เพื่อ ทำลายหลักฐาน
เอาละ เราได้ เมือง ของเราแล้ว ไม่ต้องเร่ร่อนอีกต่อไปแล้ว ข้าจะไดดำเนินการ ขั้นต่อไปซักที Varimathras เจ้าทำงานดีมาก ข้าจะให้เจ้าเป็น รองหัวหน้า ของเมืองนี้ คอย คุม พวกทหาร” “ยินดีมาก ท่านหญิง”

Charpter Undead 7 Part 1 Into The Shardow Web Caverns

ในวันเดียวกันกับที่ Sylvanas ได้เอาชนะพี่น้อง Dreadlord ทั้ง 3 ลงได้ เจ้าชาย Arthas และ Anub’arak ได้ เดินทางไปยัง Frost Thorne โดย ใช้เส้นทางลัด ซึ่ง ต้องลงไปในความมืดมิด ใต้พิ้นโลก สู่ ดินแดนที่หลับไหลมายามนาน นามว่า Azjol-Nerub

“ข้าเดินมา เป็นชั่วโมงแล้วนะ Anub’arak เมื่อไหร่ จะถึงซะทีละ ในเวลานี้ การป้องกันของ Lich King อ่อนกำลังลงไปตามพละกำลังของข้า” Arthas พูด
“ไม่นานนักหรอก ท่าน ก่อน มาที่ชายฝั่ง นั้น ข้าได้ แบ่งกองกำลังของข้า มาเฝ้า ทางเข้า เมืองโบราณ Azjol-Nerub นี้แล้ว” Anub’arak ตอบ
เมื่อมาถึงจุดหมาย ทางเข้า เมือง Azjol-Nerub Arthas สังเกตเห็นว่า ที่นี้เงียบมาก ๆ และไม่เห็น ลูกน้องของ Anub’arak ออกมาต้อนรับเลย
“ตกลงยังไงกันละ ไหนละลูกน้องของท่าน เป็นพวก Undead หรือ พวกอื่น ละ” Arthas ถาม “อืม ข้าก็ไม่แน่ใจ นั้นมันก็หลายเดือน แล้ว ที่ข้า ให้พวก ลูกน้องมาเฝ้าที่นี้ แต่ทำไมไม่มีใครออกมาเลยน่ะ” Anub’arak
ปัง!!!! เสียงปืน ดังออกมาจากพุ่มไม้ และคนแคระ ก็ปรากฏขึ้น “พวกข้าจัดการไปหมดแล้ว ไอ้พวกแมงมุม น่าสมเพช พวกข้า คอยเฝ้าดูเจ้ามาหลายอาทิตย์แล้ว Arthas” “ลูกน้องของ Muradin (ถ้าไม่ทราบ โปรด เล่น ภาคแรก ตอนที่Arthas ไปเอาดาบ) ข้าคิดว่า โดนสังหารหมดแล้ว” Arthas พูด “พวกข้า มาหลบ อาศัยอยู่ที่ โดยผู้นำใหม่ Baelgun เป็นคนนำมา ตั้งแต่ เจ้า ไม่กลับมาที่ ค่ายคราวนั้น พวกข้าต้องอยู่ ที่ดินแดน แห่งนี้ มาหลายเดือน แล้ว Baelgun และพวกข้า ต้อง อยู่อย่าง ทรมาน มามากแล้ว แต่ ครั้งนี้ พวกข้าจะให้เจ้าลำบากมั้งละ”
“เฮ้อ ข้าละเบื่อ พวกดิ้นรนเอาตัวรอดเสีย จริง Sapphrion ฆ่ามัน”
Arthas สั่งมังกรโบราณ ที่นำมาด้วย
หลังจาก พังประตู เข้าไปแล้ว “Sapphrion ข้าอยากจะพาเจ้าไปด้วยจริง ๆ แต่ ในเมือง ใต้ดินแห่ง นี้ ไม่มีที่พอสำหรับเจ้า ขอโทษด้วย” Arthas พูดจบ มังกร ก็บินลับ ไป
หลังจากเข้ามา แล้ว Anub’arak ได้นำทางไป ตลอด แต่ก็ถูก พวกคนแคระ ดักโจมตีตลอด จน มาถึง สะพานข้ามตลอง เพื่อ ไปยัง ห้องถัดไป “พวกมันมาแล้ว อย่าให้มันข้ามสะพานไปได้” พลปืนครก พูดและ นำไฟ ไปที่ถังน้ำมัน ที่วางสุมไว้ที่ตีนสะพาน “ไม่ นะ เจ้าจะ....” ตูม ๆๆๆๆๆๆ !!!!!! สะพาน ระเบิดและ ส่งเศษ ซาก สะพาน พร้อมกับคนแคระ ข้าม ห้องไป Baelgun ผู้เป็นหัวหน้า ตะโกน มา “นั้นสำหรับ Muradin แกอย่าหวังจะได้ข้ามสะพานมาเลย” “รีบเข้า ข้ารู้ทางดี มีทางอื่นอีก” Anub’arak พูดและนำ ไป แต่ทางอื่นนั้น ก็เจอกับ แมงมุม Nerubien โจมตี “เฮ้ นี้เป็นเผ่าพันเดียวกับ ท่าน ทำไมมันยัง โจมตี พวกข้าอีกละ” Arthas ถาม “อืม มีพวกเราหลายตัว ได้ตายใน สงคราม ของแมงมุม เมื่อหลาย ปีก่อน เพื่อไปรับใช้ Lich king แต่ยังไงก้ตาม พวกข้า ไม่เคยตาย พวกโง่นี้ ยังเชื่อว่า กำลังต่อสู้ อยู่ถึงจะผ่านมาหลายปีแล้ว” Anub’arak ตอบ และนำทางต่อ
ในที่สุด Anub’arak ก็นำทาง มาถึงทางตัน มีหินขนาดใหญ่ ทับถมอยู่ “โอ้ นี้เป็นทางตันนี้นา สงสัย ต้องไปทางอื่นแล้วละ” Arthas ตอบ .
“ไม่หรอก ถูกทางแล้ว ทางนี้เป็น ห้อง พระคลัง ของพวก Nerubien พวกข้า เก็บของมีค่าไว้ใน นี้ เป็นส่วนมาก” Anub’arak ตอบ “อืม งั้น เราก็น่าจะ นำอะไร ไปบ้าง เพื่อใช้ ใน เส้นทางข้างหน้า” Arthas พูด และหยิบ ลูกแก้วขึ้นมาดู “โอ้ นี้มันลูกแก้ว น้ำแข็งนี้ มีไม่กี่อันบน โลกหรอกนะเนี่ย”
“ตามสบาย ท่าน แค่เอา ติดไว้กับดาบ ของท่าน มันจะ ทำให้ศัตรู ช้าลง” Anub’arak อธิบายง่าย ๆ
ในขณะนั้น พวกคนแคระ ได้โผล่เข้ามา “สมบัติ พวกนี้ เป็นของ คนแคระนะ พวกเจ้าไม่สมควรเอามันไป” “สมบัติพวกนี้เป็นของ Lich King ตังหาก เจ้า เตี้ย และพวกข้าเป็น ลูกน้อง ของเขา เพราะฉะนั้น ข้าเอาไปได้” Arthas พูด และ ตวัดดาบไป ที่ คนแคระ ด้วยผลของ ลูกแก้ว ทำให้ ศัตรู เกิดอาการ เคลื่อนที่ ช้าลงอย่างมาก “โอ้ มันดีซะด้วยสิ ข้าเริ่มชอบมันแล้ว”
ในเวลาต่อมา เมื่อ มาถึง ประตูทางเข้า ห้องอีกชั้นหนึ่งซึ่งอยู่ลึกลงไปอีก และต้องใข้ กุญแจ ซึ่ง Baelgun ถือเอาไว้อยู่ “ข้าจำเจ้าได้ เจ้าชาย ปีศาจ ตอนนั้นข้ายังเป็นทหารอยู่เลย แต่ข้าก็จำเจ้าได้ ข้าให้เจ้าผ่านไปไม่ได้หรอก เนื่องจาก ที่เกิดแผ่นดินไหว ในช่วงนี้ ทำให้ สิ่งที่ สมควรหลับไหลอยู่ ตื่น ขึ้นมา เจ้าคงไม่อยากรู้หรอกใช่ไหม เจ้าชาย” “ข้าจะลองเสี่ยงดู เอาละ ส่งกุญแจมา แล้ว ข้า จะฆ่าเจ้าไม่ให้ทรมาน” .Arthas พูด “ไม่” นี้คือคำพูดสุดท้าย ก่อน ที่ดาบ Frostmoune จะ สัมผัสเข้ากับ เนื้อของ Baelgun เพียง ทีเดียวเท่านั้น Baelgun ล้มลงไปตายอย่างอนารถ “เอาละ ไปได้แล้ว” Arthas พูด พร้อมกับ Anub’arak ซึ่งทำหน้า ตกใจกับสิ่งที่ Baelgun เล่ามา

Charpter Undead 7 part 2 The Forgotten Ones
หลังจากทำลายล้างพวก คนแคระหมดแล้ว Arthas และ Anub’arak ได้ เดินทาง ต่อไป ในความมืด ลงลึกลงไปในอาณาจักร ใต้ดิน
Azjol-Nerub อันล้มสลาย หลังจาก สงคราม
“กลิ่น อะไรเนี่ย เหม็นชะมัด ที่นี้ถูกปิดตายจริงหรือเปล่า Anub’arak”
Arthas ถาม “ระวังตัวไว้ละกัน เจ้าชาย อะไรก็ตามที่ พวกคนแคระ เล่าให้ฟัง นั้นมันอยู่ ข้างล่างนี้ แหละ” Anub’arak เตือน
หลังจากที่ เดินกันต่อไป Arthas ก็ พบกัน เส้นทางตรง ที่นำไปอีกประตูหนึ่ง ทั้งทางซ้าย และขวานั้ น มี สิ่งก่อสร้าง ที่ ดูเหมือนจะใช้การไม่ได้ ตั้งอยู่ เป็นแถว ทหารที่ Arthas พามา ได้เดินนำไปก่อน และ ก็ พบว่า มีดน้ำแข็ง พุ่งออกมาจาก สิ่งก่อสร้างนั้น เป็น ร้อยเล่ม เข้าแทงร่างหทาร นั้น จนพรุน ทหาร ตัวนั้น สิ้นลม ทันที ที่โดย มีดน้ำแข็งเล่มแรกทิ่มแทง
“ระวัง Arthas ป้อมพวกนั้น ยิงมีดน้ำแข็งอันร้ายกาจ มาเพื่อต่อต้านผู้บุกรุก ทุกคนที่คิดจะเข้ามา ดินแดนแห่งนี้ มันต้องมี สวิชต์ สลับกลไล ให้มันหยุดซินะ ขอข้านึกก่อน” Anub’arak พูด “ข้าว่าข้าพอรู้แล้วนะ พวกเจ้า ทำลายหินกองนั้น Arthas พูด และชี้ ไปที่ก้อนหินทางฝั่งซ้ายมือ ของป้อม เมื่อทำลายแล้ว ก็ปรากฏสวิชต์ เปิดประตูระบายน้ำที่อยู่ข้างหลัง ของป้อม ทำให้ น้ำท่วมป้อมทางฝั่งซ้ายทั้งหมด จมลงไปใต้น้ำ “เอาละ หมดไปแถวนึงแล้ว ทางขวามือละ เมื่อมอง ไป ก็ไม่เห็นอะไรที่ ดเหมือนสวิชต์ แต่เห็นทางเดินเข้าไป ทางด้านหลัง ของป้อม เมื่อArthas เดินเข้าไป ก็พบกัน ทหารNerubien คอยเฝ้า สวิชต์อยู่ “ฆ่ามัน ทหาร” Arthas สั่ง และนำ โจมตี
หลังจากฆ่าพวกทหารแล้ว ปรากฏว่า ทหารที่นำมา เหลือแต่ crypt fiend
เมื่อ เดินผ่านประตู ต่อไปก็พบ กับ crypt fiend ตัวอื่น ถูกใยมัดไว้ รอเป็นอาหารมื่อต่อไป “ดูนั้น พี่น้อง ราชาที่ทอดทิ้งเราไป จัดการมัน” ทหาร Nerubien พูด “ใคร ข้าน่ะเหรอ” Arthas งุนงง “พวกเขาพูดถึงข้า เจ้าชาย พวกเขานึกว่า ข้าทิ้งพวกเขาไป ในสงครามครั้งก่อน พวกนี้ จะหยุดโจมตี ก็ต่อเมื่อ ได้ฆ่าสำเร็จ แล้ว” Anub’arak พูด เงียบ ๆ เมื่อ Arthas ช่วย crypt fiend ที่โดนมัดไว้ “ขอบคุณ ท่าน มีพวก ข้าที่ถูกจับไปเป็นอาหาร อีก ข้างใน นั้น ถ้าท่านช่วย พวกเขา ข้าจะ บอกให้เขารับใช้ ท่าน”

ขอผ่านตอน ที่เข้าไปในห้องไข่ และข้ามมาที่ ห้อง ที่มีหนวดเลยละกัน
« Last Edit: January 03, 2009, 04:32:33 pm by "Lunifer"-[Programer]- » Logged

-[พ่อหมา]-
Trade Count: (0)
Mage
***
Offline Offline

Posts: 494
49.00 Mana

View Inventory
Send Money to -[พ่อหมา]-

"Lunifer"


« Reply #30 on: January 03, 2009, 04:29:29 pm »

เมื่อ เดินต่อมา ก็พบ กับ เถาวัลย์ มีชีวิต กำลังรอคอยผู้โชคร้ายอยู่ “นั้นเถาวัล นั้น มันคืออะไร น่ะ” Arthas ถาม “พวกนั้น เป็นสิ่งที่ พวกคนแคระ เล่า ให้ฟัง ไงละเจ้า ชาย พวก Faceless One และ พวกเถาวัลนี้เป็นลูกน้อง ของมัน” Anub’arak ตอบ และ เข้าโจมตี ทันที
ต่อมา เมื่อ มาถึงประตู บานสุดท้าย “เอาละนี้ เป็นประตู สุดท้าย ซึ่ง จะนำไปสู่ ช่วงต่อไป ปึง!!! เมื่อประตู พัง ลง ภายในนั้น Anub’arak พบสิ่งที่ คิดว่าไม่น่าจะเจออีกตลอดไป Anub’arak ตัวแข็ง ปากขยับ เล็กน้อย ว่า “เป็นไป ....ไม่...ได้ ไม่จริงหรอก” “อะไร ไม่ เหรอ” Arthas ถามพลางมอง ไปที่ สัตว์ประหลาด ซึ่งมีตารอบทิศ ขนาดใหญ่ และ เปี่ยมไปด้วยเวทมนตร์ “ก็ไม่เห็น น่ากลัวอะไร นี้....” Arthas พูด ยังไม่ทันจบ เถาวัลย์ก็ งอกขึ้นมา รอบ ๆ กาย สัตว์ประหลาดนั้น พร้อมกับ เตรียมต้อนรับผู้มาเยือน
“โอ้ ข้าขอกลับคำพูด เอาละ มันชื่ออะไร Anub’arak” Arthas ถาม “นี้เป้นสิ่ง ที่ไม่ควรอยู่ บนดินแดนนี้อีกต่อไป มันควรถูกสะกดไว้ ชั่วกาล นาน นี้คือ The Forgotten One จงเตรียมตัว เจ้าชาย ศึกครั้ง นี้ ท่านไม่เคยเห็นที่ไหน แน่ ๆ”
“Frostmoune มอบพลังให้ข้าด้วย ย้ากกกกก” ฉับ !!!! Arthas โจมตีไปที่ตาข้างหนึ่งของ The Forgotten One มันร้องอย่างเจ็บปวด และพลาง ร่ายเวทมตร์ ตอบโต้ ตูม!!!!! crypt fiend ที่นำมา เป็นจำนวน มาก ถูก ไฟบรรลัยกัล พุ่งขึ้นมากจากใต้ ดิน ทำให้ crypt fiend สิ้นชีวิตไป ครึ่งโหล “เราต้อง จัดการตาทั้ง หมดนั้น เดียวนี้ เจ้าชาย อ้ากกก”
Anub’arak ร้อง อย่างเจ็บปวด เพราะ เถาวัล ที่ The Forgotten One เรียกขึ้นมานั้น ต่างรุม รัดแขนขา ทั้ง หมดของ Anub’arak “ฆ่ามันก่อนเจ้าชาย แล้วค่อยมาช่วยข้า” Anub’arak พูดอีก เมื่อเห็นเจ้าชายกำลัง วิ่งมาช่วย
เมื่อจัดการ Forgotten One ลงได้แล้ว กองทหารของArthas ได้ลม้ตายเป็นจำนวนมาก และ ยิ่ง เมื่อ Forgotten One ถูกโค่นลง พวก Faceless one ก็ต่างพากัน รุมล้อม เพื่อจะ ฆ่า ผู้ที่สังหาร “หนีเร็ว เจ้าชาย เรารับมือได้ไม่หมด หรอก เร็ว ขึ้นไป ที่ประตูนั้นแล้ว ล็อคมัน ซะ” Anub’arak พูด

Charpter Undead 7 part 3 Ascent to the Upper Kingdom
หลายชั่วโมงต่อมา Arthas และ Anub’arak ได้มาใกล้ถึงทางออกของอาณาจักรแห่งนี้ ซึ่งเป็นห้องของชนชั้นสูง อาศัยอยู่ด้วยกัน “อีกไกลไหมละเนี่ย Anub’arak เวลาของเราใกล้จะหมดแล้วนะ ทางออกอยู่อีกไกลไหม” Arthasถาม “ไม่ไกลแล้วละเจ้าชาย ที่นี้เป็นห้องของพวกชนชั้นสูง ในอาณาจักรนี้ ถ้าเราเดินไปตามทาง มันจะพาไปที่ทางออก เอง อย่างไรก็ตาม มันก็ยังมีกับดัก อยู่อีกมากมาย ” Anub’arak ตอบ ในขณะนั้น ได้เกิดแผ่นดินไหวขึ้นอย่างรุนแรงจนทำให้ ดินได้ถล่มลงมา ทั่วไปหมด “หาที่กำบัง!!!!” Arthas พูด และ ก็วิ่งหลบไป ที่อีกทางหนึ่ง แต่ โชคไม่ดีนัก เพราะว่า ดินที่ถล่มลงมานั้น ได้ปิดกั้น Arthas และ Anub’arak ไม่ให้เข้ากลุ่มได้ และเส้นทาง ที่Arthas มานั้น เป็นเส้นทางที่ไม่มีใครใช้ มานานมากแล้ว หรืออีกนัยนึงคือ กับดัก “โอ้ ไม่นะ พวกดิน ได้ถล่ม ปิดทางข้าหมด มันคงใช้เวลา นานมากที่จะขุด ออกให้หมด งั้นข้า ต้องเดินไปหากับดักละสิ ... หวังว่า Anub’arak และกองทหาร รอดชีวิตด้วยเถอะ” Arthas พูด
ต่อมา นั้น Arthas ต้องเอาตัวรอดจากกับดัก ที่แยบยลที่สุด ในอาณาจักร แห่งนี้ เช่น ไฟสีฟ้าที่ ถ้าไปแตะเข้า ตัวจะไหม้ไฟ ไปตลอดชีวิต และพวก Faceless one ที่มีหน้าที่ ซุ่มโจมตี เพื่อป้องกัน อาณาจักรแห่งนี้ และ ศิลาเวทมนตร์ ที่เคลื่อนไหวตลอดเวลา ทำให้ไม่สามารถ เดินไปได้ แต่ในที่สุด Arthas ก็สามารถ ผ่าน มาทั้งหมดได้ แต่บาดเจ็บเล็กน้อย เท่านั้น
หลังจาก Arthas ข้ามศิลา เวทมนตร์มาได้แล้ว ก็กลับมาถึงเส้นทางหลักในการเดินทาง Anub’arak ได้ มารอพบอยู่แล้ว “โอ้ เจ้าชาย ข้ารู้แล้ว ละว่าทำไม Lich King ถึง เลือกท่าน เป็น สมุนเอกของเขา น้อยคนนักที่จะผ่าน กับดัก ในเขาวงกตนั้น รอดมาได้”
เมื่อ กลับมารวมกลุ่มได้อีกครั้ง Arthas ได้ เดินทางต่อไป จน ถึง ห้องสุดท้าย ซึ่ง เป็นประตูทางออกจากอาณาจักรแห่งนี้ และต้อวพบกับ ผู้เฝ้าประตู ตัวใหญ่ ที่สุด ในหมู่ Faceless one ด้วยกันเอง เปี่ยมไปด้วยพลังเวทมนตร์ ทั้ง คณะArthas ได้ เข้าต่อสู้กับ ผู้เฝ้าประตู จนในที่สุด เมื่อ มันใกล้ จะ สิ้นชีวิต มันได้ เรียกค้างคาวออกมา เป็นคลื่น เพื่อ จัดการ ศัตรูทั้งหมด ทหาร ที่Arthas นำมานั้น ถูก พวกค้างคาวรุมกัดจนตาย หมด และเมื่อ ผู้เฝ้าประตู ตายไปแล้ว ประตูด้านหลังจึงเปิดออก เมื่อ ค้างคาวจัดการทหารจนหมดแล้ว ก็เปลี่ยนเป้าหมายมาที่ Arthas และ Anub’arak “เร็วเข้า เจ้าชาย เราช่วยพวก เขาไม่ได้แล้ว รีบออกไปเร็วพวกค้างคาว มัน ไม่ถูกกับแสงแดด” Anub’arak สั่ง พร้อมกับ รีบไปที่ประตู และ ออกไป สู้พื้นดิน พวกค้างคาวเห็นแสงสว่างมาก จึงไม่ได้ตามมาและ หันไปจัดการ ศพทหาร “ดีจัง ที่เห็นแสงแดดอีกครั้ง” Arthas พูด อย่างโล่งใจ

Charpter Undead 7.5 Interlude Boiling Point
ในเวลาต่อมา Arthas และ Anub’arak ได้ เดินทางใกล้ถึง ภูเขาน้ำแข็งที่กักขังพลังของ Lich king อยู่ และได้พบกับกองกำลัง Undead ขนาดใหญ่ ซึ่งเตรียมพร้อมรอรับคำสั่งได้ทุกเมื่อ จากการที่ Anub’arak ได้สั่งการทิ้งไว้ ก่อนออกไปรับ Arthas มา “พวกเราทำสำเร็จแล้ว Anub’arak กองกำลังของเรา พร้อม ออกรบได้ทุกเมื่อ” Arthas พูดย่างดีใจ “สวัสดี ท่าน ราชา และท่าน Anub’arak พวกข้าได้เตรียมกำลังไพล่พลพร้อมรับคำสั่งต่อไปแล้ว และได้พบบางสิ่งที่แปลกประหลาด” หมอผี รายงานสถานการณ์ “ระหว่างทางที่ ยกพลมาที่นี้ ข้าได้เจอกับ กองทัพ มนุษย์งู และพวกเอลฟ์ ดูเหมือนว่าพวกมันก็กำลังจะไป ที่ภูเขาน้ำแข้งนั้นด้วย ข้าไม่อาจแน่ใจจิงมิได้ทำอะไร ได้รอท่านมาประเมินสถานณ์การณ์ ขอรับ” “ต้องเป็นพวก lllidan กับ Bloodelf แน่ ๆ ที่ตามข้ามาตั้งแต่ ชายฝั่งดินแดนนี้ หมายความว่า พวกมันจะทำลาย ..... อ้ากกกกกก” Arthas ส่งเสียงร้องอย่างเจ็บปวด กระแสจิตของ Lich king พูดขึ้นมา ว่า “โอ้ สมุนเอกของข้า เจ้ามาช้าเกินไปนะ” “ใครน่ะ.... ท่านหรือ” arthas พูดกลับไป “เกิด เหตุบางอย่าง คุกน้ำแข็ง นี้ ทำให้พลังของข้า ลดลงไป เช่นเดียวกับเจ้า” “แต่ ข้าควรทำอย่างไรดี เจ้านาย” Arthas พูด “ข้าได้ ใส่พลังเฮือกสุดท้าย ไว้ในดาบ Frostmoune ที่เจ้าถืออยู่นั้น เป็น พลังงานสุดท้าย ในตัวข้า วิธีเดียวที่จะ เติมเต็ม พลังที่หายไปของข้าได้ คือต้องนำดาบมา ที่คุกแห่งนี้เท่านั้นข้าเชื่อใจ เจ้ามากนะ arthas อย่าทำให้ข้าผิดหวัง ตอนนี้ มีภัยอันยิ่งใหญ่ ที่กำลังมาที่คุกน้ำแข็งแห่งนี้ ผู้สร้างข้า นาม Kil’jaeden ส่งลูกน้องของมัน มาทำลาย ข้า!!! ถ้าสงครามครั้งนี้ เจ้าแพ้ จะเป็นจุดจบของเหล่าเผ่าพันธุ์ Undead ทั่วมิติ นี้ เร็วเข้า ข้า จะมอบพลังที่อยู่ในดาบนั้น ให้เจ้า เป็นพลัง สุดท้ายของข้า”
Lich king ส่งกระจิต สุดท้ายมาได้ และ หายไป “เอาละ ข้าเข้าใจแล้ว พวกเจ้า ฟังให้ดี พวกเจ้าต้องทำลาย พวก elf และ มนุษย์งู นั้น ทุกตัว ฆ่ามัน อย่าให้มันมา หลบหลู่เกียตริของเรามากไปกว่า นี้ ถึงเวลา แล้ว ที่ Scouge จะครองทวีป แห่งนี้” Arthas ตะโกนก้อง ไปทั่วกองทัพ กลังจากที่ได้พลังอำนาจ สุดท้ายมาจาก Lich king

Charpter Undead 8 A Symphony of Frost and Flame
ในเวลา ต่อมา Arthas และ Anub’arak ได้เคลื่อนทัพมาที่ ภูเขาน้ำแข็ง แต่ ก็พบว่าพวก Naga ได้ มาถึงก่อนแล้ว และกำลัง เตรียมพล อยู่ “เรา มาช้ากว่า มัน ก้าวหนึ่ง จนได้ Anub’arak เราต้องปกป้อง Lich king ให้ได้ บอกทีซิว่า ข้าจะเข้าไปใน ภูเขาน้ำแข็งนั้นอย่างไร” Arthas ถาม “ภูเขาน้ำแข็งนั้น ถูกเวทมนตร์โบราณมากมาย แต่เท่าที่ข้ารู้ เราจะต้อง เปิดสวิช ทั้ง 4 ด้าน ซึ่ง เป็นไปไม่ได้เลย ถ้า มีกองทัพ Naga อยู่ พวกนั้น อยู่ ใกล้ สวิช 2 ตัวแล้ว แถม ยังมี ผู้พิทักษ์ คอยปกป้องประตู ทั้ง4 ด้านอีก” Anub’arak พูด “ท่าทางจะเจองานหนักแล้ว ละเรา” Arthas พูด
ในขณะเดียวกันนั้น ทหารลาดตระเวน ของ Naga ได้พบกับกองทหารของ Arthas จึงรีบไปบอก llidan “ขออภัย ค่ะท่าน llidan หน่วยลาดตระเวนของเรา ตรวจพบ พวก Undead ค่ะท่าน คาดว่าน่าจะเป็น เจ้าชาย Arthas” Vashj พูด “มาจนได้สินะ Arthas ข้านึกแล้วเชียว แต่ถึงจะมาก่อนหรือหลัง พวกUndead โสโครก ก็ไม่มีทาง ปกป้องเจ้านาย มันได้ หรอก เจ้าได้ยินไหม Arthas นี้คือจุดจบ ของ Scouge 55555+”
Llidan ตะโกน ก้อง "llidan ล้อเล่น กับข้า ถึงขนาดนี้ เชียว หรือ เอาละ ถึงเวลาที่ มันจะต้องพบจุด จบ แล้ว ข้า จะเป็นผู้มอบความตาย ให้กับไอ้คน ที่ พูด นั้นเอง" Arthas พูด ด้วยความ โกรธ เกรี้ยว
หลังจากนั้น Arthas ก็ ได้ จัดการ ยึดครอง เสาหินเวทมตร์ ครบทั้ง 4 ด้าน แล้ว กองทัพ llidan เรอ้มจะพ่ายแพ้ ลง เรื่อย ๆ llidan จึงตัดสินใจ ทิ้ง ฐานหลักไว้ และ เดินทางไปยัง ทางเข้า Frosen Throne llidan ได้ มาพบกัย Arthas และได้เกินการต่อสู้ กันขึ้น "ข้า จะต้องทำลายFrosen Throne ให้ได้ ข้าได้ให้สัญญาไว้แล้ว" llidan พูด และ ฟาดคมดาบเสี้ยงพระจันทร์ไปที่ ศัตรู "อย่าหวังเข้าไป ถ้าข้า ยัง ไม่ล้มลง ไอ้กวางหน้าโง่" เคร้ง เสียง ดาบดูดวิญญาน รับคมดาบ เสี้ยวพระจันทร์ ไว้มันเวลา ผลั่ก ทั้งสอง กระเด็น ห่างออกจากกัน llidan จึงได้ ปล่อยพลัง อย่างเต็ม ที่ หวังจะให้ arthas ตาย ใน คมดาบนี้ ด้วยความขาดสติ จึง กางปีก และบิน ตรงเข้าสู่ ศัตรู ฝ่ายarthas รู้สึกถึง โชคชะตา ของ llidan จึงได้แต่ ตั้งสติ ปล่อยให้ ดาบ ดูดวิญญาณ บังคับตัวมันเอง ดาบดูดวิญญาณ เห็นจุดอ่อน ของการโจมตี แบบนี้ จึงได้ ตวัดดาบขึ้น ฟัน ที่หน้าอกของ liidan เต็มแรง อึ่กกๆๆๆ llidan ล้มลงมา นอนสิ้นใจ หน้าArthas
ต่อมา Arthas ได้ไปถึง ก่อนน้ำแข็งที่ผนึก ร่างของ Lich king เมื่อ Lich king เห็น จึง พูด อย่าง เหนื่อยออ่อนว่า "มอบบ ...ดาบ....คืนมา....ให้ข้า ..... ถึงเวลา ...... จบสิ้นภาระกิจสุดท้ายของเจ้า........ ปลดปล่อยข้า ออกจากคุกแห่งนี้" ย้ากกกกกก Arthas เงื้อ ดาบสุดมือ แล้วฟาดไป ที่ก้อนน้ำแข็ง นั้น เพล้ง ๆๆ เสียงวิญญาณของ Lich king ได้ล่องลอย ออกมา จากแท่งน้ำแข็ง และ กลับเข้า ไปในหมวก เหล็ก ของเขา Arthas ได้หยิบหมวกขึ้น มา ใส่ให้กับตัวเอง Lich king พูด ด้วยความดีใจ "ตอนนี้ ร่างกายของเจ้า กับพลังของข้า เป็นหนึ่งเดียวกันแล้ว"
End Chapter of Undead
« Last Edit: January 03, 2009, 04:35:27 pm by "Lunifer"-[Programer]- » Logged

Creed
Moderator
Trade Count: (0)
Wizard / Sage
*****
Offline Offline

Posts: 1,378
2373.00 Mana

View Inventory
Send Money to Creed


« Reply #31 on: January 04, 2009, 01:01:28 am »

มันดีวุ้ย
Logged

Ball CardGame ชั้น 3 โซน แคมปัส ฟิวเจอร์รังสิต ติดต่อ 0860884200 มีการ์ดเกมทุกชนิด
Pages: [1]   Go Up
  Print  
 
Jump to:  




Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.11 | SMF © 2006-2009, Simple Machines LLC
SimplePortal 2.3.1 © 2008-2009, SimplePortal
Valid XHTML 1.0! Valid CSS!